กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

44 — การหมายเรียกบุคคลเข้าแทนผู้มรณะ

คนบทกฎหมาย

คำสั่งให้หมายเรียกบุคคลใดเข้ามาแทนผู้มรณะนั้น จะต้องกำหนดระยะเวลาพอสมควรเพื่อให้บุคคลนั้นมีโอกาสคัดค้านในศาลว่าตนมิได้เป็นทายาทของผู้มรณะ หรือมิได้เป็นผู้จัดการทรัพย์มรดกหรือผู้ปกครองทรัพย์มรดกนั้นทายาท ผู้จัดการทรัพย์มรดก หรือบุคคลผู้ถูกเรียกไม่จำต้องปฏิบัติตามหมายเช่นว่านั้นก่อนระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้เพื่อการยอมรับฐานะนั้นได้ล่วงพ้นไปแล้วถ้าบุคคลที่ถูกศาลหมายเรียกนั้น ยินยอมรับเข้ามาเป็นคู่ความแทนผู้มรณะ ให้ศาลจดรายงานพิสดารไว้และดำเนินคดีต่อไปถ้าบุคคลนั้นไม่ยินยอมหรือไม่มาศาล ให้ศาลทำการไต่สวนตามที่เห็นสมควร ถ้าศาลเห็นว่าหมายเรียกนั้นมีเหตุผลฟังได้ ก็ให้ออกคำสั่งตั้งบุคคลผู้ถูกเรียกเป็นคู่ความแทนผู้มรณะแล้วดำเนินคดีต่อไป ถ้าศาลเห็นว่าข้อคัดค้านของบุคคลผู้ถูกเรียกมีเหตุผลฟังได้ ก็ให้ศาลสั่งเพิกถอนหมายเรียกนั้นเสีย และถ้าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถเรียกทายาทอันแท้จริง หรือผู้จัดการทรัพย์มรดกหรือบุคคลที่ปกครองทรัพย์มรดกของผู้มรณะเข้ามาเป็นคู่ความแทนผู้มรณะได้ภายในกำหนดเวลาหนึ่งปี ก็ให้ศาลมีคำสั่งตามที่เห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

คำแปลภาษาไทย

An order summoning any person to enter in place of the deceased must fix a reasonable period so that such person has the opportunity to object before the court that he is not an heir of the deceased, or is not the administrator of the estate or the custodian of the estate. The heir, the administrator of the estate, or the person summoned is not bound to comply with such a summons before the period fixed by law for the acceptance of that status has elapsed. If the person summoned by the court consents to enter as a party in place of the deceased, the court shall make a detailed record thereof and proceed with the case. If such person does not consent or does not attend the court, the court shall hold an inquiry as it thinks fit. If the court is of the opinion that the summons is well founded, it shall issue an order appointing the person summoned as a party in place of the deceased and proceed with the case. If the court is of the opinion that the objection of the person summoned is well founded, it shall order the summons to be revoked. And if either party is unable to summon the true heir, the administrator of the estate, or the custodian of the deceased's estate to enter as a party in place of the deceased within the period of one year, the court shall make such order as it thinks fit for the benefit of justice.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 44 ควบคุมวิธีการเข้าแทนภาคบังคับ เสริมกับคำขอโดยสมัครใจตามมาตรา 43 และกรอบเวลาหนึ่งปีตามมาตรา 42 หมายเรียกให้เข้าแทนผู้มรณะต้องให้เวลาพอสมควรแก่บุคคลนั้นในการคัดค้านว่าตนมิใช่ทายาท ผู้จัดการมรดก หรือผู้ปกครองทรัพย์มรดก และไม่มีผู้ใดจำต้องปฏิบัติตามหมายก่อนพ้นกำหนดเวลาตามกฎหมายเพื่อการยอมรับฐานะนั้น หากยินยอมศาลจดรายงานพิสดารและดำเนินคดีต่อ หากไม่ยินยอมศาลไต่สวนแล้วสั่งตั้งเป็นคู่ความแทนหรือเพิกถอนหมาย วรรคท้ายให้อำนาจศาลสั่งตามที่เห็นสมควรเมื่อไม่อาจเรียกผู้สืบสิทธิที่แท้จริงได้ภายในหนึ่งปี กลไกนี้ใช้กับคดีที่ยังค้างพิจารณา ศาลแยกกรณีชั้นบังคับคดีที่หน้าที่ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาผู้มรณะตกทอดแก่ทายาทตามกฎหมายมรดกโดยไม่ต้องใช้วิธีการเข้าแทนตามมาตรา 42 และ 44

ความสำคัญต่อ

หากท่านได้รับหมายเรียกให้เข้ารับคดีของผู้มรณะ ท่านไม่ถูกผูกพันโดยอัตโนมัติ ท่านมีเวลาพอสมควรที่จะคัดค้านว่าตนมิใช่ทายาท ผู้จัดการมรดก หรือผู้ปกครองทรัพย์มรดก และไม่จำต้องปฏิบัติตามหมายก่อนพ้นกำหนดเวลาตามกฎหมายเพื่อการยอมรับฐานะนั้น ในทางกลับกัน หากท่านต้องการรักษาคดีไว้ ให้ใช้วิธีนี้เรียกผู้สืบสิทธิเข้ามา แต่หากไม่อาจหาทายาทหรือผู้จัดการมรดกที่แท้จริงได้ภายในหนึ่งปี ศาลจะสั่งตามที่เห็นสมควรซึ่งอาจรวมถึงการจำหน่ายคดี พึงสังเกตข้อแตกต่างในชั้นบังคับคดี เมื่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาถึงแก่ความตาย หน้าที่ย่อมตกทอดแก่ทายาทตามกฎหมายมรดก โดยไม่ต้องใช้วิธีการเข้าแทนตามมาตรา 42 และ 44 ในลักษณะเดียวกัน

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19128/2555 (2012)

    เมื่อจำเลยผู้เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาถึงแก่ความตายในระหว่างการบังคับคดี หน้าที่และความรับผิดย่อมตกแก่ทายาทตามกฎหมายมรดก มิใช่คดีค้างพิจารณาที่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 42 และ 44 ทายาทจึงยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนไม่ได้ เว้นแต่มีข้อโต้แย้งสิทธิเกิดขึ้นในชั้นบังคับคดี

    เมื่อคดีถึงที่สุดและจำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตายในระหว่างการบังคับคดี ศาลฎีกาเห็นว่าหน้าที่และความรับผิดของจำเลยที่ 1 ย่อมตกแก่ทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 และ 1600 เพียงเพื่อให้การบังคับคดีเสร็จไปเท่านั้น จึงไม่ใช่เรื่องคดีค้างพิจารณาที่ศาลต้องปฏิบัติตามมาตรา 42 และ 44 ผู้ร้องจึงไม่อาจยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนผู้มรณะและขอเพิกถอนการบังคับคดีได้ การเข้าแทนในชั้นบังคับคดีต้องได้ความว่ามีข้อโต้แย้งสิทธิเกิดขึ้นในชั้นนั้น

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2532/2523 (1980)

    เมื่อลูกหนี้ถึงแก่กรรมในระหว่างการบังคับคดีตามคำพิพากษาที่ถึงที่สุด หน้าที่และความรับผิดย่อมตกทอดแก่ทายาทตามกฎหมายมรดก ศาลจึงออกคำบังคับแก่ผู้จัดการมรดกได้โดยไม่ต้องออกหมายเรียกให้เข้าเป็นคู่ความแทนตามมาตรา 42 และ 44 ก่อน

    คำพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยรับเงินและโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมตึกแถวให้แก่โจทก์ จำเลยถึงแก่กรรมในระหว่างการบังคับคดี ศาลฎีกาเห็นว่าหน้าที่และความรับผิดย่อมตกทอดแก่ทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 และ 1600 ไม่ใช่เรื่องคดีค้างพิจารณาที่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 42 และ 44 ศาลชั้นต้นจึงออกคำบังคับแก่ผู้จัดการมรดกของจำเลยได้โดยไม่ต้องออกหมายเรียกหรือมีคำสั่งให้เข้าเป็นคู่ความแทนจำเลยเสียก่อน

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2376/2545 (2002)

    เมื่อจำเลยถึงแก่ความตายในระหว่างการบังคับคดี หน้าที่และความรับผิดย่อมตกทอดแก่ทายาทตามกฎหมายมรดกเพื่อให้การบังคับเสร็จสิ้นไปเท่านั้น มิใช่เรื่องคดีค้างพิจารณาอันจะต้องปฏิบัติตามมาตรา 42 และ 44

    ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบที่ดินและอาคารตามสัญญาเช่า หากส่งมอบไม่ได้ให้ใช้เงินพร้อมดอกเบี้ย จำเลยถึงแก่ความตายในระหว่างการบังคับคดี ศาลฎีกาเห็นว่าหน้าที่และความรับผิดย่อมตกทอดแก่ทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 และ 1600 เพื่อให้การบังคับเสร็จสิ้นไปเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องคดีค้างพิจารณาอันจะต้องปฏิบัติตามมาตรา 42 และ 44

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

ถ้าศาลหมายเรียกให้เราเข้าแทนผู้มรณะ เราคัดค้านได้หรือไม่

ได้ ตามมาตรา 44 หมายเรียกต้องให้เวลาพอสมควรแก่ท่านในการคัดค้านว่าตนมิใช่ทายาท ผู้จัดการมรดก หรือผู้ปกครองทรัพย์มรดก หากคัดค้าน ศาลจะไต่สวนแล้วสั่งตั้งท่านเป็นคู่ความแทนหรือเพิกถอนหมายเรียก

ถ้าไม่อาจเรียกทายาทที่แท้จริงเข้ามาได้ภายในหนึ่งปีจะเป็นอย่างไร

ตามวรรคท้ายของมาตรา 44 หากคู่ความไม่อาจเรียกทายาท ผู้จัดการมรดก หรือผู้ปกครองทรัพย์มรดกที่แท้จริงเข้ามาได้ภายในหนึ่งปี ศาลจะสั่งตามที่เห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ซึ่งอาจรวมถึงการจำหน่ายคดี

มาตรา 42 และ 44 ใช้กรณีลูกหนี้ถึงแก่ความตายในชั้นบังคับคดีหรือไม่

โดยทั่วไปไม่ใช้ ศาลวินิจฉัยว่าเมื่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาถึงแก่ความตายในชั้นบังคับคดี หน้าที่และความรับผิดย่อมตกทอดแก่ทายาทตามกฎหมายมรดก จึงไม่ใช่คดีค้างพิจารณาที่ต้องปฏิบัติตามวิธีการเข้าแทนตามมาตรา 42 และ 44

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น