ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 58: สิทธิและหน้าที่ของผู้ร้องสอด

ตัวบทกฎหมาย

ผู้ร้องสอดที่ได้เข้าเป็นคู่ความตามอนุมาตรา
(๑) และ
(๓) แห่งมาตราก่อนนี้ มีสิทธิเสมือนหนึ่งว่าตนได้ฟ้องหรือถูกฟ้องเป็นคดีเรื่องใหม่ ซึ่งโดยเฉพาะผู้ร้องสอดอาจนำพยานหลักฐานใหม่มาแสดง คัดค้านเอกสารที่ได้ยื่นไว้ ถามค้านพยานที่ได้สืบมาแล้ว และคัดค้านพยานหลักฐานที่ได้สืบไปแล้วก่อนที่ตนได้ร้องสอดอาจอุทธรณ์ฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ และอาจได้รับหรือถูกบังคับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมห้ามมิให้ผู้ร้องสอดที่ได้เป็นคู่ความตามอนุมาตรา
(๒) แห่งมาตราก่อน ใช้สิทธิอย่างอื่นนอกจากสิทธิที่มีอยู่แก่คู่ความฝ่ายซึ่งตนเข้าเป็นโจทก์ร่วมหรือจำเลยร่วมในชั้นพิจารณาเมื่อตนร้องสอด และห้ามมิให้ใช้สิทธิเช่นว่านั้นในทางที่ขัดกับสิทธิของโจทก์หรือจำเลยเดิม และให้ผู้ร้องสอดเสียค่าฤชาธรรมเนียมอันเกิดแต่การที่ร้องสอด แต่ถ้าศาลได้อนุญาตให้เข้าแทนที่โจทก์ หรือจำเลยเดิม ผู้ร้องสอดจึงมีฐานะเสมอด้วยคู่ความที่ตนเข้าแทนเมื่อได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งแล้ว ถ้ามีข้อเกี่ยวข้องกับคดี เป็นปัญหาจะต้องวินิจฉัยในระหว่างผู้ร้องสอดกับคู่ความฝ่ายที่ตนเข้ามาร่วม หรือที่ตนถูกหมายเรียกให้เข้ามาร่วม ผู้ร้องสอดย่อมต้องผูกพันตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น เว้นแต่ในกรณีต่อไปนี้
(๑) เนื่องจากความประมาทเลินเล่อของคู่ความนั้นทำให้ผู้ร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความในคดีช้าเกินสมควรที่จะแสดงข้อเถียงอันเป็นสาระสำคัญได้ หรือ
(๒) เมื่อคู่ความนั้นจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงมิได้ยกขึ้นใช้ซึ่งข้อเถียงในปัญหาข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญซึ่งผู้ร้องสอดมิได้รู้ว่ามีอยู่เช่นนั้น

คำแปลภาษาอังกฤษ

An intervener who has entered as a party under subsection (1) or (3) of the preceding section has the same rights as if he had himself sued or been sued in a new case; in particular, the intervener may adduce new evidence, object to documents already submitted, cross-examine witnesses already examined, and object to evidence already taken before he intervened; he may appeal or make a further appeal against a judgment or order of the court as provided by law; and he may recover, or be ordered to pay, the costs. An intervener who has become a party under subsection (2) of the preceding section is prohibited from exercising any right other than the rights belonging to the party as whose co-plaintiff or co-defendant he entered at the stage of trial when he intervened; and he is prohibited from exercising such rights in a manner conflicting with the rights of the original plaintiff or defendant; and the intervener shall bear the costs arising from the intervention. But if the court has allowed him to substitute for the original plaintiff or defendant, the intervener then has a standing equal to that of the party for whom he has substituted. Once a judgment or order has been made, if there is a matter connected with the case that is an issue to be decided between the intervener and the party as whose co-party he entered, or by whom he was summoned to enter, the intervener is bound by that judgment or order, except in the following cases: (1) where, owing to the negligence of that party, the intervener entered the case as a party too late to present his material objections; or (2) where that party, wilfully or through gross negligence, failed to raise a material objection on a question of law or of fact whose existence the intervener did not know.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 58 กำหนดผลของการร้องสอดตามมาตรา 57 ผู้ร้องสอดที่เข้ามาตามมาตรา 57 (1) หรือ (3) ถือเสมือนได้ฟ้องหรือถูกฟ้องเป็นคดีใหม่ จึงมีสิทธิเต็มที่อย่างคู่ความ ทั้งนำพยานหลักฐานใหม่ คัดค้าน ถามค้าน อุทธรณ์ฎีกา และได้รับหรือถูกบังคับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียม ในทางกลับกัน ผู้ร้องสอดตามมาตรา 57 (2) ซึ่งเข้าร่วมเพราะมีส่วนได้เสีย ถูกจำกัดเพียงสิทธิของฝ่ายที่ตนสนับสนุนและใช้ในทางขัดกันไม่ได้ เว้นแต่ศาลอนุญาตให้เข้าแทนที่คู่ความ จึงมีฐานะเสมอด้วยคู่ความนั้น วรรคท้ายให้ผู้ร้องสอดผูกพันตามคำพิพากษาในประเด็นที่เกี่ยวข้อง เว้นแต่ข้อยกเว้น 2 ประการที่คุ้มครองผู้ร้องสอดซึ่งเสียเปรียบจากความประมาทเลินเล่อของคู่ความ หรือการที่คู่ความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงไม่ยกข้อต่อสู้อันเป็นสาระสำคัญที่ผู้ร้องสอดไม่รู้

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

วิธีที่ท่านใช้ร้องสอดเป็นตัวกำหนดว่าท่านทำอะไรได้บ้าง จึงควรเลือกอย่างรอบคอบ การเข้ามาตามมาตรา 57 (1) หรือ (3) ให้สิทธิอย่างคู่ความเต็มที่ รวมถึงการนำพยานหลักฐานของตนและอุทธรณ์ แต่ก็ทำให้ท่านอาจถูกบังคับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียม ส่วนการเข้ามาตามมาตรา 57 (2) จำกัดกว่า คือ ต้องไปกับฝ่ายที่ท่านเข้าร่วมและใช้ในทางขัดกันไม่ได้ ทั้งพึงระลึกว่าโดยปกติท่านจะผูกพันตามคำพิพากษาในประเด็นที่เกี่ยวข้อง จึงควรร้องสอดแต่เนิ่น ๆ และยกข้อต่อสู้อันเป็นสาระสำคัญด้วยตนเอง มิใช่พึ่งพาฝ่ายที่ท่านสนับสนุน ก่อนร้องสอดควรชั่งน้ำหนักภาระค่าฤชาธรรมเนียมและกลยุทธ์คดีกับทนายความ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6627/2560 (2017)

    คู่ความที่ถูกหมายเรียกให้เข้ามาในคดีตามมาตรา 57 (3) ย่อมมีสิทธิเสมือนได้ฟ้องหรือถูกฟ้องเป็นคดีใหม่ และอาจได้รับหรือถูกบังคับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียม ตามมาตรา 58 วรรคหนึ่ง คำพิพากษาจึงควรบังคับในเรื่องคำขอและค่าฤชาธรรมเนียมต่อจำเลยร่วมที่ถูกหมายเรียกด้วย

    จำเลยร่วมทั้งสองถูกหมายเรียกให้เข้ามาในคดีตามคำร้องของจำเลยตามมาตรา 57 (3) ศาลฎีกาเห็นว่าตามมาตรา 58 วรรคหนึ่ง จำเลยร่วมมีสิทธิเสมือนถูกฟ้องเป็นคดีใหม่และอาจถูกบังคับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียม เมื่อที่ดินพิพาทเป็นที่ดินตามใบจองของโจทก์ จึงชอบที่จะห้ามจำเลยร่วมเข้าเกี่ยวข้องและให้รับผิดค่าฤชาธรรมเนียม อันเป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยที่ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1965/2550 (2007)

    ผู้ร้องสอดที่เข้ามาตามมาตรา 57 (1) ย่อมมีสิทธิเสมือนได้ฟ้องหรือถูกฟ้องเป็นคดีใหม่ตามมาตรา 58 จึงถือได้ว่าถูกฟ้องเป็นจำเลยร่วม และศาลมีอำนาจพิพากษาให้บังคับ เช่น ขับไล่ผู้ร้องสอดได้

    ผู้ร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความตามมาตรา 57 (1) ศาลฎีกาเห็นว่าตามมาตรา 58 ผู้ร้องสอดมีสิทธิเสมือนถูกฟ้องเป็นคดีใหม่ จึงถือได้ว่าถูกโจทก์ฟ้องเป็นจำเลยร่วม เมื่อเป็นคดีฟ้องเรียกอสังหาริมทรัพย์ซึ่งมาตรา 142 (1) ให้ถือเป็นประเภทเดียวกับฟ้องขับไล่ ศาลย่อมมีอำนาจพิพากษาให้ขับไล่ผู้ร้องสอดได้หากฟังว่าโจทก์มีสิทธิ

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 53 คดี (พ.ศ. 2488 ถึง 2560)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6627/2560 (2017)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 9740/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 10514-10515/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 10514/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 990-991/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 17870/2557 (2014)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8654/2557 (2014)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5916-5917/2556 (2013)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ผู้ร้องสอดมีสิทธิอะไรในคดีแพ่งไทย

ตามมาตรา 58 ขึ้นอยู่กับวิธีที่เข้ามา ผู้ร้องสอดตามมาตรา 57 (1) หรือ (3) ถือเสมือนถูกฟ้องเป็นคดีใหม่ มีสิทธิเต็มที่ทั้งนำพยานหลักฐาน ถามค้าน และอุทธรณ์ฎีกา ส่วนผู้ร้องสอดตามมาตรา 57 (2) ถูกจำกัดเพียงสิทธิของฝ่ายที่ตนเข้าร่วม

ผู้ร้องสอดผูกพันตามคำพิพากษาหรือไม่

โดยทั่วไปผูกพัน ตามมาตรา 58 เมื่อมีคำพิพากษาแล้ว ผู้ร้องสอดผูกพันในประเด็นที่เกี่ยวข้อง เว้นแต่ความประมาทเลินเล่อของคู่ความทำให้ผู้ร้องสอดเข้ามาช้าจนยกข้อต่อสู้สำคัญไม่ได้ หรือคู่ความจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงไม่ยกข้อสำคัญที่ผู้ร้องสอดไม่รู้

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Civil Procedure Code, s. 58 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 58. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-58/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 58
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-58/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-58/"><p>ผู้ร้องสอดที่ได้เข้าเป็นคู่ความตามอนุมาตรา (๑) และ (๓) แห่งมาตราก่อนนี้ มีสิทธิเสมือนหนึ่งว่าตนได้ฟ้องหรือถูกฟ้องเป็นคดีเรื่องใหม่ ซึ่งโดยเฉพาะผู้ร้องสอดอาจนำพยานหลักฐานใหม่มาแสดง คัดค้านเอกสารที่ได้ยื่นไว้ ถามค้านพยานที่ได้สืบมาแล้ว และคัดค้านพยานหลักฐานที่ได้สืบไปแล้วก่อนที่ตนได้ร้องสอดอาจอุทธรณ์ฎีกาคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ และอาจได้รับหรือถูกบังคับให้ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมห้ามมิให้ผู้ร้องสอดที่ได้เป็นคู่ความตามอนุมาตรา (๒) แห่งมาตราก่อน ใช้สิทธิอย่างอื่นนอกจากสิทธิที่มีอยู่แก่คู่ความฝ่ายซึ่งตนเข้าเป็นโจทก์ร่วมหรือจำเลยร่วมในชั้นพิจารณาเมื่อตนร้องสอด และห้ามมิให้ใช้สิทธิเช่นว่านั้นในทางที่ขัดกับสิทธิของโจทก์หรือจำเลยเดิม และให้ผู้ร้องสอดเสียค่าฤชาธรรมเนียมอันเกิดแต่การที่ร้องสอด แต่ถ้าศาลได้อนุญาตให้เข้าแทนที่โจทก์ หรือจำเลยเดิม ผู้ร้องสอดจึงมีฐานะเสมอด้วยคู่ความที่ตนเข้าแทนเมื่อได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งแล้ว ถ้ามีข้อเกี่ยวข้องกับคดี เป็นปัญหาจะต้องวินิจฉัยในระหว่างผู้ร้องสอดกับคู่ความฝ่ายที่ตนเข้ามาร่วม หรือที่ตนถูกหมายเรียกให้เข้ามาร่วม ผู้ร้องสอดย่อมต้องผูกพันตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น เว้นแต่ในกรณีต่อไปนี้ (๑) เนื่องจากความประมาทเลินเล่อของคู่ความนั้นทำให้ผู้ร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความในคดีช้าเกินสมควรที่จะแสดงข้อเถียงอันเป็นสาระสำคัญได้ หรือ (๒) เมื่อคู่ความนั้นจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงมิได้ยกขึ้นใช้ซึ่งข้อเถียงในปัญหาข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญซึ่งผู้ร้องสอดมิได้รู้ว่ามีอยู่เช่นนั้น</p><footer>Civil Procedure Code, s. 58 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-58/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง