311: การยึดสิทธิตามใบอนุญาตและสัมปทาน
คนบทกฎหมาย
การยึดถือสิทธิของสุภาพสตรีตามคำพิพากษาตามแต่ละครั้งที่ประทานบัตรอาชญาบัตรสัมปทานหรือสิทธิเรียกร้องของการปฏิบัติตามคำพิพากษาที่ผู้ชมกันหรือที่พิจารณาอย่างต่อเนื่องกับสิทธิที่กล่าวอ้างเจ้าพนักงานบังคับคดีโดย
(๑) แจ้งรายการสิทธิที่ยึดตามคำตัดสินที่ทราบจะทำให้สามารถดำเนินการตามคำสั่งศาลที่กล่าวถึงมาตรา ๓๐๕ วรรคสอง
(๒) จดบันทึกนายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่รับผิดชอบว่าด้วยบันทึกการยึดถือทะเบียน
คำแปลภาษาไทย
การยึดสิทธิของลูกหนี้ตามคำพิพากษาภายใต้ใบอนุญาต สัญญาเช่าเหมืองแร่ ใบอนุญาตสำรวจแร่ สัมปทาน หรือสิทธิอื่นใดของลูกหนี้ตามคำพิพากษาที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันหรือเกี่ยวข้องกับสิทธิดังกล่าว จะกระทำโดยเจ้าหน้าที่บังคับคดีโดย:
(1) แจ้งรายการสิทธิที่ถูกยึดให้แก่ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หากไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวได้ ให้ดำเนินการตามวิธีการที่กำหนดไว้ในมาตรา 305 วรรคสอง;
(2) แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทะเบียนหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่ควบคุมเรื่องนั้นทราบเพื่อบันทึกการยึดในทะเบียน.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรานี้ที่ 3 นำมาเป็นและสัมปทานอะคริลิกแปลว่า ประทานบัตรและอาชญา บัตรเข้าสู่ขอบเขตการบังคับคดีในฐานะสิทธิและโอนได้ในลักษณะเดียวกับบทสิทธิเฉพาะอื่นๆ คือแจ้งตามทางเลือกวิธีการปิดประกาศมาตรา 305 และบันทึกในทะเบียนโดยเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินการคำพิพากษาเก่าที่ยังคงเป็นมาตราเดิมก่อนมักจะพ.ศ. พ.ศ. 2560 โดยที่ว่าโดยอาเรียกร้องสิทธิเรียกร้องและส่งต่อคำสั่งอาจะต้องอ่านต่อตัวบทในปัจจุบัน
ความสำคัญต่อ
บางครั้งการตรวจสอบจะอยู่ในสัมปทานหรือบางทีอาจยึดได้แต่เงื่อนไขของบางครั้งและข้อจำกัดที่ตรวจสอบผู้ให้กำหนดจะเป็นตัวกำหนดว่าจะมีการบังคับได้จริงหรือไม่เจ้าหนี้ควรแจ้งและยืนยันในทะเบียนต่อเจ้าหน้าที่ที่ระบบควบคุมการกำกับดูแลของผู้บริหารอาจควบคุมศูนย์กลางการตรวจสอบและดำเนินการก่อนดำเนินการ
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 32 คดี (พ.ศ. 2484 ถึง 2563)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1784/2563 (2020)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 9981/2560 (2017)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 9535/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4848/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3729/2552 (2009)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5347/2551 (2008)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8796/2550 (2007)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7027/2550 (2007)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- มาตรา 310/2 8
- 312 7
- 310 6
- 223/2 3
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
ประทานบัตรหรือสัมปทานถูกยึดในการบังคับคดีได้
ได้ตามมาตรฐาน มาตรา 311 พฤติกรรมตามเวลาที่ประทานบัตร อาชญาบัตร หรือสัมปทานสามารถยึดได้โดยแจ้งความต้องการของนายทะเบียนหรือเจ้าหน้าที่ที่เก็บข้อมูลการยึดในทะเบียน
การยึดสัมปทานในการขายต่อหรือไม่
เสมอไปเงื่อนไขของทุกครั้งและการควบคุมที่ผู้ตรวจสอบให้กำหนดว่าเป็นความผิดที่ยึดจะโอนหรือบังคับอย่างไรและอย่างไร
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil Procedure Code, s. 311 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 311. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-311/ (accessed 11 สิงหาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 311 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-311/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-311/"><p>การยึดครองสิทธิของผู้ขับขี่ตามคำพิพากษาตามพระราชอิสริยยศบัตรอาชญาบัตรสมปทานหรือสิทธิของผู้ชมตามคำพิพากษาที่ผู้สมัครกันหรือที่ตามมาด้วยการสนับสนุนกับสิทธิตามคำตัดสินของเจ้าพนักงานปกครองโดย (๑) แจ้งสิทธิที่ยึดให้สนามกีฬาตามคำพิพากษาทราบอาจทำให้สามารถดำเนินการตามผู้ช่วยวิจัยมาตรา ๓๐๕ วรรคสอง (๒) นายทะเบียนหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานขององค์กรว่าด้วยนั้นบันทึกการรณรงค์อย่างเป็นทางการ</p><footer>Civil Procedure Code, s. 311 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-311/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา