ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 207: ขอพิจารณาคดีใหม่หลังแพ้คดีฝ่ายเดียว

ตัวบทกฎหมาย

เมื่อศาลพิพากษาให้คู่ความฝ่ายที่ขาดนัดพิจารณาแพ้คดี ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๙๙ ทวิ มาใช้บังคับโดยอนุโลม และคู่ความฝ่ายนั้นอาจมีคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้ ทั้งนี้ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๙๙ ตรี มาตรา ๑๙๙ จัตวา และมาตรา ๑๙๙ เบญจ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

คำแปลภาษาอังกฤษ

When the court gives judgment against the party in default of appearance, the provisions of Section 199 bis shall apply mutatis mutandis, and that party may file a request for a retrial. In this regard, the provisions of Section 199 ter, Section 199 quater, and Section 199 quinque shall apply mutatis mutandis.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 207 ให้โอกาสครั้งที่สองแก่คู่ความที่ขาดนัดและแพ้คดี และเชื่อมบทขาดนัดพิจารณาเข้ากับระบบการขอพิจารณาคดีใหม่ที่พัฒนาไว้แล้วสำหรับการขาดนัดยื่นคำให้การ โดยนำมาตรา 199 ทวิ และมาตรา 199 ตรี ถึง 199 เบญจ มาใช้โดยอนุโลม จึงยกหลักเกณฑ์คำขอที่ถูกต้อง เงื่อนไขว่าการขาดนัดมิได้จงใจหรือมีเหตุอันสมควร กำหนดเวลา และความเป็นที่สุดมาด้วย เมื่ออ่านประกอบมาตรา 206 วรรคสาม จึงครบระบบสองทาง แนวคำพิพากษายืนยันว่าคำขอต้องยื่นภายใน 15 วันนับแต่ส่งคำบังคับตามมาตรา 199 จัตวา

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

หากคุณแพ้คดีฝ่ายเดียวเพราะขาดนัด กำหนดเวลาคือสิ่งสำคัญที่สุด คำขอพิจารณาคดีใหม่ตามมาตรา 207 โดยทั่วไปต้องยื่นภายใน 15 วันนับแต่ส่งคำบังคับ และการยื่นช้าแม้เพียงวันเดียว ดังคำพิพากษาศาลฎีกา อาจทำให้คำขอตกไป ควรรวบรวมหลักฐานว่าการขาดนัดมิได้จงใจและยื่นโดยเร็ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1714/2567 (2024)

    มาตรา 207 ซึ่งให้คู่ความที่ศาลพิพากษาให้แพ้คดีโดยขาดนัดพิจารณาขอให้พิจารณาคดีใหม่ โดยนำมาตรา 199 ตรี ถึงมาตรา 199 เบญจ มาใช้โดยอนุโลม เป็นบทบัญญัติในคดีแพ่ง ไม่ใช้บังคับแก่คำร้องขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบในคดีอาญา ซึ่งเป็นคำร้องตามมาตรา 27 ที่นำมาใช้โดย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. 2499 มาตรา 4

    โจทก์ซึ่งเป็นราษฎรอ้างว่าจำเลยที่ 1 ที่ยื่นคำร้องขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2565 ยื่นเกินกำหนดทั้งตามมาตรา 27 วรรคสอง และตามมาตรา 207 ประกอบมาตรา 199 จัตวา วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามาตรา 207 เป็นเรื่องการขอพิจารณาคดีใหม่ในคดีแพ่ง จึงนำมาใช้ไม่ได้ และถือว่าคำร้องนั้นเป็นคำร้องตามมาตรา 27 ซึ่งจำเลยที่ 1 ไม่ต้องห้ามที่จะยื่น ทั้งคำสั่งว่าคดีมีมูลย่อมเด็ดขาดตาม ป.วิ.อ. มาตรา 170 เฉพาะในส่วนที่ว่าคดีมีมูลเท่านั้น ไม่ทำให้คดีส่วนอาญาถึงที่สุด และไม่ตัดสิทธิที่จะคัดค้านว่ากระบวนพิจารณาผิดระเบียบ

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8539/2560 (2017)

    ศาลไทยมีอำนาจพิจารณาและมีคำสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการที่ทำขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น ไม่มีอำนาจเพิกถอนคำชี้ขาดที่ทำขึ้นในต่างประเทศ เมื่อศาลล่างไม่มีอำนาจเช่นนั้น ศาลฎีกาจึงไม่จำต้องวินิจฉัยว่าผู้คัดค้านมีสิทธิขอให้พิจารณาคดีใหม่ตามมาตรา 207 หรือได้ขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบภายในแปดวันตามมาตรา 27 หรือไม่ เพราะไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลง

    ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการสมาคมฝ้ายนานาชาติจำกัด เมืองลิเวอร์พูล ประเทศสหราชอาณาจักร ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าศาลดังกล่าวไม่มีอำนาจ เพราะศาลไทยเพิกถอนได้เฉพาะคำชี้ขาดที่ทำขึ้นในประเทศไทย ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9476/2558 และอนุสัญญานิวยอร์ก เมื่อวินิจฉัยเช่นนั้นแล้ว ศาลฎีกาจึงไม่วินิจฉัยข้ออุทธรณ์ที่เหลือของผู้คัดค้านเรื่องสิทธิขอพิจารณาคดีใหม่ตามมาตรา 207 และเรื่องการขอเพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบตามมาตรา 27 เพราะไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลง

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1516/2559 (2016)

    เมื่อจำเลยขาดนัดพิจารณาและแพ้คดีฝ่ายเดียว จำเลยมีสิทธิยื่นคำขอพิจารณาคดีใหม่ตามมาตรา 207 ประกอบมาตรา 199 จัตวา โดยยื่นภายใน 15 วันนับแต่ส่งคำบังคับตามคำพิพากษาแก่จำเลยที่ขาดนัดพิจารณา

    จำเลยขาดนัดพิจารณาและแพ้คดีฝ่ายเดียว ศาลฎีกายืนยันสิทธิขอพิจารณาคดีใหม่ตามมาตรา 207 ประกอบมาตรา 199 จัตวา โดยยื่นภายใน 15 วันนับแต่ส่งคำบังคับ และคดีถึงที่สุดเมื่อพ้นกำหนดขอพิจารณาคดีใหม่

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 76 คดี (พ.ศ. 2497 ถึง 2567)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1516/2559 (2016)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 14216/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 12635/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 12436/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6718/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6625/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 7174/2556 (2013)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2326/2553 (2010)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

แพ้คดีฝ่ายเดียวเพราะขาดนัด ขอพิจารณาคดีใหม่ได้ไหม

ได้ มาตรา 207 ให้คู่ความที่แพ้คดีฝ่ายเดียวขอพิจารณาคดีใหม่ได้ โดยนำมาตรา 199 ทวิ ถึง 199 เบญจ มาใช้โดยอนุโลม หากเข้าเงื่อนไขและกำหนดเวลา

ต้องยื่นคำขอพิจารณาคดีใหม่ภายในกี่วัน

ตามมาตรา 199 จัตวา โดยทั่วไปต้องยื่นภายใน 15 วันนับแต่วันส่งคำบังคับให้แก่คู่ความที่ขาดนัด หากพ้นกำหนดคำขออาจตกไป

การไม่มาศาลหมายความว่าแพ้ถาวรเสมอไปไหม

ไม่เสมอไป หากการขาดนัดมิได้จงใจหรือมีเหตุอันสมควรและยื่นทันกำหนด มาตรา 207 ให้พิจารณาคดีใหม่ได้ แต่กำหนดเวลาเคร่งครัด คำขอที่ล่าช้ามักไม่เป็นผล

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Civil Procedure Code, s. 207 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 207. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-207/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 207
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-207/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-207/"><p>เมื่อศาลพิพากษาให้คู่ความฝ่ายที่ขาดนัดพิจารณาแพ้คดี ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๙๙ ทวิ มาใช้บังคับโดยอนุโลม และคู่ความฝ่ายนั้นอาจมีคำขอให้พิจารณาคดีใหม่ได้ ทั้งนี้ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๙๙ ตรี มาตรา ๑๙๙ จัตวา และมาตรา ๑๙๙ เบญจ มาใช้บังคับโดยอนุโลม</p><footer>Civil Procedure Code, s. 207 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-207/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง