ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา · ใบอนุญาตทนายความเลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) WhatsApp

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 44: การหมายเรียกบุคคลเข้าแทนผู้มรณะ

ตัวบทกฎหมาย

คำสั่งให้หมายเรียกบุคคลใดเข้ามาแทนผู้มรณะนั้น จะต้องกำหนดระยะเวลาพอสมควรเพื่อให้บุคคลนั้นมีโอกาสคัดค้านในศาลว่าตนมิได้เป็นทายาทของผู้มรณะ หรือมิได้เป็นผู้จัดการทรัพย์มรดกหรือผู้ปกครองทรัพย์มรดกนั้นทายาท ผู้จัดการทรัพย์มรดก หรือบุคคลผู้ถูกเรียกไม่จำต้องปฏิบัติตามหมายเช่นว่านั้นก่อนระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้เพื่อการยอมรับฐานะนั้นได้ล่วงพ้นไปแล้วถ้าบุคคลที่ถูกศาลหมายเรียกนั้น ยินยอมรับเข้ามาเป็นคู่ความแทนผู้มรณะ ให้ศาลจดรายงานพิสดารไว้และดำเนินคดีต่อไปถ้าบุคคลนั้นไม่ยินยอมหรือไม่มาศาล ให้ศาลทำการไต่สวนตามที่เห็นสมควร ถ้าศาลเห็นว่าหมายเรียกนั้นมีเหตุผลฟังได้ ก็ให้ออกคำสั่งตั้งบุคคลผู้ถูกเรียกเป็นคู่ความแทนผู้มรณะแล้วดำเนินคดีต่อไป ถ้าศาลเห็นว่าข้อคัดค้านของบุคคลผู้ถูกเรียกมีเหตุผลฟังได้ ก็ให้ศาลสั่งเพิกถอนหมายเรียกนั้นเสีย และถ้าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถเรียกทายาทอันแท้จริง หรือผู้จัดการทรัพย์มรดกหรือบุคคลที่ปกครองทรัพย์มรดกของผู้มรณะเข้ามาเป็นคู่ความแทนผู้มรณะได้ภายในกำหนดเวลาหนึ่งปี ก็ให้ศาลมีคำสั่งตามที่เห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

คำแปลภาษาอังกฤษ

คำสั่งให้หมายเรียกบุคคลใดเข้ามาแทนผู้มรณะนั้น จะต้องกำหนดระยะเวลาพอสมควรเพื่อให้บุคคลนั้นมีโอกาสคัดค้านในศาลว่าตนมิได้เป็นทายาทของผู้มรณะ หรือมิได้เป็นผู้จัดการทรัพย์มรดกหรือผู้ปกครองทรัพย์มรดกนั้นทายาท ผู้จัดการทรัพย์มรดก หรือบุคคลผู้ถูกเรียกไม่จำต้องปฏิบัติตามหมายเช่นว่านั้นก่อนระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้เพื่อการยอมรับฐานะนั้นได้ล่วงพ้นไปแล้วถ้าบุคคลที่ถูกศาลหมายเรียกนั้น ยินยอมรับเข้ามาเป็นคู่ความแทนผู้มรณะ ให้ศาลจดรายงานพิสดารไว้และดำเนินคดีต่อไปถ้าบุคคลนั้นไม่ยินยอมหรือไม่มาศาล ให้ศาลทำการไต่สวนตามที่เห็นสมควร ถ้าศาลเห็นว่าหมายเรียกนั้นมีเหตุผลฟังได้ ก็ให้ออกคำสั่งตั้งบุคคลผู้ถูกเรียกเป็นคู่ความแทนผู้มรณะแล้วดำเนินคดีต่อไป ถ้าศาลเห็นว่าข้อคัดค้านของบุคคลผู้ถูกเรียกมีเหตุผลฟังได้ ก็ให้ศาลสั่งเพิกถอนหมายเรียกนั้นเสีย และถ้าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถเรียกทายาทอันแท้จริง หรือผู้จัดการทรัพย์มรดกหรือบุคคลที่ปกครองทรัพย์มรดกของผู้มรณะเข้ามาเป็นคู่ความแทนผู้มรณะได้ภายในกำหนดเวลาหนึ่งปี ก็ให้ศาลมีคำสั่งตามที่เห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 44 ควบคุมวิธีการเข้าแทนภาคบังคับ เสริมกับคำขอโดยสมัครใจตามมาตรา 43 และกรอบเวลาหนึ่งปีตามมาตรา 42 หมายเรียกให้เข้าแทนผู้มรณะต้องให้เวลาพอสมควรแก่บุคคลนั้นในการคัดค้านว่าตนมิใช่ทายาท ผู้จัดการมรดก หรือผู้ปกครองทรัพย์มรดก และไม่มีผู้ใดจำต้องปฏิบัติตามหมายก่อนพ้นกำหนดเวลาตามกฎหมายเพื่อการยอมรับฐานะนั้น หากยินยอมศาลจดรายงานพิสดารและดำเนินคดีต่อ หากไม่ยินยอมศาลไต่สวนแล้วสั่งตั้งเป็นคู่ความแทนหรือเพิกถอนหมาย วรรคท้ายให้อำนาจศาลสั่งตามที่เห็นสมควรเมื่อไม่อาจเรียกผู้สืบสิทธิที่แท้จริงได้ภายในหนึ่งปี กลไกนี้ใช้กับคดีที่ยังค้างพิจารณา ศาลแยกกรณีชั้นบังคับคดีที่หน้าที่ของลูกหนี้ตามคำพิพากษาผู้มรณะตกทอดแก่ทายาทตามกฎหมายมรดกโดยไม่ต้องใช้วิธีการเข้าแทนตามมาตรา 42 และ 44

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

หากท่านได้รับหมายเรียกให้เข้ารับคดีของผู้มรณะ ท่านไม่ถูกผูกพันโดยอัตโนมัติ ท่านมีเวลาพอสมควรที่จะคัดค้านว่าตนมิใช่ทายาท ผู้จัดการมรดก หรือผู้ปกครองทรัพย์มรดก และไม่จำต้องปฏิบัติตามหมายก่อนพ้นกำหนดเวลาตามกฎหมายเพื่อการยอมรับฐานะนั้น ในทางกลับกัน หากท่านต้องการรักษาคดีไว้ ให้ใช้วิธีนี้เรียกผู้สืบสิทธิเข้ามา แต่หากไม่อาจหาทายาทหรือผู้จัดการมรดกที่แท้จริงได้ภายในหนึ่งปี ศาลจะสั่งตามที่เห็นสมควรซึ่งอาจรวมถึงการจำหน่ายคดี พึงสังเกตข้อแตกต่างในชั้นบังคับคดี เมื่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาถึงแก่ความตาย หน้าที่ย่อมตกทอดแก่ทายาทตามกฎหมายมรดก โดยไม่ต้องใช้วิธีการเข้าแทนตามมาตรา 42 และ 44 ในลักษณะเดียวกัน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 19128/2555 (2012)

    เมื่อจำเลยผู้เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาถึงแก่ความตายในระหว่างการบังคับคดี หน้าที่และความรับผิดย่อมตกแก่ทายาทตามกฎหมายมรดก มิใช่คดีค้างพิจารณาที่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 42 และ 44 ทายาทจึงยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนไม่ได้ เว้นแต่มีข้อโต้แย้งสิทธิเกิดขึ้นในชั้นบังคับคดี

    เมื่อคดีถึงที่สุดและจำเลยที่ 1 ถึงแก่ความตายในระหว่างการบังคับคดี ศาลฎีกาเห็นว่าหน้าที่และความรับผิดของจำเลยที่ 1 ย่อมตกแก่ทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 และ 1600 เพียงเพื่อให้การบังคับคดีเสร็จไปเท่านั้น จึงไม่ใช่เรื่องคดีค้างพิจารณาที่ศาลต้องปฏิบัติตามมาตรา 42 และ 44 ผู้ร้องจึงไม่อาจยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนผู้มรณะและขอเพิกถอนการบังคับคดีได้ การเข้าแทนในชั้นบังคับคดีต้องได้ความว่ามีข้อโต้แย้งสิทธิเกิดขึ้นในชั้นนั้น

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2532/2523 (1980)

    เมื่อลูกหนี้ถึงแก่กรรมในระหว่างการบังคับคดีตามคำพิพากษาที่ถึงที่สุด หน้าที่และความรับผิดย่อมตกทอดแก่ทายาทตามกฎหมายมรดก ศาลจึงออกคำบังคับแก่ผู้จัดการมรดกได้โดยไม่ต้องออกหมายเรียกให้เข้าเป็นคู่ความแทนตามมาตรา 42 และ 44 ก่อน

    คำพิพากษาถึงที่สุดให้จำเลยรับเงินและโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมตึกแถวให้แก่โจทก์ จำเลยถึงแก่กรรมในระหว่างการบังคับคดี ศาลฎีกาเห็นว่าหน้าที่และความรับผิดย่อมตกทอดแก่ทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 และ 1600 ไม่ใช่เรื่องคดีค้างพิจารณาที่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 42 และ 44 ศาลชั้นต้นจึงออกคำบังคับแก่ผู้จัดการมรดกของจำเลยได้โดยไม่ต้องออกหมายเรียกหรือมีคำสั่งให้เข้าเป็นคู่ความแทนจำเลยเสียก่อน

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2376/2545 (2002)

    เมื่อจำเลยถึงแก่ความตายในระหว่างการบังคับคดี หน้าที่และความรับผิดย่อมตกทอดแก่ทายาทตามกฎหมายมรดกเพื่อให้การบังคับเสร็จสิ้นไปเท่านั้น มิใช่เรื่องคดีค้างพิจารณาอันจะต้องปฏิบัติตามมาตรา 42 และ 44

    ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบที่ดินและอาคารตามสัญญาเช่า หากส่งมอบไม่ได้ให้ใช้เงินพร้อมดอกเบี้ย จำเลยถึงแก่ความตายในระหว่างการบังคับคดี ศาลฎีกาเห็นว่าหน้าที่และความรับผิดย่อมตกทอดแก่ทายาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1599 และ 1600 เพื่อให้การบังคับเสร็จสิ้นไปเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องคดีค้างพิจารณาอันจะต้องปฏิบัติตามมาตรา 42 และ 44

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 18 คดี (พ.ศ. 2495 ถึง 2555)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 19128/2555 (2012)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 969/2552 (2009)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2376/2545 (2002)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2532/2523 (1980)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 365/2509 (1966)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8989/2547 (2004)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8149/2544 (2001)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 277/2522 (1979)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าศาลหมายเรียกให้เราเข้าแทนผู้มรณะ เราคัดค้านได้หรือไม่

ได้ ตามมาตรา 44 หมายเรียกต้องให้เวลาพอสมควรแก่ท่านในการคัดค้านว่าตนมิใช่ทายาท ผู้จัดการมรดก หรือผู้ปกครองทรัพย์มรดก หากคัดค้าน ศาลจะไต่สวนแล้วสั่งตั้งท่านเป็นคู่ความแทนหรือเพิกถอนหมายเรียก

ถ้าไม่อาจเรียกทายาทที่แท้จริงเข้ามาได้ภายในหนึ่งปีจะเป็นอย่างไร

ตามวรรคท้ายของมาตรา 44 หากคู่ความไม่อาจเรียกทายาท ผู้จัดการมรดก หรือผู้ปกครองทรัพย์มรดกที่แท้จริงเข้ามาได้ภายในหนึ่งปี ศาลจะสั่งตามที่เห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ซึ่งอาจรวมถึงการจำหน่ายคดี

มาตรา 42 และ 44 ใช้กรณีลูกหนี้ถึงแก่ความตายในชั้นบังคับคดีหรือไม่

โดยทั่วไปไม่ใช้ ศาลวินิจฉัยว่าเมื่อลูกหนี้ตามคำพิพากษาถึงแก่ความตายในชั้นบังคับคดี หน้าที่และความรับผิดย่อมตกทอดแก่ทายาทตามกฎหมายมรดก จึงไม่ใช่คดีค้างพิจารณาที่ต้องปฏิบัติตามวิธีการเข้าแทนตามมาตรา 42 และ 44

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Civil Procedure Code, s. 44 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 44. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-44/ (accessed 12 ตุลาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 44
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-44/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-44/"><p>คำสั่งให้หมายเรียกบุคคลใดเข้ามาแทนผู้มรณะนั้น จะต้องกำหนดระยะเวลาพอสมควรเพื่อให้บุคคลนั้นมีโอกาสคัดค้านในศาลว่าตนมิได้เป็นทายาทของผู้มรณะ หรือมิได้เป็นผู้จัดการทรัพย์มรดกหรือผู้ปกครองทรัพย์มรดกนั้นทายาท ผู้จัดการทรัพย์มรดก หรือบุคคลผู้ถูกเรียกไม่จำต้องปฏิบัติตามหมายเช่นว่านั้นก่อนระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้เพื่อการยอมรับฐานะนั้นได้ล่วงพ้นไปแล้วถ้าบุคคลที่ถูกศาลหมายเรียกนั้น ยินยอมรับเข้ามาเป็นคู่ความแทนผู้มรณะ ให้ศาลจดรายงานพิสดารไว้และดำเนินคดีต่อไปถ้าบุคคลนั้นไม่ยินยอมหรือไม่มาศาล ให้ศาลทำการไต่สวนตามที่เห็นสมควร ถ้าศาลเห็นว่าหมายเรียกนั้นมีเหตุผลฟังได้ ก็ให้ออกคำสั่งตั้งบุคคลผู้ถูกเรียกเป็นคู่ความแทนผู้มรณะแล้วดำเนินคดีต่อไป ถ้าศาลเห็นว่าข้อคัดค้านของบุคคลผู้ถูกเรียกมีเหตุผลฟังได้ ก็ให้ศาลสั่งเพิกถอนหมายเรียกนั้นเสีย และถ้าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถเรียกทายาทอันแท้จริง หรือผู้จัดการทรัพย์มรดกหรือบุคคลที่ปกครองทรัพย์มรดกของผู้มรณะเข้ามาเป็นคู่ความแทนผู้มรณะได้ภายในกำหนดเวลาหนึ่งปี ก็ให้ศาลมีคำสั่งตามที่เห็นสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม</p><footer>Civil Procedure Code, s. 44 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-44/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง