กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

298 — ยึดทรัพย์ที่มีชื่อบุคคลอื่นเป็นเจ้าของ

คนบทกฎหมาย

ในกรณีที่ทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอ้างว่าเป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษามีชื่อบุคคลอื่นเป็นเจ้าของในทะเบียนหรือปรากฏตามหลักฐานอย่างอื่นว่าเป็นของบุคคลอื่น หากเจ้าพนักงานบังคับคดีสงสัยว่าทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นไม่ใช่เป็นของลูกหนี้ตามคำพิพากษาและไม่ยอมทำการยึดหรืออายัด ถ้าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษายืนยันให้ยึดหรืออายัด เจ้าพนักงานบังคับคดีจะทำการยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องนั้น หรือจะสั่งงดการยึดหรือการอายัดก็ได้ ในกรณีที่สั่งงด ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งห้ามการโอน ขาย ยักย้าย จำหน่าย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือเปลี่ยนแปลงซึ่งสิทธิในทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นไว้ก่อน
คำสั่งห้ามของเจ้าพนักงานบังคับคดีตามวรรคหนึ่งให้มีผลใช้บังคับได้ทันที และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งคำสั่งห้ามให้ลูกหนี้ตามคำพิพากษา และบุคคลผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องตามที่ปรากฏในทะเบียนหรือหลักฐานอย่างอื่นทราบโดยเร็ว ในกรณีที่ทรัพย์สินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่จะต้องจดทะเบียนหรือได้จดทะเบียนไว้ตามกฎหมาย ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งคำสั่งห้ามดังกล่าวให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจหน้าที่จดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นทราบด้วย ถ้าได้มีการจดทะเบียนไว้แล้ว ให้นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีไว้ในทะเบียน ทั้งนี้ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๓๑๕
(๑) และมาตรา ๓๒๐
(๑) มาใช้บังคับโดยอนุโลม
เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจยื่นคำร้องต่อศาลภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่เจ้าพนักงานบังคับคดีมีคำสั่งงดการยึดหรือการอายัดตามวรรคหนึ่ง เพื่อขอให้ศาลสั่งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องนั้น ในกรณีเช่นนี้ ให้ศาลส่งสำเนาคำร้องแก่เจ้าพนักงานบังคับคดีและบุคคลผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องตามที่ปรากฏในทะเบียนหรือหลักฐานอย่างอื่นทราบ และบุคคลดังกล่าวอาจคัดค้านว่าทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องนั้นไม่ใช่ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาได้ โดยยื่นคำคัดค้านต่อศาลภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่รับสำเนาคำร้อง และให้นำบทบัญญัติมาตรา ๓๒๓ หรือมาตรา ๓๒๕ แล้วแต่กรณี มาใช้บังคับโดยอนุโลม โดยหากศาลมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินหรืออายัดสิทธิเรียกร้องแล้ว บุคคลดังกล่าวที่ได้ยื่นคำคัดค้านตามวรรคนี้จะใช้สิทธิตามมาตรา ๓๒๓ หรือมาตรา ๓๒๕ แล้วแต่กรณี อีกหาได้ไม่
ในกรณีที่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษามิได้ยื่นคำร้องภายในกำหนดเวลาตามวรรคสามหรือศาลมีคำสั่งยกคำร้องดังกล่าว หรือในกรณีที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องในวรรคสาม แต่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาไม่ดำเนินการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องดังกล่าวภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง ให้คำสั่งห้ามตามวรรคหนึ่งเป็นอันยกเลิกไป และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีแจ้งการยกเลิกคำสั่งห้ามดังกล่าวให้บุคคลตามวรรคสองทราบด้วย

คำแปลภาษาไทย

Where property or a claim that the judgment creditor asserts belongs to the judgment debtor is registered in the name of another person as owner, or appears from other evidence to belong to another person, and the executing officer doubts that the property or claim belongs to the judgment debtor and refuses to seize or attach it, then, if the judgment creditor insists on the seizure or attachment, the executing officer may seize that property or attach that claim, or may order a stay of the seizure or attachment. Where he orders a stay, the executing officer shall issue an order prohibiting the transfer, sale, removal, disposal, destruction, impairment of value, or alteration of the rights in that property or claim in the meantime.
The prohibition order of the executing officer under paragraph one shall take effect immediately, and the executing officer shall promptly notify the judgment debtor and the person named as owner of the property or claim in the register or in other evidence of the prohibition order. Where such property must be or has been registered under the law, the executing officer shall also notify the registrar or the competent official having the duty of registration under the law concerned, and if it has already been registered, the registrar or the official shall record the executing officer's order in the register. The provisions of Section 315 (1) and Section 320 (1) shall apply mutatis mutandis.
The judgment creditor may file a motion with the court within fifteen days from the day on which the executing officer orders a stay of the seizure or attachment under paragraph one, to request the court to order the executing officer to seize that property or attach that claim. In such case, the court shall serve a copy of the motion on the executing officer and on the person named as owner of the property or claim in the register or in other evidence, and that person may object that the property or claim does not belong to the judgment debtor by filing an objection with the court within fifteen days from the day of receiving the copy of the motion; and the provisions of Section 323 or Section 325, as the case may be, shall apply mutatis mutandis. If the court orders the seizure of the property or the attachment of the claim, the person who has filed an objection under this paragraph may not further exercise the right under Section 323 or Section 325, as the case may be.
Where the judgment creditor has not filed a motion within the period under paragraph three, or the court dismisses the motion, or the court grants the motion under paragraph three but the judgment creditor does not proceed with the execution against that property or claim within fifteen days from the day of the court's order, the prohibition order under paragraph one shall lapse, and the executing officer shall notify the persons under paragraph two of the lapse of that prohibition order.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 298 แก้ปัญหาที่พบบ่อยเรื่องทรัพย์ที่เจ้าหนี้เชื่อว่าเป็นของลูกหนี้แต่มีชื่อบุคคลอื่นเป็นเจ้าของ โดยถ่วงดุลระหว่างการยืนยันของเจ้าหนี้กับความสงสัยของเจ้าพนักงาน เจ้าพนักงานอาจยึดตามการยืนยันของเจ้าหนี้ หรือสั่งงดและอายัดทรัพย์ไว้ ทำให้เกิดกำหนดสิบห้าวันให้เจ้าหนี้ยื่นต่อศาล และกำหนดเดียวกันให้ผู้มีชื่อเป็นเจ้าของคัดค้านตามมาตรา 323 หรือ 325 กำหนดเวลาทุกขั้นตอนป้องกันไม่ให้ทรัพย์ของบุคคลภายนอกถูกอายัดไม่มีกำหนด และมีกลไกยกเลิกคำสั่งห้ามเมื่อเจ้าหนี้ไม่ดำเนินการต่อ มาตรานี้ทำงานร่วมกับมาตรา 296 และ 297 และเป็นเลขตามการปรับปรุง พ.ศ. 2560 ส่วนคำพิพากษาที่อ้างมาตรา 298 เดิมเป็นเรื่องการจับกุมลูกหนี้

ความสำคัญต่อ

นี่คือบทสำคัญเมื่อลูกหนี้ซ่อนทรัพย์ไว้ในชื่อญาติหรือตัวแทน เจ้าหนี้ที่มั่นใจว่าทรัพย์เป็นของลูกหนี้จริงสามารถยืนยันให้เจ้าพนักงานยึดได้ และหากเจ้าพนักงานลังเล ก็นำเรื่องขึ้นศาลภายในสิบห้าวัน การพลาดกำหนดสิบห้าวันทำให้คำสั่งห้ามยกเลิกและทรัพย์หลุดมือ เวลาจึงสำคัญยิ่ง การสืบและโต้แย้งการถือครองแทนเป็นงานเชิงเทคนิค ทนายความด้านการบังคับคดีสามารถจัดทำและยื่นคำร้องให้ทันได้

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5053/2565 (2022)

    มาตรา 298 วรรคหนึ่ง ใช้บังคับกรณีทรัพย์ที่เจ้าหนี้อ้างว่าเป็นของลูกหนี้มีชื่อบุคคลอื่นเป็นเจ้าของ และเจ้าพนักงานบังคับคดีสงสัยจึงไม่ยอมยึดเว้นแต่เจ้าหนี้ยืนยัน บทบัญญัตินี้กำหนดว่าใครจะโต้แย้งความเป็นเจ้าของได้

    เจ้าหนี้ขอให้ยึดโรงแรมที่อ้างว่าเป็นของจำเลยที่ 1 แม้มีชื่อบุคคลอื่นเป็นเจ้าของ ศาลพิจารณาตามมาตรา 298 วรรคหนึ่งว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นลูกหนี้จะยื่นคำร้องคัดค้านว่าโรงแรมไม่ใช่ทรัพย์ของตนได้หรือไม่ โดยยกถ้อยคำของวรรคหนึ่งเป็นบทที่ใช้บังคับ

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1188/2564 (2021)

    เมื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีสั่งงดการยึดทรัพย์ที่เจ้าหนี้อ้างว่าเป็นของลูกหนี้แต่มีชื่อบุคคลอื่นเป็นเจ้าของ ทางแก้ของเจ้าหนี้คือยื่นคำร้องต่อศาลตามมาตรา 298 วรรคสาม ขอให้สั่งยึด มิใช่ดำเนินการโดยการอายัด

    เจ้าหนี้ขอยึดทรัพย์ที่อ้างว่าเป็นของลูกหนี้แต่มีชื่อบุคคลอื่นเป็นเจ้าของ และเจ้าพนักงานสั่งงดการยึด ศาลวินิจฉัยว่าเป็นกรณีตามมาตรา 298 วรรคสาม ที่เจ้าหนี้ยื่นคำร้องต่อศาลขอให้สั่งยึด มิใช่กรณีที่จะทำได้โดยคำสั่งอายัดดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย และเพราะเป็นปัญหาความสงบเรียบร้อย ศาลจึงยกขึ้นวินิจฉัยเอง

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

ฉันยึดทรัพย์ที่ลูกหนี้ซ่อนไว้ในชื่อผู้อื่นได้หรือไม่

ตามมาตรา 298 ท่านยืนยันให้เจ้าพนักงานบังคับคดียึดได้ หากเจ้าพนักงานสงสัยและสั่งงดการยึด ท่านมีสิบห้าวันในการยื่นคำร้องต่อศาลขอให้สั่งยึดหรืออายัด

ผู้มีชื่อเป็นเจ้าของคัดค้านการยึดได้หรือไม่

ได้ ตามมาตรา 298 วรรคสาม ผู้มีชื่อเป็นเจ้าของอาจคัดค้านภายในสิบห้าวันนับแต่รับสำเนาคำร้องของเจ้าหนี้ว่าทรัพย์ไม่ใช่ของลูกหนี้ โดยนำมาตรา 323 หรือ 325 มาใช้บังคับ

ถ้าเจ้าหนี้พ้นกำหนดสิบห้าวันจะเป็นอย่างไร

คำสั่งห้ามเป็นอันยกเลิก ตามวรรคสี่ หากเจ้าหนี้ไม่ยื่นภายในกำหนด ศาลยกคำร้อง หรือเจ้าหนี้ไม่ดำเนินการภายในสิบห้าวันนับแต่ศาลมีคำสั่งอนุญาต คำสั่งห้ามตามวรรคหนึ่งเป็นอันยกเลิก

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น