ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 167: คำสั่งคดีมีมูลหรือไม่มีมูล

แก้ไขโดย พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 33) พ.ศ. 2562

ตัวบทกฎหมาย

ถ้าปรากฏว่าคดีมีมูล ให้ศาลประทับฟ้องไว้พิจารณาต่อไปเฉพาะกระทงที่มีมูล ถ้าคดีไม่มีมูล ให้พิพากษายกฟ้องคำสั่งของศาลที่ว่าคดีมีมูลให้แสดงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายพร้อมเหตุผลประกอบตามสมควรด้วย

คำแปลภาษาอังกฤษ

If it appears that the case has a prima facie basis, the court shall accept the charge and proceed with the trial only as to the counts that have a prima facie basis; if the case has no prima facie basis, the court shall dismiss the charge. An order of the court that the case has a prima facie basis shall set out the facts and the law, together with reasons in support, as appropriate.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

นี่คือคำวินิจฉัยชี้ขาดเมื่อสิ้นสุดการไต่สวนมูลฟ้องในลักษณะนี้ ศาลจะประทับฟ้องไว้พิจารณาหรือยกฟ้อง และอาจสั่งเป็นรายกระทง เพื่อให้เฉพาะกระทงที่มีมูลได้รับการพิจารณาต่อ ข้อกำหนดให้คำสั่งคดีมีมูลแสดงข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และเหตุผล มีขึ้นเพื่อให้คำสั่งรัดกุมและตรวจสอบได้ มาตรานี้ทำงานร่วมกับมาตรา ๑๗๐ ซึ่งคำสั่งว่าคดีมีมูลเด็ดขาด ส่วนคำสั่งว่าไม่มีมูลโจทก์อุทธรณ์ฎีกาได้ และศาลอ่านประกอบมาตรา ๑๘๕ ให้ยกฟ้องได้เมื่อการกระทำไม่เป็นความผิด

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

สำหรับจำเลย คำสั่งเรื่องมูลฟ้องเป็นด่านคัดกรองแรกที่แท้จริง กระทงที่ไม่มีมูลจะถูกยกฟ้องและหลุดออกไป ส่วนกระทงที่มีมูลจะเข้าสู่การพิจารณาเต็มรูปแบบ โจทก์โต้แย้งคำสั่งว่าคดีมีมูลไม่ได้ แต่อุทธรณ์คำสั่งยกฟ้องได้ ความเสี่ยงในชั้นนี้จึงไม่เท่ากันสองฝ่าย เนื่องจากคำสั่งที่ชอบต้องแสดงเหตุผล ทั้งสองฝ่ายจึงตรวจสอบได้ว่าศาลอธิบายคำสั่งเพียงพอหรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6997/2561 (2018)

    เมื่อศาลพิจารณาคำฟ้องแล้วเห็นว่าการกระทำตามฟ้องไม่มีมูลความผิด ศาลมีอำนาจพิพากษายกฟ้องได้โดยไม่ต้องไต่สวนมูลฟ้องก่อน ตามมาตรา 167 ประกอบมาตรา 185 วรรคหนึ่ง

    โจทก์ฟ้องคณะกรรมการตุลาการกรณีมีคำสั่งพักราชการโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ว่าการกระทำไม่มีมูลความผิด โดยศาลมีอำนาจยกฟ้องได้โดยไม่ต้องไต่สวนมูลฟ้องตามมาตรา 167 ประกอบมาตรา 185 และไม่เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 162 (1)

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1268/2558 (2015)

    ตามมาตรา 167 ศาลประทับฟ้องเฉพาะกระทงที่มีมูลและยกฟ้องกระทงที่ไม่มีมูล และเมื่ออ่านประกอบมาตรา 170 คำสั่งว่าคดีมีมูลย่อมเด็ดขาด ส่วนคำสั่งว่าไม่มีมูลโจทก์อุทธรณ์ฎีกาได้

    ประเด็นคือศาลอุทธรณ์ยกฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทที่ศาลชั้นต้นสั่งว่ามีมูลแล้วชอบหรือไม่ ศาลฎีกาได้วางบทมาตรา 167 และมาตรา 170 วรรคหนึ่ง ว่าคำสั่งว่าคดีมีมูลในชั้นไต่สวนมูลฟ้องย่อมเด็ดขาด ส่วนคำสั่งว่าไม่มีมูลอุทธรณ์ฎีกาได้

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12142/2558 (2015)

    คำสั่งว่าคดีมีมูลต้องแสดงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายพร้อมเหตุผลประกอบตามสมควรตามมาตรา 167 แต่คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่เพิกถอนคำสั่งคดีมีมูลเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวน จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามมาตรา 196 จนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งในประเด็นสำคัญแก่คดี และไม่อาจโต้แย้งความเพียงพอของเหตุผลตามมาตรา 167 ก่อนถึงเวลานั้น ศาลฎีกามิได้วินิจฉัยว่าเหตุผลในคดีนี้เพียงพอหรือไม่

    หลังไต่สวนมูลฟ้อง ศาลชั้นต้นสั่งประทับฟ้อง จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวโดยอ้างว่าฝ่าฝืนมาตรา 167 และมาตรา 187 ศาลชั้นต้นยกคำร้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำสั่งที่ไม่เพิกถอนนั้นเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสิ้นไป เพราะยังต้องสืบพยานทั้งสองฝ่ายต่อไป จึงต้องห้ามอุทธรณ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งในประเด็นสำคัญตามมาตรา 196 และมิได้วินิจฉัยว่าเหตุผลที่ให้ไว้ในคำสั่งว่าคดีมีมูลเพียงพอหรือไม่

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 14 คดี (พ.ศ. 2490 ถึง 2561)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1268/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6927/2557 (2014)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2079-2084/2553 (2010)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3062/2532 (1989)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 512/2524 (1981)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 243/2511 (1968)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2870/2524 (1981)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 39/2509 (1966)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ศาลสั่งว่าคดีมีมูลหมายความว่าอย่างไร

ตามมาตรา 167 หมายความว่าการไต่สวนมูลฟ้องแสดงว่ามีมูลพอที่คดีจะเข้าสู่การพิจารณาเต็มรูปแบบ ศาลจะประทับฟ้องเฉพาะกระทงที่มีมูลและยกฟ้องส่วนที่เหลือ

ศาลต้องให้เหตุผลในคำสั่งว่าคดีมีมูลหรือไม่

ต้อง มาตรา 167 กำหนดให้คำสั่งว่าคดีมีมูลแสดงข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และเหตุผลประกอบ เพื่อให้เข้าใจและตรวจสอบคำสั่งได้

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Criminal Procedure Code, s. 167 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 167. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-167/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 167
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-167/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-167/"><p>ถ้าปรากฏว่าคดีมีมูล ให้ศาลประทับฟ้องไว้พิจารณาต่อไปเฉพาะกระทงที่มีมูล ถ้าคดีไม่มีมูล ให้พิพากษายกฟ้องคำสั่งของศาลที่ว่าคดีมีมูลให้แสดงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายพร้อมเหตุผลประกอบตามสมควรด้วย</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 167 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-167/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง