ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
162 — การสั่งของศาลเมื่อฟ้องถูกต้อง
คนบทกฎหมาย
ถ้าฟ้องถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ให้ศาลจัดการสั่งต่อไปนี้
(๑) ในคดีราษฎรเป็นโจทก์ ให้ไต่สวนมูลฟ้อง แต่ถ้าคดีนั้นพนักงานอัยการได้ฟ้องจำเลยโดยข้อหาอย่างเดียวกันด้วยแล้ว ให้จัดการตามอนุมาตรา
(จุ๊บ)
(๒) ในคดีพนักงานอัยการเป็นโจทก์ ไม่จำเป็นต้องไต่สวนมูลฟ้อง แต่ถ้าเห็นสมควรจะสั่งให้ไต่สวนมูลฟ้องก่อนก็ได้ในกรณีที่มีการไต่สวนมูลฟ้องดังกล่าวแล้ว ถ้าจำเลยให้การรับสารภาพ ให้ศาลประทับฟ้องไว้พิจารณา
คำแปลภาษาไทย
If the charge is correct according to law, the court shall make the following order: (1) in a case where a private person is plaintiff, a preliminary examination shall be held; but if the public prosecutor has also charged the defendant with the same offence, the matter shall be dealt with under subsection (2); (2) in a case where the public prosecutor is plaintiff, a preliminary examination is not necessary, but if the court thinks fit it may order a preliminary examination to be held first. Where such a preliminary examination has been held, if the defendant pleads guilty, the court shall accept the charge for trial.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรานี้กำหนดขั้นตอนถัดไปของศาลเมื่อคำฟ้องผ่านการตรวจความถูกต้องตามมาตรา 158 และ 161 โดยแยกคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ซึ่งต้องไต่สวนมูลฟ้องเพื่อกลั่นกรองว่าคดีมีมูลหรือไม่ ออกจากคดีที่อัยการเป็นโจทก์ซึ่งการที่อัยการเข้ามาทำให้การไต่สวนมูลฟ้องเป็นทางเลือก วัตถุประสงค์ของการไต่สวนมูลฟ้องภาคบังคับในคดีราษฎรคือให้ศาลตรวจสอบว่าเหตุการณ์ตามฟ้องเกิดขึ้นจริงและศาลไม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้ง ซึ่งเป็นประเด็นที่มาตรา 161/1 กล่าวถึงด้วย การประทับฟ้องไม่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ ศาลอาจไม่รับดำเนินการต่อได้ด้วยเหตุที่ปรากฏจากตัวคดี
ความสำคัญต่อ
สำหรับจำเลยในคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ การไต่สวนมูลฟ้องเป็นด่านกรองแรกที่แท้จริง โจทก์ต้องแสดงว่าคดีมีมูลเพียงพอก่อนศาลจะประทับฟ้อง และศาลอาจยกฟ้องได้แม้ไม่ไต่สวนเต็มรูปแบบหากเห็นว่าไม่เป็นความผิดหรือคดีขาดอายุความ ส่วนคดีที่อัยการเป็นโจทก์ ศาลมักประทับฟ้องโดยไม่ไต่สวนมูลฟ้อง การเข้าใจขั้นตอนต้นนี้ช่วยให้ท่านวางแผนการต่อสู้คดีและทราบว่าคดีเริ่มต้นจริงเมื่อใด
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1688/2561 (2018)
การรับฟ้องคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์เพื่อไต่สวนมูลฟ้องตามมาตรา 162 (1) ไม่ได้บังคับให้ศาลต้องไต่สวน วินิจฉัยว่าคดีมีมูล และประทับฟ้องไว้พิจารณาเสมอไป หากศาลเห็นว่าจำเลยมิได้กระทำผิด การกระทำไม่เป็นความผิด คดีขาดอายุความ หรือมีเหตุตามกฎหมายอื่น ศาลอาจยกฟ้องได้
โจทก์อ้างว่าศาลล่างยกฟ้องโดยไม่ไต่สวนมูลฟ้องและไม่ประทับฟ้องตามมาตรา 162 (1) เป็นการข้ามขั้นตอน ศาลวินิจฉัยว่าการรับฟ้องเพื่อไต่สวนมูลฟ้องไม่ได้บังคับให้ศาลต้องไต่สวน วินิจฉัยว่ามีมูล และประทับฟ้องเสมอไป การยกฟ้องชอบด้วยกฎหมายเมื่อเช่นการกระทำไม่เป็นความผิดหรือคดีขาดอายุความ
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4582/2543 (2000)
วัตถุประสงค์ของการไต่สวนมูลฟ้องที่มาตรา 162 (1) บังคับในคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ คือให้ศาลตรวจสอบเบื้องต้นว่าคดีที่ฟ้องมีมูลพอที่จะรับไว้พิจารณาหรือไม่ คือมีเรื่องตามฟ้องเกิดขึ้นจริง มิใช่การกลั่นแกล้งฟ้องร้องโดยอาศัยศาลเป็นเครื่องมือทำให้อีกฝ่ายเดือดร้อน
ศาลอธิบายว่ามาตรา 162 (1) บังคับให้ไต่สวนมูลฟ้องในคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ เพื่อให้ศาลตรวจสอบเบื้องต้นว่าคดีมีมูลจริงหรือไม่ คือเรื่องตามฟ้องเกิดขึ้นจริง มิใช่การฟ้องกลั่นแกล้งโดยใช้ศาลเป็นเครื่องมือทำให้อีกฝ่ายเดือดร้อน
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
คดีอาญาทุกคดีต้องมีการไต่สวนมูลฟ้องหรือไม่
ไม่ ตามมาตรา 162 คดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ต้องไต่สวนมูลฟ้อง แต่คดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ไม่จำต้องไต่สวน เว้นแต่ศาลเห็นสมควรสั่งให้ไต่สวน
การไต่สวนมูลฟ้องในคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์มีวัตถุประสงค์อะไร
เพื่อให้ศาลกลั่นกรองว่าคดีมีมูลหรือไม่ คือเหตุการณ์ตามฟ้องเกิดขึ้นจริง เพื่อมิให้ศาลถูกใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งจำเลย ก่อนประทับฟ้องไว้พิจารณา