42 — คู่ความมรณะระหว่างพิจารณาคดี
คนบทกฎหมาย
ถ้าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในคดีที่ค้างพิจารณาอยู่ในศาลได้มรณะเสียก่อนศาลพิพากษาคดี ให้ศาลเลื่อนการนั่งพิจารณาไปจนกว่าทายาทของผู้มรณะหรือผู้จัดการทรัพย์มรดกของผู้มรณะ หรือบุคคลอื่นให้ที่ปกครองทรัพย์มรดกไว้ จะได้เข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะ โดยมีคำขอเข้ามาเอง หรือโดยที่ศาลหมายเรียกให้เข้ามา เนื่องจากคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีคำขอฝ่ายเดียว คำขอเช่นว่านี้จะต้องยื่นภายในกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่คู่ความฝ่ายนั้นมรณะถ้าไม่มีคำขอของบุคคลดังกล่าวมาแล้ว หรือไม่มีคำขอของคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งภายในเวลาที่กำหนดไว้ ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีเรื่องนั้นเสียจากสารบบความ
คำแปลภาษาไทย
If a party to a case pending before the court dies before the court gives judgment, the court shall postpone the hearing until an heir of the deceased, an administrator of the deceased's estate, or another person having custody of the estate has entered the case as a party in place of the deceased, whether by his own application or by a summons issued by the court upon the ex parte application of either party. Such an application must be filed within one year from the day on which that party died. If no application is made by the said persons, or no application is made by either party within the period fixed, the court shall order the case to be struck off the cause list.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 42 ว่าด้วยกรณีคู่ความมรณะขณะคดียังค้างพิจารณาก่อนศาลพิพากษา ศาลต้องเลื่อนการนั่งพิจารณาเพื่อให้ผู้สืบสิทธิที่ชอบ ได้แก่ ทายาท ผู้จัดการมรดก หรือผู้ปกครองทรัพย์มรดก เข้ามาเป็นคู่ความแทน โดยมีคำขอเข้ามาเองหรือโดยศาลหมายเรียกตามคำขอฝ่ายเดียวของอีกฝ่าย บทนี้กำหนดระยะเวลาแน่นอนหนึ่งปีนับแต่วันมรณะ และวรรคสองให้ศาลจำหน่ายคดีออกจากสารบบความหากไม่มีคำขอเข้าแทนภายในกำหนด ใช้ประกอบมาตรา 43 เรื่องคำขอเข้าแทนโดยสมัครใจ และมาตรา 44 เรื่องวิธีการหมายเรียก และมักใช้ผ่านกฎหมายวิธีพิจารณาของศาลชำนัญพิเศษ เช่น ศาลเยาวชนและครอบครัว ทั้งนี้ ใช้กับคดีที่ยังอยู่ระหว่างพิจารณา มิใช่หน้าที่ที่ตกทอดแก่ทายาทแล้วในชั้นบังคับคดี
ความสำคัญต่อ
กำหนดหนึ่งปีนี้เป็นกับดักสำหรับผู้ไม่ระวัง หากคู่ความในคดีของท่านมรณะและไม่มีทายาทหรือผู้จัดการมรดกเข้าแทนภายในหนึ่งปี ศาลอาจจำหน่ายคดีทั้งเรื่อง ทำให้ที่ดำเนินมาสูญเปล่า หากท่านเป็นอีกฝ่าย ท่านขอให้ศาลหมายเรียกผู้สืบสิทธิเข้ามาเพื่อรักษาคดีไว้ได้ การหาตัวทายาทหรือผู้จัดการมรดกมักต้องจัดการเรื่องมรดกก่อน คดีความจึงเกี่ยวพันกับงานมรดก ควรดำเนินการก่อนครบกำหนดหนึ่งปีและให้ทนายความยื่นคำขอเข้าแทนให้ถูกต้อง
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3902/2568 (2025)
เมื่อคู่ความมรณะและไม่สามารถสืบหาทายาทเข้ามาเป็นคู่ความแทนได้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันมรณะ ต้องจำหน่ายคดีออกจากสารบบความตามมาตรา 42 วรรคสอง
ผู้ร้องถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2566 ศาลชั้นต้นแจ้งให้ทนายผู้ร้องหาบุคคลเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะ แต่ไม่สามารถสืบหาทายาทเข้ามาเป็นคู่ความแทนภายในหนึ่งปีนับแต่วันถึงแก่กรรม ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าต้องจำหน่ายคดีออกจากสารบบความตามมาตรา 42 วรรคสอง ประกอบพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว มาตรา 182/1 วรรคสอง และให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความของศาลฎีกา
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2659/2566 (2023)
เมื่อจำเลยในคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาถึงแก่ความตาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับและให้จำหน่ายคดีส่วนอาญา ส่วนคดีแพ่งให้ศาลชั้นต้นดำเนินการให้บุคคลที่กฎหมายกำหนดเข้าเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะตามมาตรา 42
เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (1) จึงให้จำหน่ายคดีส่วนอาญา สำหรับคดีส่วนแพ่ง ศาลฎีกาให้ศาลชั้นต้นดำเนินการเพื่อให้บุคคลที่กฎหมายกำหนดเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่จำเลยผู้มรณะตามมาตรา 42
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2232/2567 (2024)
เมื่อจำเลยถึงแก่ความตายหลังมีคำพิพากษาและคดีส่วนแพ่งยังดำเนินอยู่ อำนาจของทนายจำเลยหาได้หมดสิ้นไปทันทีไม่ และหากมิได้ดำเนินการในคดีส่วนแพ่งภายในกำหนดหนึ่งปีตามมาตรา 42 เจ้าหนี้ตามคำพิพากษายังมีสิทธิบังคับคดีต่อทายาทของผู้มรณะได้
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย อำนาจของทนายจำเลยในการดำเนินคดีส่วนแพ่งหาได้หมดสิ้นไปทันทีไม่ตามหลักตัวแทนในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เมื่อทนายจำเลยมิได้ดำเนินการในคดีส่วนแพ่งภายในกำหนดหนึ่งปีตามมาตรา 42 โจทก์ยังมีสิทธิบังคับคดีต่อไปได้ เพราะสิทธิในการบังคับคดีเป็นสิทธิในทรัพย์สินมิใช่สิทธิเฉพาะตัว ความรับผิดตามคำพิพากษาย่อมตกทอดแก่ทายาทของจำเลยตามมาตรา 1599 และ 1600
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
ถ้าคู่ความมรณะระหว่างคดีแพ่งในไทยจะเป็นอย่างไร
ตามมาตรา 42 ศาลจะเลื่อนคดีไว้จนกว่าทายาท ผู้จัดการมรดก หรือผู้ปกครองทรัพย์มรดกจะเข้าเป็นคู่ความแทน โดยต้องมีคำขอภายในหนึ่งปีนับแต่วันมรณะ มิฉะนั้นศาลจะจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ
มีเวลานานเท่าใดในการเข้าเป็นคู่ความแทนผู้มรณะ
หนึ่งปีนับแต่วันมรณะ ตามมาตรา 42 วรรคสอง หากไม่มีคำขอเข้าแทนภายในหนึ่งปีดังกล่าว ศาลต้องจำหน่ายคดีออกจากสารบบความ