ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 103: การบันทึกการค้นและบัญชีสิ่งของ

ตัวบทกฎหมาย

ให้เจ้าพนักงานผู้ค้นบันทึกรายละเอียดแห่งการค้น และสิ่งของที่ค้นได้นั้นต้องมีบัญชีรายละเอียดไว้บันทึกการค้นและบัญชีสิ่งของนั้นให้อ่านให้ผู้ครอบครองสถานที่ บุคคลในครอบครัว ผู้ต้องหา จำเลย ผู้แทนหรือพยานฟัง แล้วแต่กรณี แล้วให้ผู้นั้นลงลายมือชื่อรับรองไว้

คำแปลภาษาอังกฤษ

The officer conducting the search shall record the particulars of the search, and the property found in the search must be listed in an inventory. The record of the search and the inventory of property shall be read to the occupier of the place, the member of the family, the suspect, the accused, the representative, or the witness, as the case may be, who shall then sign to certify it.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 103 เติมเต็มหลักประกันด้านเอกสารของหมวด 2 (ค้น) โดยกำหนดให้มีบันทึกการค้นและบัญชีสิ่งของที่พบ อ่านให้ฟังและลงลายมือชื่อรับรอง เมื่อรวมกับมาตรา 101 และ 102 ก็สร้างบันทึกการค้นและการยึดที่ตรวจสอบได้ ศาลแยกบันทึกการตรวจค้นตามมาตรานี้ออกจากบันทึกการจับกุม และเห็นว่าการไม่มีเอกสารประกอบบางอย่าง เช่น ภาพถ่ายหรือแผนที่ ไม่ทำให้การยึดมิชอบโดยตัวเอง เพราะการรวบรวมพยานหลักฐานเป็นไปตามหน้าที่ของพนักงานสอบสวนตามมาตรา 131 และ 132

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

บันทึกการค้นและบัญชีสิ่งของเป็นเอกสารสำคัญที่ควรขอและตรวจ เพราะระบุว่าเจ้าพนักงานอ้างว่าพบสิ่งใดที่ใด ก่อนลงลายมือชื่อรับรอง ท่านมีสิทธิให้อ่านบันทึกให้ฟัง หากไม่ตรงความจริงให้แจ้ง และการไม่รับรองหรือคัดค้านสามารถบันทึกไว้ได้ ช่องว่างในบันทึกยกขึ้นในชั้นพิจารณาได้ แม้เอกสารประกอบที่ขาดไปบางอย่างจะไม่ทำให้การยึดเป็นโมฆะ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6601/2554 (2011)

    การที่เจ้าพนักงานตำรวจทำบันทึกการจับกุมโดยมีรายละเอียดแห่งการค้นและสิ่งของที่ค้นได้ กับจัดทำบัญชีทรัพย์สินที่ตรวจยึด ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามมาตรา 103 แล้ว การตรวจค้นจึงชอบ ส่วนการจัดทำภาพถ่ายของกลางและแผนที่แสดงจุดที่ตรวจพบเป็นเรื่องตามมาตรา 132 ซึ่งอยู่ในดุลพินิจของพนักงานสอบสวน การไม่ได้จัดทำจึงไม่ทำให้การสอบสวนไม่ชอบ

    จำเลยฎีกาว่าการสอบสวนไม่ชอบ เพราะไม่มีการจัดทำภาพถ่ายเมทแอมเฟตามีนของกลาง ไม่มีแผนที่แสดงจุดที่ตรวจพบ และไม่มีบันทึกการตรวจค้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าแม้การรวบรวมหลักฐานเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนตามมาตรา 131 แต่จะรวบรวมหลักฐานใดอย่างไรเป็นดุลพินิจของพนักงานสอบสวนตามมาตรา 132 และในคดีนี้เจ้าพนักงานตำรวจได้ทำบันทึกการจับกุมโดยมีรายละเอียดแห่งการค้นและสิ่งของที่ค้นได้ กับจัดทำบัญชีทรัพย์สินที่ตรวจยึดแล้ว ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามมาตรา 103 การตรวจค้นจึงชอบด้วยกฎหมาย

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2892/2536 (1993)

    บันทึกการจับกุมแตกต่างจากบันทึกการตรวจค้น เพราะเป็นบันทึกการจับกุมจึงไม่จำต้องบันทึกของกลางโดยละเอียด เพียงบันทึกของกลางหรือทำบัญชีของกลางก็เพียงพอ ไม่ขัดต่อมาตรา 103

    เพราะผู้ต้องหาถูกจับในสถานที่ต่างกันในเวลาไล่เลี่ยกัน การทำบันทึกที่สถานีตำรวจจึงเหมาะสม และเนื่องจากเป็นบันทึกการจับกุมมิใช่บันทึกการตรวจค้น จึงไม่จำต้องบันทึกของกลางโดยละเอียด เพียงบันทึกของกลางหรือทำบัญชีก็เพียงพอ ทั้งพนักงานสอบสวนได้นำภาพถ่ายของกลางให้จำเลยดูแล้ว ศาลเห็นว่าไม่ขัดต่อมาตรา 103

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 4 คดี (พ.ศ. 2534 ถึง 2554)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6601/2554 (2011)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2892/2536 (1993)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3673/2534 (1991)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5455/2534 (1991)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ตำรวจต้องทำบันทึกการค้นเป็นหนังสือหรือไม่?

ต้อง มาตรา 103 กำหนดให้เจ้าพนักงานบันทึกรายละเอียดการค้นและทำบัญชีสิ่งของที่พบ แล้วอ่านให้ผู้เกี่ยวข้องฟังและลงลายมือชื่อรับรอง

การค้นเป็นโมฆะหรือไม่หากตำรวจไม่ถ่ายภาพหรือทำแผนที่?

ไม่จำเป็น ศาลเห็นว่าการไม่มีเอกสารประกอบ เช่น ภาพถ่ายหรือแผนที่ ไม่ทำให้การยึดมิชอบโดยตัวเอง เพราะการรวบรวมพยานหลักฐานเป็นหน้าที่พนักงานสอบสวนตามมาตรา 131 และ 132

ควรลงลายมือชื่อในบันทึกการค้นหรือไม่?

ท่านมีสิทธิให้อ่านบันทึกและบัญชีให้ฟังก่อน หากไม่ถูกต้องสามารถคัดค้านและให้บันทึกคำคัดค้านไว้ แทนการรับรองสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 103
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 103. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-103/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 103
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-103/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-103/"><p>ให้เจ้าพนักงานผู้ค้นบันทึกรายละเอียดแห่งการค้น และสิ่งของที่ค้นได้นั้นต้องมีบัญชีรายละเอียดไว้บันทึกการค้นและบัญชีสิ่งของนั้นให้อ่านให้ผู้ครอบครองสถานที่ บุคคลในครอบครัว ผู้ต้องหา จำเลย ผู้แทนหรือพยานฟัง แล้วแต่กรณี แล้วให้ผู้นั้นลงลายมือชื่อรับรองไว้</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 103 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-103/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง