ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 199: จำเลยขาดนัดที่มาศาลก่อนพิพากษา
ตัวบทกฎหมาย
ถ้าจำเลยที่ขาดนัดยื่นคำให้การมาศาลก่อนศาลวินิจฉัยชี้ขาดคดีและแจ้งต่อศาลในโอกาสแรกว่าตนประสงค์จะต่อสู้คดี เมื่อศาลเห็นว่าการขาดนัดยื่นคำให้การนั้นมิได้เป็นไปโดยจงใจหรือมีเหตุอันสมควร ให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การภายในกำหนดเวลาตามที่ศาลเห็นสมควร และดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ตั้งแต่เวลาที่จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ
ในกรณีตามวรรคหนึ่ง ถ้าจำเลยที่ขาดนัดยื่นคำให้การมิได้แจ้งต่อศาลก็ดี หรือศาลเห็นว่าการขาดนัดยื่นคำให้การนั้นเป็นไปโดยจงใจหรือไม่มีเหตุอันสมควรก็ดี ให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ในกรณีเช่นนี้ จำเลยอาจถามค้านพยานโจทก์ที่อยู่ระหว่างการสืบได้ แต่จะนำสืบพยานหลักฐานของตนไม่ได้
ในกรณีที่จำเลยมิได้ยื่นคำให้การภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง หรือศาลไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การตามวรรคสอง หรือศาลเคยมีคำสั่งให้พิจารณาคดีใหม่ ตามคำขอของจำเลยที่ขาดนัดยื่นคำให้การตามมาตรา ๑๙๙ ตรี มาก่อน จำเลยนั้นจะขอยื่นคำให้การตามมาตรานี้อีกหรือจะร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ไม่ได้
คำแปลภาษาอังกฤษ
ถ้าจำเลยที่ขาดนัดยื่นคำให้การมาศาลก่อนศาลวินิจฉัยชี้ขาดคดีและแจ้งต่อศาลในโอกาสแรกว่าตนประสงค์จะต่อสู้คดี เมื่อศาลเห็นว่าการขาดนัดยื่นคำให้การนั้นมิได้เป็นไปโดยจงใจหรือมีเหตุอันสมควร ให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การภายในกำหนดเวลาตามที่ศาลเห็นสมควร และดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ตั้งแต่เวลาที่จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ
ในกรณีตามวรรคหนึ่ง ถ้าจำเลยที่ขาดนัดยื่นคำให้การมิได้แจ้งต่อศาลก็ดี หรือศาลเห็นว่าการขาดนัดยื่นคำให้การนั้นเป็นไปโดยจงใจหรือไม่มีเหตุอันสมควรก็ดี ให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ในกรณีเช่นนี้ จำเลยอาจถามค้านพยานโจทก์ที่อยู่ระหว่างการสืบได้ แต่จะนำสืบพยานหลักฐานของตนไม่ได้
ในกรณีที่จำเลยมิได้ยื่นคำให้การภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง หรือศาลไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การตามวรรคสอง หรือศาลเคยมีคำสั่งให้พิจารณาคดีใหม่ ตามคำขอของจำเลยที่ขาดนัดยื่นคำให้การตามมาตรา ๑๙๙ ตรี มาก่อน จำเลยนั้นจะขอยื่นคำให้การตามมาตรานี้อีกหรือจะร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ไม่ได้
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 199 เป็นช่องทางแก้ไขระหว่างพิจารณาสำหรับจำเลยที่ขาดนัดยื่นคำให้การแต่มาแสดงตัวก่อนมีคำพิพากษา ต้องเข้าเงื่อนไขสองประการ จำเลยต้องแจ้งในโอกาสแรกว่าประสงค์จะต่อสู้คดี และศาลต้องเห็นว่าการขาดนัดมิได้เป็นไปโดยจงใจหรือมีเหตุอันสมควร หากครบทั้งสอง ศาลจะเปิดคดีใหม่โดยอนุญาตให้ยื่นคำให้การและดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ตั้งแต่เวลาที่ขาดนัด หากขาดข้อใด การพิจารณาก็ดำเนินต่อไปอย่างจำกัด จำเลยยังมีสิทธิถามค้านพยานโจทก์แต่นำสืบพยานของตนไม่ได้ วรรคสามห้ามใช้สิทธิซ้ำ จำเลยที่พลาดกำหนดยื่นคำให้การใหม่ ถูกไม่อนุญาต หรือเคยได้พิจารณาคดีใหม่ตามมาตรา 199 ตรี มาแล้ว จะใช้มาตรานี้อีกหรือขอพิจารณาคดีใหม่ไม่ได้
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
หากคุณพลาดกำหนดยื่นคำให้การแต่ศาลยังไม่พิพากษา ให้รีบดำเนินการทันที ไปศาลและแถลงต่อศาลในโอกาสแรกสุดว่าประสงค์จะต่อสู้คดี การรอหรือนิ่งเฉยอาจทำให้เสียสิทธิยื่นคำให้การ และเหลือเพียงสิทธิถามค้าน ไม่อาจนำสืบพยานของตนได้ ควรเตรียมอธิบายว่าการขาดนัดมิได้เป็นไปโดยจงใจ เนื่องจากหลักเกณฑ์เคร่งครัด การให้ทนายเข้ามาช่วยโดยเร็วจะเพิ่มโอกาสของคุณอย่างมีนัยสำคัญ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5222/2567 (2024)
ตามมาตรา 199 วรรคสอง จำเลยที่ขาดนัดยื่นคำให้การซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้ยื่นคำให้การไม่มีสิทธินำสืบพยานหลักฐานของตน การให้จำเลยนำพยานเข้าสืบเพิ่มเติม รวมทั้งในชั้นอุทธรณ์ตามมาตรา 240 (2) จึงไม่ชอบ
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 อนุญาตให้จำเลยที่ขาดนัดนำพยานหลักฐานเข้าสืบเพิ่มเติมและนำมาวินิจฉัย ศาลฎีกาเห็นว่าไม่ชอบ เพราะตามมาตรา 199 วรรคสอง ประกอบมาตรา 240 (2) จำเลยที่ขาดนัดยื่นคำให้การซึ่งไม่ได้รับอนุญาตให้ยื่นคำให้การนำสืบพยานของตนไม่ได้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4637/2567 (2024)
ในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน มาตรา 184 วรรคสอง บัญญัติให้ศาลออกหมายกำหนดวันนัดสืบพยานส่งให้คู่ความทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบวัน จำเลยที่ขาดนัดยื่นคำให้การก็ยังคงเป็นคู่ความในความหมายนี้ เพราะมาตรา 199 วรรคสอง ยังคงให้สิทธิถามค้านพยานโจทก์ได้ เพียงแต่จะนำสืบพยานหลักฐานของตนไม่ได้ ศาลจึงสืบพยานและนัดฟังคำพิพากษาต่อไปโดยมิได้แจ้งวันนัดสืบพยานให้จำเลยที่ขาดนัดทราบไม่ได้ กระบวนพิจารณาที่ดำเนินไปโดยไม่มีการแจ้งเช่นว่านั้นย่อมไม่ชอบ ทั้งนี้ หน้าที่ในการแจ้งมาจากมาตรา 184 วรรคสอง ส่วนมาตรา 199 วรรคสอง เป็นบทที่ทำให้จำเลยผู้ขาดนัดยังคงเป็นผู้มีสิทธิได้รับแจ้ง
ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยที่ 7 แล้วนัดฟังคำพิพากษาไป โดยมิได้แจ้งวันนัดสืบพยานให้จำเลยอื่นซึ่งไม่ได้มาศาลในวันที่ศาลชั้นต้นกำหนดวันนัดสืบพยานทราบ และศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยเหล่านั้นขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการดำเนินกระบวนพิจารณาเช่นนั้นไม่ชอบด้วยมาตรา 184 วรรคสอง ซึ่งกำหนดว่าในกรณีที่ไม่มีการชี้สองสถาน ให้ศาลออกหมายกำหนดวันนัดสืบพยานส่งให้คู่ความทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบวัน การขาดนัดยื่นคำให้การไม่ทำให้จำเลยเหล่านั้นพ้นจากการเป็นคู่ความที่ต้องได้รับแจ้ง เพราะตามมาตรา 199 วรรคสอง จำเลยที่ขาดนัดยื่นคำให้การยังคงมีสิทธิถามค้านพยานโจทก์ได้ เพียงแต่จะนำสืบพยานหลักฐานของตนไม่ได้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1479/2562 (2019)
จำเลยที่ขาดนัดซึ่งมาศาลแต่มิได้แจ้งต่อศาลในโอกาสแรกว่าประสงค์จะต่อสู้คดี ย่อมไม่เข้าเงื่อนไขตามมาตรา 199 วรรคหนึ่ง ศาลจึงยกคำร้องขอยื่นคำให้การได้
ทนายจำเลยทั้งสองมาศาลแต่ไม่ได้ยื่นคำร้องในโอกาสแรก ศาลชั้นต้นเห็นว่าไม่เข้าเงื่อนไขตามมาตรา 199 วรรคหนึ่ง จึงยกคำร้อง แล้วดำเนินการสืบพยานโจทก์โดยให้จำเลยถามค้านได้เท่านั้น
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 83 คดี (พ.ศ. 2497 ถึง 2567)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5222/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4637/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1222/2557 (2014)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 10330-10331/2553 (2010)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 10330/2553 (2010)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3040/2552 (2009)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1290/2552 (2009)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8868/2550 (2007)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
จำเลยที่พลาดกำหนดยื่นคำให้การยังต่อสู้คดีได้หรือไม่
ได้ หากมาศาลก่อนมีคำพิพากษาและแจ้งต่อศาลในโอกาสแรกว่าประสงค์จะต่อสู้คดี และศาลเห็นว่าการขาดนัดมิได้จงใจหรือมีเหตุอันสมควร ศาลจึงอาจอนุญาตให้ยื่นคำให้การตามมาตรา 199
หากศาลไม่อนุญาตให้ยื่นคำให้การ จำเลยที่ขาดนัดทำอะไรได้บ้าง
ตามวรรคสอง จำเลยอาจถามค้านพยานโจทก์ที่อยู่ระหว่างการสืบได้ แต่จะนำสืบพยานหลักฐานของตนไม่ได้
จำเลยใช้สิทธิตามมาตรา 199 ได้มากกว่าหนึ่งครั้งหรือไม่
ไม่ได้ ตามวรรคสาม จำเลยที่ไม่ยื่นคำให้การภายในกำหนด ถูกไม่อนุญาต หรือเคยได้พิจารณาคดีใหม่ตามมาตรา 199 ตรี มาแล้ว จะขอยื่นคำให้การตามมาตรานี้อีกหรือขอพิจารณาคดีใหม่ไม่ได้
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 (ประเทศไทย) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 199. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-199/ (accessed 12 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 199 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-199/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-199/"><p>ถ้าจำเลยที่ขาดนัดยื่นคำให้การมาศาลก่อนศาลวินิจฉัยชี้ขาดคดีและแจ้งต่อศาลในโอกาสแรกว่าตนประสงค์จะต่อสู้คดี เมื่อศาลเห็นว่าการขาดนัดยื่นคำให้การนั้นมิได้เป็นไปโดยจงใจหรือมีเหตุอันสมควร ให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การภายในกำหนดเวลาตามที่ศาลเห็นสมควร และดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ตั้งแต่เวลาที่จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ในกรณีตามวรรคหนึ่ง ถ้าจำเลยที่ขาดนัดยื่นคำให้การมิได้แจ้งต่อศาลก็ดี หรือศาลเห็นว่าการขาดนัดยื่นคำให้การนั้นเป็นไปโดยจงใจหรือไม่มีเหตุอันสมควรก็ดี ให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ในกรณีเช่นนี้ จำเลยอาจถามค้านพยานโจทก์ที่อยู่ระหว่างการสืบได้ แต่จะนำสืบพยานหลักฐานของตนไม่ได้ ในกรณีที่จำเลยมิได้ยื่นคำให้การภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง หรือศาลไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การตามวรรคสอง หรือศาลเคยมีคำสั่งให้พิจารณาคดีใหม่ ตามคำขอของจำเลยที่ขาดนัดยื่นคำให้การตามมาตรา ๑๙๙ ตรี มาก่อน จำเลยนั้นจะขอยื่นคำให้การตามมาตรานี้อีกหรือจะร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่ไม่ได้</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 (ประเทศไทย): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-199/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา