43: การขอเข้าเป็นคู่ความแทนผู้มรณะ
คนบทกฎหมาย
ธิดามรณะหรือผู้จัดการทรัพย์มรดกในมรณะหรือผู้จัดการฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีทรัพย์สมบัติที่เป็นประโยชน์จะขอเข้ามาเป็นคู่แทนก็จะให้ยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลในเรื่องนั้นในกรณีของศาลเห็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นหรือเมื่อคู่ความฝ่ายศัตรูใดฝ่ายหนึ่งมีคำขอศาลอาจเกิดขึ้นในผู้ที่จะเข้ามาเป็นความคู่แทนนั้นแสดงรายงานการวิจัยสนับสนุนคำขอเช่นว่าสามารถได้แสดงประวัติการตรวจสอบนั้นแล้วจะให้มีประวัติความเป็นมาของบริษัทในการที่จะเข้าเป็นคู่แทน
คำแปลภาษาไทย
หากทายาทของผู้ตาย ผู้จัดการมรดกของผู้ตาย หรือบุคคลอื่นใดที่มีอำนาจดูแลมรดก ประสงค์จะเข้าเป็นคู่ความแทนผู้ตาย จะต้องยื่นคำร้องต่อศาล ในกรณีเช่นนี้ เมื่อศาลเห็นสมควร หรือตามคำขอของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ศาลอาจสั่งให้บุคคลที่จะเข้าเป็นคู่ความแทนผู้ตายยื่นหลักฐานเพื่อสนับสนุนคำขอนั้น เมื่อได้รับหลักฐานแล้ว ศาลจะออกคำสั่งอนุญาตหรือปฏิเสธการเข้าเป็นคู่ความแทน.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
ส่วนที่ 43 วิธีการเข้าแทนที่ผู้มรณะโดยวิธีการสมัครใจ เสริมกับเครื่องหมายเรียกส่วนบังคับตามมาตรา 44 และกรอบเวลาตามลำดับตามมาตรา 42 ผู้ที่มุ่งร้ายเป็นทายาท ผู้จัดการมรดกหรือผู้ปกครองทรัพย์สืบค้นคำร้องขอเข้าแทนและศาลอาจแสดงข้อมูลสนับสนุนก่อนมีการดำเนินการของศาลคือตรวจสอบระบบยื่นแล้วหรือไม่สามารถเข้าแทน บทนี้ใช้ผ่านกฎหมายพิจารณาของศาลชำนัญพิเศษเสมอ เช่น คดีแรงงานและคดีทางปัญญา และในคดีส่วนแพ่งที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญา
ความสำคัญต่อ
ในกรณีที่ผู้ท่านเป็นผู้จัดการมรดกเป็นคู่ความในคดีเข้ารับคดีต่อการพิจารณายื่นคำร้องตามมาตรา 43 ต้องพร้อมพิสูจน์ว่าท่านเป็นทายาท ผู้จัดการมรดกหรือมรดกทรัพย์จริง เช่น ใบมรณบัตร คำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกเอกสารแสดงข้อมูลทายาท การให้การสนับสนุนเป็นผู้จัดการมรดกอย่างเป็นทางการทำให้ชัดเจนขึ้นในการพิจารณาที่คดีความเชื่อมกับงานสืบมรดกและประวัติการร้องตามมาตรา 42 โดยทั่วไปแล้วอัยการไทยช่วยหรือเตรียมคำร้องที่เกี่ยวข้องหรือสืบสวนสอบสวน และช่วยด้านมรดกได้
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาฎีกาที่ 14005/2558 (2015)
เมื่อโจทก์ถึงแก่จนสามารถพิจารณาของศาลฎีกาศาลอาจพบทายาทได้ในมรณะเข้าเป็นคู่ความโจทก์ผู้มรณะตามมาตรา 43
ดูหนังของศาลฎีกา โจทก์ถึงประตูเก่าแก่ของศาลฎีกาที่บุคคลดังกล่าวเข้าเป็นคู่แทนโจทก์ผู้มรณะตามมาตรา 43 คดีเกี่ยวกับที่ที่จะได้เห็นระหว่างการชุมนุมซึ่งแยกออกมาโดยเพิกเฉยขาดจากกัน จะทำให้คดีแทนโจทก์ผู้มรณะได้
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 15036/2558 (2015)
เมื่อจำเลยถึงแก่ความตายระหว่างที่ดูเหมือนของศาลฎีกาศาลอาจมีคำสั่งตามคำร้องของอีกฝ่ายให้บุตรของจำเลยก่อนที่จะทายาทเข้าเป็นคู่ความรู้สึกของผู้มีอำนาจมรณะตามมาตรา 43 การตรวจสอบกฎหมายวิธีพิจารณาคดีแรงงาน
เหตุการณ์ของศาลฎีกา จำเลยที่ 2 ถึงแก่ชราเพื่อดูโจทก์ยื่นคำร้องขอให้เป็นสัญลักษณ์ของบุตรในการเดินทางของจำเลยที่ 2 เข้าเป็นคู่ความแทนเพื่อฟังบุคคลเหล่านี้เป็นทายาทของจำเลยที่ 2 ผู้ว่าการมรณะศาลฎีกากรุณาให้เข้าเป็นคู่แทนจำเลยที่ 2 ตามมาตรา 43 รายงานการพิจารณาคดีการค้าและพิจารณาคดีแรงงาน ส่วน 31 คดีมีมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันสังคม
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 3724/2564 (2021)
ในคดีส่วนแพ่งที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนกับคดีอาญาเมื่อโจทก์ร่วมถึงแก่ความตายระหว่างการพิจารณาบุคคลอาจยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความที่ผู้มรณะตามมาตรา 43 พื้นที่วิจัยกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 40 และศาลในส่วนได้
ในคดีอาญาและคำขอส่วนแพ่ง โจทก์ร่วมที่ 3 ถึงแก่ย้อนระหว่างการพิจารณา มีผู้ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความสืบเนื่องของผู้มรณะตามมาตรา 43 คุณสมบัติของกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 40 ศาลชั้นต้นคดีไม่จำเป็นต้องร้องขอส่วนแพ่งพร้อมคดีอาญาได้
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 31 คดี (พ.ศ. 2495 ถึง 2566)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4044-4046/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 14005/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1303/2551 (2008)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2915/2548 (2005)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 291/2540 (1997)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2159/2537 (1994)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1890/2536 (1993)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 387/2533 (1990)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
ทายาทจะเข้ารับคดีในมรณะได้อย่างไร
ตามมาตรา 43 ทายาท ผู้จัดการมรดกหรือมรดกทรัพย์มรดกยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ที่ผู้มรณะศาลอาจแสดงหลักฐานสนับสนุนแล้วอาจดำเนินการหรือบางทีก็ได้
ศาลต้องการการพิสูจน์ใด ๆ เพื่อเข้าเป็นคู่ความแทน
ศาลอาจเป็นไปได้ว่าผู้ยื่นร้องคำร้องแสดงหลักฐานหลักฐานสนับสนุนเช่นหลักฐานว่าทายาท ผู้จัดการมรดกหรือมรดกทรัพย์มรดกเมื่อแสดงแล้วศาลอุทธรณ์คำสั่งเข้าแทนหรือไม่ก็ได้
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil Procedure Code, s. 43 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 43. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-43/ (accessed 11 สิงหาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 43 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-43/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-43/"><p>ธิดามรณะหรือผู้จัดการทรัพย์มรดกในมรณะหรือผู้จัดการฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีทรัพย์สมบัติที่เป็นประโยชน์จะขอเข้ามาเป็นคู่แทนก็จะให้ยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลในเรื่องนั้นในกรณีของศาลเห็นเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นหรือเมื่อคู่ความฝ่ายศัตรูใดฝ่ายหนึ่งมีคำขอศาลอาจเกิดขึ้นในผู้ที่จะเข้ามาเป็นความคู่แทนนั้นแสดงรายงานการวิจัยสนับสนุนคำขอเช่นว่าสามารถได้แสดงประวัติการตรวจสอบนั้นแล้วจะให้มีประวัติความเป็นมาของบริษัทในการที่จะเข้าเป็นคู่แทน</p><footer>Civil Procedure Code, s. 43 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-43/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา