กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

235 — การส่งสำเนาอุทธรณ์และส่งสำนวน

คนบทกฎหมาย

เมื่อศาลชั้นต้นได้รับอุทธรณ์แล้วให้ส่งสำเนาอุทธรณ์นั้นให้แก่จำเลยอุทธรณ์ภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันที่จำเลยอุทธรณ์ยื่นคำแก้อุทธรณ์ หรือถ้าจำเลยอุทธรณ์ไม่ยื่นคำแก้อุทธรณ์ ภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่ระยะเวลาที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๓๗ สำหรับการยื่นคำแก้อุทธรณ์ได้สิ้นสุดลง ให้ศาลส่งอุทธรณ์และคำแก้อุทธรณ์ถ้าหากมี พร้อมทั้งสำนวนและหลักฐานต่าง ๆ ไปยังศาลอุทธรณ์ เมื่อศาลอุทธรณ์ได้รับฟ้องอุทธรณ์และสำนวนความไว้แล้วให้นำคดีลงสารบบความของศาลอุทธรณ์โดยพลัน

คำแปลภาษาไทย

When the court of first instance has received the appeal, it shall serve a copy of the appeal on the appellee. Within seven days from the date the appellee files an answer to the appeal, or, if the appellee does not file an answer, within seven days from the expiry of the period prescribed in Section 237 for filing an answer to the appeal, the court shall forward the appeal and the answer, if any, together with the case file and the various items of evidence, to the appellate court. When the appellate court has received the appeal and the case file, the case shall be entered in the docket of the appellate court without delay.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 235 กำหนดขั้นตอนหลังรับอุทธรณ์ ได้แก่ การส่งสำเนาให้จำเลยอุทธรณ์ กำหนดเจ็ดวันในการส่งสำนวนเมื่อยื่นคำแก้อุทธรณ์หรือสิ้นกำหนดยื่นคำแก้ และการนำคดีลงสารบบความของศาลอุทธรณ์โดยพลัน แนวคำพิพากษาที่ปรากฏบ่อยคือ ศาลต้องส่งสำเนาอุทธรณ์แก่ทุกฝ่ายที่เป็นจำเลยอุทธรณ์ รวมทั้งจำเลยร่วมหรือคู่ความที่อุทธรณ์เป็นปฏิปักษ์ต่อเขา หากไม่ส่งให้จำเลยอุทธรณ์ที่ถูกต้อง ย่อมเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบซึ่งอาจทำให้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เสียไปและต้องย้อนสำนวน มาตรานี้เชื่อมโยงกับมาตรา 237 และมาตรา 236

ความสำคัญต่อ

หากท่านเป็นจำเลยอุทธรณ์ ควรยืนยันให้มีการส่งสำเนาอุทธรณ์เพื่อยื่นคำแก้ หากท่านเป็นผู้อุทธรณ์ ควรตรวจให้ส่งสำเนาแก่คู่ความที่เป็นปฏิปักษ์ทุกฝ่าย เพราะการตกหล่นจำเลยอุทธรณ์อาจทำให้คำพิพากษาที่เป็นคุณถูกยกและย้อนสำนวน เมื่ออุทธรณ์เป็นปฏิปักษ์ต่อผู้ค้ำประกัน จำเลยร่วม หรือจำเลยด้วยกัน ฝ่ายนั้นเป็นจำเลยอุทธรณ์และต้องได้รับสำเนา หากศาลชั้นต้นมองข้าม ควรรีบยกขึ้นก่อนมีคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8018/2553 (2010)

    เมื่ออุทธรณ์เป็นปฏิปักษ์ต่อจำเลยร่วม จำเลยร่วมยังเป็นคู่ความในชั้นอุทธรณ์และต้องได้รับสำเนาอุทธรณ์ การส่งสำเนาแก่บางฝ่ายจึงไม่ชอบด้วยมาตรา 235 และคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ทำไปโดยมิได้แก้ไขย่อมไม่ชอบ

    ศาลชั้นต้นส่งสำเนาอุทธรณ์ของจำเลยแก่โจทก์แต่ไม่ส่งแก่จำเลยร่วมซึ่งอุทธรณ์เป็นปฏิปักษ์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยมาตรา 235 และคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ที่ทำไปโดยไม่แก้ไขจึงไม่ชอบ ต้องยกและย้อนสำนวน

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7234/2552 (2009)

    เมื่ออุทธรณ์เป็นปฏิปักษ์ต่อผู้ค้ำประกัน ผู้ค้ำประกันเป็นจำเลยอุทธรณ์และต้องได้รับสำเนาอุทธรณ์ การรับอุทธรณ์โดยไม่ส่งสำเนาแก่ผู้ค้ำประกันจึงไม่ชอบด้วยมาตรา 235

    อุทธรณ์ของโจทก์เป็นปฏิปักษ์ต่อผู้ค้ำประกัน จึงถือว่าผู้ค้ำประกันเป็นจำเลยอุทธรณ์ การที่ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์โดยไม่ส่งสำเนาแก่ผู้ค้ำประกันไม่ชอบด้วยมาตรา 235 ศาลฎีกายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และย้อนสำนวน

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2259/2544 (2001)

    เมื่ออุทธรณ์เป็นปฏิปักษ์ต่อกันและกัน ศาลต้องส่งสำเนาอุทธรณ์ให้อีกฝ่ายเพื่อแก้อุทธรณ์ การไม่ส่งจึงไม่ชอบด้วยมาตรา 235 และเป็นการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติว่าด้วยการพิจารณา

    อุทธรณ์ของคู่ความต่างเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน ศาลชั้นต้นไม่ส่งสำเนาอุทธรณ์ให้อีกฝ่ายเพื่อแก้อุทธรณ์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าไม่ชอบด้วยมาตรา 235 จึงยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และย้อนสำนวนให้ดำเนินการใหม่

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

ต้องส่งสำเนาอุทธรณ์ให้คู่ความอีกฝ่ายหรือไม่

ต้อง ตามมาตรา 235 เมื่อรับอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นต้องส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยอุทธรณ์เพื่อให้ยื่นคำแก้อุทธรณ์ได้

หากศาลไม่ส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยอุทธรณ์ที่ถูกต้องจะเป็นอย่างไร

เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ ศาลเคยยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และย้อนสำนวน เมื่อไม่ได้ส่งสำเนาแก่ผู้ที่ควรได้รับ เช่น จำเลยร่วมหรือผู้ค้ำประกัน

ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์เมื่อใด

ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่จำเลยอุทธรณ์ยื่นคำแก้อุทธรณ์ หรือนับแต่สิ้นกำหนดยื่นคำแก้ตามมาตรา 237 หากไม่ยื่น ศาลจะส่งอุทธรณ์ คำแก้ และสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น