ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 167: คำสั่งคดีมีมูลหรือไม่มีมูล
ตัวบทกฎหมาย
ถ้าปรากฏว่าคดีมีมูล ให้ศาลประทับฟ้องไว้พิจารณาต่อไปเฉพาะกระทงที่มีมูล ถ้าคดีไม่มีมูล ให้พิพากษายกฟ้องคำสั่งของศาลที่ว่าคดีมีมูลให้แสดงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายพร้อมเหตุผลประกอบตามสมควรด้วย
คำแปลภาษาอังกฤษ
If it appears that the case has a prima facie basis, the court shall accept the charge and proceed with the trial only as to the counts that have a prima facie basis; if the case has no prima facie basis, the court shall dismiss the charge. An order of the court that the case has a prima facie basis shall set out the facts and the law, together with reasons in support, as appropriate.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
นี่คือคำวินิจฉัยชี้ขาดเมื่อสิ้นสุดการไต่สวนมูลฟ้องในลักษณะนี้ ศาลจะประทับฟ้องไว้พิจารณาหรือยกฟ้อง และอาจสั่งเป็นรายกระทง เพื่อให้เฉพาะกระทงที่มีมูลได้รับการพิจารณาต่อ ข้อกำหนดให้คำสั่งคดีมีมูลแสดงข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และเหตุผล มีขึ้นเพื่อให้คำสั่งรัดกุมและตรวจสอบได้ มาตรานี้ทำงานร่วมกับมาตรา ๑๗๐ ซึ่งคำสั่งว่าคดีมีมูลเด็ดขาด ส่วนคำสั่งว่าไม่มีมูลโจทก์อุทธรณ์ฎีกาได้ และศาลอ่านประกอบมาตรา ๑๘๕ ให้ยกฟ้องได้เมื่อการกระทำไม่เป็นความผิด
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
สำหรับจำเลย คำสั่งเรื่องมูลฟ้องเป็นด่านคัดกรองแรกที่แท้จริง กระทงที่ไม่มีมูลจะถูกยกฟ้องและหลุดออกไป ส่วนกระทงที่มีมูลจะเข้าสู่การพิจารณาเต็มรูปแบบ โจทก์โต้แย้งคำสั่งว่าคดีมีมูลไม่ได้ แต่อุทธรณ์คำสั่งยกฟ้องได้ ความเสี่ยงในชั้นนี้จึงไม่เท่ากันสองฝ่าย เนื่องจากคำสั่งที่ชอบต้องแสดงเหตุผล ทั้งสองฝ่ายจึงตรวจสอบได้ว่าศาลอธิบายคำสั่งเพียงพอหรือไม่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6997/2561 (2018)
เมื่อศาลพิจารณาคำฟ้องแล้วเห็นว่าการกระทำตามฟ้องไม่มีมูลความผิด ศาลมีอำนาจพิพากษายกฟ้องได้โดยไม่ต้องไต่สวนมูลฟ้องก่อน ตามมาตรา 167 ประกอบมาตรา 185 วรรคหนึ่ง
โจทก์ฟ้องคณะกรรมการตุลาการกรณีมีคำสั่งพักราชการโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ว่าการกระทำไม่มีมูลความผิด โดยศาลมีอำนาจยกฟ้องได้โดยไม่ต้องไต่สวนมูลฟ้องตามมาตรา 167 ประกอบมาตรา 185 และไม่เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 162 (1)
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1268/2558 (2015)
ตามมาตรา 167 ศาลประทับฟ้องเฉพาะกระทงที่มีมูลและยกฟ้องกระทงที่ไม่มีมูล และเมื่ออ่านประกอบมาตรา 170 คำสั่งว่าคดีมีมูลย่อมเด็ดขาด ส่วนคำสั่งว่าไม่มีมูลโจทก์อุทธรณ์ฎีกาได้
ประเด็นคือศาลอุทธรณ์ยกฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทที่ศาลชั้นต้นสั่งว่ามีมูลแล้วชอบหรือไม่ ศาลฎีกาได้วางบทมาตรา 167 และมาตรา 170 วรรคหนึ่ง ว่าคำสั่งว่าคดีมีมูลในชั้นไต่สวนมูลฟ้องย่อมเด็ดขาด ส่วนคำสั่งว่าไม่มีมูลอุทธรณ์ฎีกาได้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12142/2558 (2015)
คำสั่งว่าคดีมีมูลต้องแสดงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายพร้อมเหตุผลประกอบตามสมควรตามมาตรา 167 แต่คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ไม่เพิกถอนคำสั่งคดีมีมูลเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวน จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามมาตรา 196 จนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งในประเด็นสำคัญแก่คดี และไม่อาจโต้แย้งความเพียงพอของเหตุผลตามมาตรา 167 ก่อนถึงเวลานั้น ศาลฎีกามิได้วินิจฉัยว่าเหตุผลในคดีนี้เพียงพอหรือไม่
หลังไต่สวนมูลฟ้อง ศาลชั้นต้นสั่งประทับฟ้อง จำเลยยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าวโดยอ้างว่าฝ่าฝืนมาตรา 167 และมาตรา 187 ศาลชั้นต้นยกคำร้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำสั่งที่ไม่เพิกถอนนั้นเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสิ้นไป เพราะยังต้องสืบพยานทั้งสองฝ่ายต่อไป จึงต้องห้ามอุทธรณ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งในประเด็นสำคัญตามมาตรา 196 และมิได้วินิจฉัยว่าเหตุผลที่ให้ไว้ในคำสั่งว่าคดีมีมูลเพียงพอหรือไม่
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 14 คดี (พ.ศ. 2490 ถึง 2561)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1268/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6927/2557 (2014)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2079-2084/2553 (2010)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3062/2532 (1989)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 512/2524 (1981)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 243/2511 (1968)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2870/2524 (1981)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 39/2509 (1966)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ศาลสั่งว่าคดีมีมูลหมายความว่าอย่างไร
ตามมาตรา 167 หมายความว่าการไต่สวนมูลฟ้องแสดงว่ามีมูลพอที่คดีจะเข้าสู่การพิจารณาเต็มรูปแบบ ศาลจะประทับฟ้องเฉพาะกระทงที่มีมูลและยกฟ้องส่วนที่เหลือ
ศาลต้องให้เหตุผลในคำสั่งว่าคดีมีมูลหรือไม่
ต้อง มาตรา 167 กำหนดให้คำสั่งว่าคดีมีมูลแสดงข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และเหตุผลประกอบ เพื่อให้เข้าใจและตรวจสอบคำสั่งได้
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Criminal Procedure Code, s. 167 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 167. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-167/ (accessed 1 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 167 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-167/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-167/"><p>ถ้าปรากฏว่าคดีมีมูล ให้ศาลประทับฟ้องไว้พิจารณาต่อไปเฉพาะกระทงที่มีมูล ถ้าคดีไม่มีมูล ให้พิพากษายกฟ้องคำสั่งของศาลที่ว่าคดีมีมูลให้แสดงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายพร้อมเหตุผลประกอบตามสมควรด้วย</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 167 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-167/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา