ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 57: การร้องสอดเข้าเป็นคู่ความ

ตัวบทกฎหมาย

บุคคลภายนอกซึ่งมิใช่คู่ความอาจเข้ามาเป็นคู่ความได้ด้วยการร้องสอด
(๑) ด้วยความสมัครใจเองเพราะเห็นว่าเป็นการจำเป็นเพื่อยังให้ได้รับความรับรอง คุ้มครอง หรือบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ โดยยื่นคำร้องขอต่อศาลที่คดีนั้นอยู่ในระหว่างพิจารณา หรือเมื่อตนมีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง โดยยื่นคำร้องขอต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดีนั้น
(๒) ด้วยความสมัครใจเองเพราะตนมีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดีนั้น โดยยื่นคำร้องขอต่อศาลไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนมีคำพิพากษา ขออนุญาตเข้าเป็นโจทก์ร่วมหรือจำเลยร่วม หรือเข้าแทนที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียทีเดียวโดยได้รับความยินยอมของคู่ความฝ่ายนั้น แต่ว่าแม้ศาลจะได้อนุญาตให้เข้าแทนที่กันได้ก็ตาม คู่ความฝ่ายนั้นจำต้องผูกพันตนโดยคำพิพากษาของศาลทุกประการเสมือนหนึ่งว่ามิได้มีการเข้าแทนที่กันเลย
(๓) ด้วยถูกหมายเรียกให้เข้ามาในคดี (ก) ตามคำขอของคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำเป็นคำร้องแสดงเหตุว่าตนอาจฟ้องหรือถูกคู่ความเช่นว่านั้นฟ้องตนได้ เพื่อการใช้สิทธิไล่เบี้ย หรือเพื่อใช้ค่าทดแทน ถ้าหากศาลพิจารณาให้คู่ความเช่นว่านั้นแพ้คดี หรือ (ข) โดยคำสั่งของศาลเมื่อศาลนั้นเห็นสมควร หรือเมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีคำขอ ในกรณีที่กฎหมายบังคับให้บุคคลภายนอกเข้ามาในคดี หรือศาลเห็นจำเป็นที่จะเรียกบุคคลภายนอกเข้ามาในคดีเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม แต่ถ้าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จะเรียกบุคคลภายนอกเข้ามาในคดีดังกล่าวแล้ว ให้เรียกด้วยวิธียื่นคำร้องเพื่อให้หมายเรียกพร้อมกับคำฟ้องหรือคำให้การ หรือในเวลาใด ๆ ต่อมาก่อนมีคำพิพากษาโดยได้รับอนุญาตจากศาล เมื่อศาลเป็นที่พอใจว่าคำร้องนั้นไม่อาจยื่นก่อนนั้นได้การส่งหมายเรียกบุคคลภายนอกตามอนุมาตรานี้ต้องมีสำเนาคำขอ หรือคำสั่งของศาล แล้วแต่กรณี และคำฟ้องตั้งต้นคดีนั้นแนบไปด้วยบทบัญญัติในประมวลกฎหมายนี้ไม่ตัดสิทธิของเจ้าหนี้ในอันที่จะใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้และที่จะเรียกลูกหนี้ให้เข้ามาในคดีดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

คำแปลภาษาอังกฤษ

An outsider who is not a party may enter as a party by way of intervention: (1) of his own volition, because he sees it as necessary in order to secure the recognition, protection, or enforcement of a right he possesses, by filing an application with the court where the case is under trial; or, where he has a claim connected with the enforcement of a judgment or order, by filing an application with the court that issued the writ of execution; (2) of his own volition, because he has a legal interest in the outcome of the case, by filing an application with the court at any time before judgment, seeking leave to enter as a co-plaintiff or co-defendant, or to substitute himself entirely for one of the parties with that party's consent; but even though the court has allowed such substitution, that party remains bound in every respect by the judgment of the court as though no substitution had taken place; (3) by being summoned into the case: (a) upon the application of either party, made in the form of a motion showing grounds that it may sue or be sued by such a party, for the exercise of a right of recourse or for indemnity, should the court decide the case against that party; or (b) by order of the court, when the court thinks fit, or when either party so applies, in a case where the law requires the outsider to enter the case, or where the court sees it necessary to summon the outsider into the case in the interest of justice. But where either party is to summon the outsider into the case as aforesaid, it shall do so by filing a motion for the summons together with the plaint or the answer, or at any time thereafter before judgment with the court's leave, when the court is satisfied that the motion could not have been filed earlier. Service of a summons on the outsider under this subsection must be accompanied by a copy of the application or of the court's order, as the case may be, and by the plaint instituting the case. The provisions of this Code do not deprive a creditor of the right to exercise the claims of his debtor and to summon the debtor into the case as provided in the Civil and Commercial Code.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 57 กำหนดเรื่องการร้องสอด อันเป็นกลไกที่บุคคลภายนอกเข้ามาเป็นคู่ความ โดยวางไว้ 3 ทาง อนุมาตรา (1) เป็นการร้องสอดโดยสมัครใจเพื่อให้ได้รับการรับรอง คุ้มครอง หรือบังคับตามสิทธิของผู้ร้องสอดเอง โดยยื่นต่อศาลที่พิจารณาคดี หรือในชั้นบังคับคดี ยื่นต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดี อนุมาตรา (2) เป็นการร้องสอดโดยสมัครใจของผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดี เข้าเป็นโจทก์ร่วมหรือจำเลยร่วมหรือเข้าแทนที่คู่ความ แต่คู่ความที่ถูกแทนที่ยังคงผูกพันตามคำพิพากษา อนุมาตรา (3) เป็นการร้องสอดโดยถูกบังคับ คือ คู่ความอาจหมายเรียกบุคคลภายนอกเพื่อใช้สิทธิไล่เบี้ยหรือค่าทดแทน หรือศาลหมายเรียกเมื่อกฎหมายบังคับหรือเพื่อความยุติธรรม โดยมีกฎเคร่งครัดเรื่องเอกสารแนบและกำหนดเวลา บทนี้ใช้ร่วมกับมาตรา 58 ซึ่งกำหนดสิทธิและหน้าที่ตามการร้องสอดแต่ละประเภท

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

การร้องสอดสำคัญเมื่อคดีจะกระทบสิทธิของท่านแม้ท่านไม่ได้ถูกระบุชื่อ เช่น ข้อพิพาทเกี่ยวกับทรัพย์ที่ท่านอ้างสิทธิ หรือคดีที่ฟ้องบริษัทซึ่งท่านอาจต้องรับผิดชดใช้ ควรระวังเรื่องกำหนดเวลาและวิธีการ การร้องสอดโดยสมัครใจเพราะมีส่วนได้เสียต้องยื่นก่อนมีคำพิพากษา และคู่ความที่จะหมายเรียกบุคคลภายนอกโดยทั่วไปต้องทำพร้อมคำฟ้องหรือคำให้การ หรือยื่นภายหลังได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาต การเลือกอนุมาตราที่ถูกต้องมีผลต่อสิทธิที่ได้รับตามมาตรา 58 จึงควรปรึกษาทนายความแต่เนิ่น ๆ หากเห็นว่าคดีที่ค้างพิจารณากระทบผลประโยชน์ของท่าน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3001/2568 (2025)

    มาตรา 57 (1) กำหนดให้ผู้ร้องสอดซึ่งมีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับตามคำพิพากษายื่นคำร้องต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดี ย่อมเห็นได้ว่าศาลชั้นต้นซึ่งเป็นศาลที่ออกหมายบังคับคดีต้องไต่สวนและมีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องนั้น การที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้าเป็นคู่ความเสียเองแทนศาลชั้นต้นจึงไม่ชอบ และเมื่อการบังคับคดีอันเป็นมูลเหตุถูกเพิกถอนไปแล้ว การย้อนสำนวนไปให้มีคำสั่งใหม่ย่อมไม่เป็นประโยชน์แก่คู่กรณีอีกต่อไป ผู้ร้องสอดชอบที่จะไปว่ากล่าวเป็นคดีต่างหาก

    ตามคำพิพากษาตามยอม โจทก์เช่าที่ดินจากจำเลยมีกำหนด 3 ปี ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 โดยตกลงขนย้ายออกภายใน 30 วันเมื่อครบกำหนด ก่อนสิ้นกำหนดโจทก์ทำสัญญาเช่าฉบับใหม่กับผู้ร้องสอดทั้งสองซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกเสียงข้างมาก และอยู่ในที่ดินต่อมาโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่าฉบับใหม่ ต่อมาวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2565 จำเลยขอให้ออกหมายบังคับคดีขับไล่ และผู้ร้องสอดทั้งสองยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความในชั้นบังคับคดีตามมาตรา 57 (1) ซึ่งศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตเสียเอง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการที่โจทก์อยู่ในที่ดินต่อมาโดยอาศัยสิทธิตามสัญญาเช่าฉบับใหม่ย่อมเป็นการปฏิบัติตามคำพิพากษาแล้ว ไม่อาจถือว่าโจทก์ผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยจึงไม่มีสิทธิบังคับคดี หมายบังคับคดีจึงบกพร่องผิดพลาดและถูกเพิกถอนตามมาตรา 295 อันเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยที่ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้เองตามมาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 252 ส่วนการร้องสอดนั้น มาตรา 57 (1) ให้ยื่นคำร้องต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดี ศาลชั้นต้นจึงต้องเป็นผู้ไต่สวนและมีคำสั่ง การที่ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตเสียเองจึงไม่ชอบ และเมื่อการบังคับคดีตกไปแล้ว การย้อนสำนวนย่อมไม่เป็นประโยชน์ ศาลฎีกาจึงให้ผู้ร้องสอดทั้งสองไปว่ากล่าวเป็นคดีต่างหาก

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4295/2567 (2024)

    ตามมาตรา 57 (3) ศาลอาจหมายเรียกบุคคลภายนอก เช่น ผู้ชำระบัญชีของบริษัทซึ่งถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติหน้าที่โดยฝ่าฝืนกฎหมาย เข้ามาเป็นจำเลยร่วมได้ตามคำขอของคู่ความ

    หลังจากบริษัทจำเลยจดทะเบียนเลิกและเสร็จการชำระบัญชี โจทก์ขอให้ศาลหมายเรียกผู้ชำระบัญชีในฐานะผู้ชำระบัญชีและในฐานะส่วนตัวเข้ามาเป็นจำเลยร่วมตามมาตรา 57 โดยอ้างว่าปฏิบัติหน้าที่โดยฝ่าฝืนกฎหมายอันเป็นการละเมิด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งเรียกบริษัทโดยผู้ชำระบัญชีและตัวผู้ชำระบัญชีเข้ามาเป็นจำเลยร่วมตามมาตรา 57 (3)

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8085/2567 (2024)

    มาตรา 57 (1) อนุญาตให้บุคคลภายนอกที่จำเป็นต้องคุ้มครองสิทธิของตนร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความโดยสมัครใจในคดีที่อยู่ในระหว่างพิจารณาได้ รวมทั้งข้อพิพาทเรื่องความสมบูรณ์ของสัญญาจำนอง

    ในข้อพิพาทเรื่องการบังคับจำนองและความสมบูรณ์ของสัญญาจำนอง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความตามมาตรา 57 (1) โดยทั้งโจทก์และจำเลยต่างให้การแก้คำร้องสอดขอให้ยกคำร้องสอด เป็นตัวอย่างการร้องสอดโดยสมัครใจที่ศาลอนุญาตเพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ร้องสอดเอง

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 448 คดี (พ.ศ. 2491 ถึง 2568)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

บุคคลภายนอกที่ไม่ได้ถูกระบุชื่อเข้าร่วมคดีแพ่งได้หรือไม่

ได้ ตามมาตรา 57 บุคคลภายนอกอาจร้องสอดเข้ามาโดยสมัครใจเพื่อคุ้มครองสิทธิหรือเพราะมีส่วนได้เสียในผลแห่งคดี หรืออาจถูกคู่ความหรือศาลหมายเรียกให้เข้ามา ทั้งนี้การร้องสอดเพราะมีส่วนได้เสียต้องยื่นก่อนมีคำพิพากษา

การร้องสอดสามประเภทต่างกันอย่างไร

มาตรา 57 กำหนดการร้องสอดโดยสมัครใจเพื่อคุ้มครองสิทธิของตนตาม (1) การร้องสอดโดยสมัครใจของผู้มีส่วนได้เสียในผลแห่งคดีตาม (2) และการร้องสอดโดยถูกหมายเรียก ซึ่งคู่ความเรียกเพื่อไล่เบี้ยหรือค่าทดแทน หรือศาลเรียกตาม (3)

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 57. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-57/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 57
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-57/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-57/"><p>บุคคลภายนอกซึ่งมิใช่คู่ความอาจเข้ามาเป็นคู่ความได้ด้วยการร้องสอด (๑) ด้วยความสมัครใจเองเพราะเห็นว่าเป็นการจำเป็นเพื่อยังให้ได้รับความรับรอง คุ้มครอง หรือบังคับตามสิทธิของตนที่มีอยู่ โดยยื่นคำร้องขอต่อศาลที่คดีนั้นอยู่ในระหว่างพิจารณา หรือเมื่อตนมีสิทธิเรียกร้องเกี่ยวเนื่องด้วยการบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง โดยยื่นคำร้องขอต่อศาลที่ออกหมายบังคับคดีนั้น (๒) ด้วยความสมัครใจเองเพราะตนมีส่วนได้เสียตามกฎหมายในผลแห่งคดีนั้น โดยยื่นคำร้องขอต่อศาลไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนมีคำพิพากษา ขออนุญาตเข้าเป็นโจทก์ร่วมหรือจำเลยร่วม หรือเข้าแทนที่คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียทีเดียวโดยได้รับความยินยอมของคู่ความฝ่ายนั้น แต่ว่าแม้ศาลจะได้อนุญาตให้เข้าแทนที่กันได้ก็ตาม คู่ความฝ่ายนั้นจำต้องผูกพันตนโดยคำพิพากษาของศาลทุกประการเสมือนหนึ่งว่ามิได้มีการเข้าแทนที่กันเลย (๓) ด้วยถูกหมายเรียกให้เข้ามาในคดี (ก) ตามคำขอของคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำเป็นคำร้องแสดงเหตุว่าตนอาจฟ้องหรือถูกคู่ความเช่นว่านั้นฟ้องตนได้ เพื่อการใช้สิทธิไล่เบี้ย หรือเพื่อใช้ค่าทดแทน ถ้าหากศาลพิจารณาให้คู่ความเช่นว่านั้นแพ้คดี หรือ (ข) โดยคำสั่งของศาลเมื่อศาลนั้นเห็นสมควร หรือเมื่อคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีคำขอ ในกรณีที่กฎหมายบังคับให้บุคคลภายนอกเข้ามาในคดี หรือศาลเห็นจำเป็นที่จะเรียกบุคคลภายนอกเข้ามาในคดีเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม แต่ถ้าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จะเรียกบุคคลภายนอกเข้ามาในคดีดังกล่าวแล้ว ให้เรียกด้วยวิธียื่นคำร้องเพื่อให้หมายเรียกพร้อมกับคำฟ้องหรือคำให้การ หรือในเวลาใด ๆ ต่อมาก่อนมีคำพิพากษาโดยได้รับอนุญาตจากศาล เมื่อศาลเป็นที่พอใจว่าคำร้องนั้นไม่อาจยื่นก่อนนั้นได้การส่งหมายเรียกบุคคลภายนอกตามอนุมาตรานี้ต้องมีสำเนาคำขอ หรือคำสั่งของศาล แล้วแต่กรณี และคำฟ้องตั้งต้นคดีนั้นแนบไปด้วยบทบัญญัติในประมวลกฎหมายนี้ไม่ตัดสิทธิของเจ้าหนี้ในอันที่จะใช้สิทธิเรียกร้องของลูกหนี้และที่จะเรียกลูกหนี้ให้เข้ามาในคดีดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-57/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง