ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

103 — การบันทึกการค้นและบัญชีสิ่งของ

คนบทกฎหมาย

ให้เจ้าพนักงานผู้ค้นบันทึกรายละเอียดแห่งการค้น และสิ่งของที่ค้นได้นั้นต้องมีบัญชีรายละเอียดไว้บันทึกการค้นและบัญชีสิ่งของนั้นให้อ่านให้ผู้ครอบครองสถานที่ บุคคลในครอบครัว ผู้ต้องหา จำเลย ผู้แทนหรือพยานฟัง แล้วแต่กรณี แล้วให้ผู้นั้นลงลายมือชื่อรับรองไว้

คำแปลภาษาไทย

The officer conducting the search shall record the particulars of the search, and the property found in the search must be listed in an inventory. The record of the search and the inventory of property shall be read to the occupier of the place, the member of the family, the suspect, the accused, the representative, or the witness, as the case may be, who shall then sign to certify it.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 103 เติมเต็มหลักประกันด้านเอกสารของหมวด 2 (ค้น) โดยกำหนดให้มีบันทึกการค้นและบัญชีสิ่งของที่พบ อ่านให้ฟังและลงลายมือชื่อรับรอง เมื่อรวมกับมาตรา 101 และ 102 ก็สร้างบันทึกการค้นและการยึดที่ตรวจสอบได้ ศาลแยกบันทึกการตรวจค้นตามมาตรานี้ออกจากบันทึกการจับกุม และเห็นว่าการไม่มีเอกสารประกอบบางอย่าง เช่น ภาพถ่ายหรือแผนที่ ไม่ทำให้การยึดมิชอบโดยตัวเอง เพราะการรวบรวมพยานหลักฐานเป็นไปตามหน้าที่ของพนักงานสอบสวนตามมาตรา 131 และ 132

ความสำคัญต่อ

บันทึกการค้นและบัญชีสิ่งของเป็นเอกสารสำคัญที่ควรขอและตรวจ เพราะระบุว่าเจ้าพนักงานอ้างว่าพบสิ่งใดที่ใด ก่อนลงลายมือชื่อรับรอง ท่านมีสิทธิให้อ่านบันทึกให้ฟัง หากไม่ตรงความจริงให้แจ้ง และการไม่รับรองหรือคัดค้านสามารถบันทึกไว้ได้ ช่องว่างในบันทึกยกขึ้นในชั้นพิจารณาได้ แม้เอกสารประกอบที่ขาดไปบางอย่างจะไม่ทำให้การยึดเป็นโมฆะ

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6601/2554 (2011)

    การไม่มีภาพถ่าย แผนที่ หรือบันทึกการตรวจค้น ไม่ทำให้การยึดของกลางมิชอบโดยตัวเองตามมาตรา 103 เพราะการรวบรวมหลักฐานเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนตามมาตรา 131 และ 132

    จำเลยฎีกาว่าการไม่จัดทำภาพถ่ายของกลาง ไม่มีแผนที่จุดที่พบเมทแอมเฟตามีน และไม่ทำบันทึกการตรวจค้น เป็นการขัดต่อมาตรา 103 ศาลชี้ว่ามาตรา 131 กำหนดให้พนักงานสอบสวนมีหน้าที่รวบรวมหลักฐานทุกชนิดเท่าที่ทำได้ และมาตรา 132 ให้อำนาจจัดทำภาพถ่าย แผนที่ ภาพวาด การขาดสิ่งเหล่านี้จึงไม่ทำให้การยึดมิชอบ

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2892/2536 (1993)

    บันทึกการจับกุมแตกต่างจากบันทึกการตรวจค้น เพราะเป็นบันทึกการจับกุมจึงไม่จำต้องบันทึกของกลางโดยละเอียด เพียงบันทึกของกลางหรือทำบัญชีของกลางก็เพียงพอ ไม่ขัดต่อมาตรา 103

    เพราะผู้ต้องหาถูกจับในสถานที่ต่างกันในเวลาไล่เลี่ยกัน การทำบันทึกที่สถานีตำรวจจึงเหมาะสม และเนื่องจากเป็นบันทึกการจับกุมมิใช่บันทึกการตรวจค้น จึงไม่จำต้องบันทึกของกลางโดยละเอียด เพียงบันทึกของกลางหรือทำบัญชีก็เพียงพอ ทั้งพนักงานสอบสวนได้นำภาพถ่ายของกลางให้จำเลยดูแล้ว ศาลเห็นว่าไม่ขัดต่อมาตรา 103

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

ตำรวจต้องทำบันทึกการค้นเป็นหนังสือหรือไม่?

ต้อง มาตรา 103 กำหนดให้เจ้าพนักงานบันทึกรายละเอียดการค้นและทำบัญชีสิ่งของที่พบ แล้วอ่านให้ผู้เกี่ยวข้องฟังและลงลายมือชื่อรับรอง

การค้นเป็นโมฆะหรือไม่หากตำรวจไม่ถ่ายภาพหรือทำแผนที่?

ไม่จำเป็น ศาลเห็นว่าการไม่มีเอกสารประกอบ เช่น ภาพถ่ายหรือแผนที่ ไม่ทำให้การยึดมิชอบโดยตัวเอง เพราะการรวบรวมพยานหลักฐานเป็นหน้าที่พนักงานสอบสวนตามมาตรา 131 และ 132

ควรลงลายมือชื่อในบันทึกการค้นหรือไม่?

ท่านมีสิทธิให้อ่านบันทึกและบัญชีให้ฟังก่อน หากไม่ถูกต้องสามารถคัดค้านและให้บันทึกคำคัดค้านไว้ แทนการรับรองสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น