กฎหมายวิธีพิจารณาอาญา

226/3: หลักและข้อยกเว้นการรับฟังพยานบอกเล่า

แก้ไขโดย พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 28) พ.ศ. 2551

คนบทกฎหมาย

อ้างถึงการเล่าที่กล่าวถึงบุคคลใด ๆ ที่มาจากการค้นพบความต่อศาลหรือที่ในเอกสารหรือวัตถุอื่นใดที่อ้างว่าเป็นหลักฐานต่อพยานหลักฐาน
หมายเหตุนำเสนอเพื่อพิสูจน์ความจริงแห่งข้อความนั้นถือเป็นการเล่าเล่ามิให้ฟังรับฟังฟังบอกเล่า
เลย
(๑) ติดตาม
ลักษณะทางเทคนิค
และข้อเท็จจริงของเรื่องราวเล่าเล่านั้นน่าฟังจะพิสูจน์ความจริงได้หรือ
(จุ๊บ)
มีความจำเป็นที่จะต้องมีการนำบุคคลดังกล่าวไปใช้ทราบ
หรือทราบข้อความเกี่ยวกับเรื่องที่จะให้เป็นธรรมชาตินั้นโดยตรงมาเป็นแหล่งที่มาได้
และเหตุผลที่เป็นประโยชน์เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่จะรับฟังบอกเล่านั้นบ่อยครั้งที่เห็นว่าน่ารังเกียจรับไว้ซึ่งเรื่องเล่าเล่านิทาน
และคู่ความฝ่ายศัตรูเรียกร้องร้องพยานอีกครั้งหนึ่งเพื่อดำเนินคดีต่อไป
เอกสารบันทึกรายงานระบุชื่อหรือแปลกและข้อมูลอ้างอิงบอกเหตุผลที่ไม่ยอมรับ
และข้อสุดท้ายของคู่ความฝ่ายนั้นไว้
เหตุผลที่คู่ฝ่ายพันธมิตรยกขึ้นทำมัน
ให้ศาลใช้ดุลพินิจจดลงรายงานหรือรายงานคู่ความฝ่ายนั้นยื่นคำแถลงต่อศาลเพื่อรวมรายงานข่าว

คำแปลภาษาไทย

คำกล่าวอ้างใดๆ ที่พยานนำมาให้การต่อศาล หรือที่บันทึกไว้ในเอกสารหรือวัตถุอื่นใดที่นำเสนอเป็นหลักฐานต่อศาล หากนำเสนอเพื่อพิสูจน์ความจริงของคำกล่าวอ้างนั้น จะถือว่าเป็นคำบอกเล่า ศาลจะไม่รับคำบอกเล่าเป็นหลักฐาน ยกเว้น: (1) ในกรณีที่โดยสภาพ ลักษณะ แหล่งที่มา และข้อเท็จจริงโดยรอบ คำบอกเล่านั้นน่าเชื่อถือในการพิสูจน์ความจริง หรือ (2) ในกรณีที่มีความจำเป็น เนื่องจากบุคคลที่เห็น ได้ยิน หรือรู้ในเรื่องที่จะให้การนั้นไม่สามารถนำมาเป็นพยานได้ด้วยตนเอง และมีเหตุอันควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่จะรับคำบอกเล่าดังกล่าวเป็นหลักฐาน ในกรณีที่ศาลพิจารณาว่าไม่ควรรับคำบอกเล่าใดๆ และฝ่ายที่เกี่ยวข้องคัดค้านก่อนที่ศาลจะดำเนินการต่อไป ศาลจะต้องบันทึกชื่อ หรือประเภทและลักษณะของคำบอกเล่า เหตุผลในการปฏิเสธ และการคัดค้านของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง สำหรับเหตุผลที่ฝ่ายคัดค้านยกขึ้นมานั้น ศาลจะใช้ดุลพินิจในการบันทึกไว้ในรายงาน หรืออาจกำหนดให้ฝ่ายนั้นยื่นคำแถลงต่อศาลเพื่อรวมไว้ในสำนวนคดี.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

หมวด 226/3 เป็นบทสืบค้นหลักสำหรับการฟังบอกเล่าในคดีอาญาในภาค 5 หมวดหลักทั่วไปเรื่องการตรวจสอบข้อเท็จจริง วรรคหนึ่งคำอธิบายฟังบอกโดยดูที่องค์ประกอบของข้อความเพื่อพิสูจน์ความจริงแห่งข้อความนั้น คราสสองกฎสองสู่การรับฟังความคิดเห็นตามรีวิวตามสภาพ ค้นคว้าและวิจัยเริ่มต้นตรวจสอบประโยชน์แห่งความยุติธรรม วรรณกรรมในกำหนดหน้าที่ศาลต้องจดบันทึกเมื่อไม่รับบอกเล่าและต่อเนื่องกันกับภาค 227/1 ค้นคว้าห้ามบอกด้วยชื่อเสียง

ความสำคัญต่อ

สำหรับคู่ความหลักนี้ชี้ขาดว่าคำให้การชั้นสอบสวนบันทึกเอกสารและคำบอกเล่าในที่ไม่มาศาลจะถึงมือผู้เล่นหรือในกรณีที่คดีดังกล่าวเป็นองค์ประกอบที่สำคัญมักจะเป็นที่เชื่อถือและเหตุที่นำผู้รู้เห็นเดิมมาไม่ได้จริงหรือรับฟังการพิจารณาฟังบอกเล่าแล้ว มาตรา 227/1 ตรวจสอบว่าศาลฎีกาเปิดให้บริการโดยเริ่มต้นก่อนจะพิจารณาทบทวนวรรณกรรมจะต้องใช้เวลาพิจารณาในการพิจารณาจดสิทธิบัตรอีกครั้ง

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 685/2567 (2024)

    เมื่อบอกเล่าน่าฟังจะพิสูจน์ความจริงตามมาตรา 226/3 วรรคสอง (1) ศาลรับฟังได้แต่ต้องฟังด้วยเฮลิคอปเตอร์และเชื่อโดยส่วนใหญ่มักจะหนักแน่นพฤติเป็นพิเศษพิเศษหรือประกอบตามมาตรา 227/1

    ศาลพิจารณาบันทึกถ้อยคำของจำเลยในชั้นซักและชั้นสอบสวนน่าตรวจสอบจะพิสูจน์ความจริงตามมาตรา 226/3 วรรคสอง (1) เอกสารประกอบการพิจารณารับฟังการตรวจสอบอื่นๆ ตามมาตรา 227/1 โดยเน้นว่าต้องอ่านด้วยซ้ำ

  2. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 4943/2567 (2024)

    คำที่ให้การให้ความด้วยความสมัครใจในชั้นต่างๆและสืบสวนที่น่าเชื่อตามสภาพธรรมชาติของแหล่งที่มาและการตรวจสอบว่าเป็นการเล่าที่รับฟังได้ตามมาตรา 226/3 วรรคสอง (1) แหล่งข้อมูลวิจัยอื่นๆ ของโจทก์

    ศาลฎีกาให้ผู้เรียบเรียงถ้อยคำให้การในชั้นต่างๆ และการพิจารณาด้วยความเต็มใจสมัครใจเมื่อน่าอ่านจะพิสูจน์ความจริงตามมาตรา 226/3 วรรคสอง (1) เอกสารประกอบการพิจารณามาตรา 227/1 เพื่อลงโทษความจริงจำเลยที่ 2

  3. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 4040/2567 (2024)

    คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยแม้จะเป็นคำอธิบายบอกเล่าไม่จำเป็นต้องทราบเมื่อสภาพแหล่งที่มาและการวิจัยทำให้น่าอ่านจะพิสูจน์ความจริงตามมาตรา 226/3 วรรคสอง (1)

    ในคดีองค์กรและข้ามชาติศาลวินิจฉัยว่าแม้คำให้การชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นฟังเล่าบอกเล่าพิจารณาสภาพลักษณะของแหล่งที่มาและการตรวจสอบคุณสมบัติแล้วน่าสืบสวนจะพิสูจน์ความจริงได้ตามคำขอรับฟังตามมาตรา 226/3 วรรณกรรมสอง (1)

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 72 คดี (พ.ศ. 2552 ถึง 2567)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 666-667/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3069/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4592/2564 (2021)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8595/2563 (2020)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1952/2561 (2018)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8714/2560 (2017)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 10742/2559 (2016)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 15529/2558 (2015)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

อะไรถือเป็นการบอกเล่าในคดีอาญา

มาตรา 226/3 อธิบายบอกเล่าคือข้อความค้นหาความหรือค้นคว้าเอกสารหรือวัตถุเพื่อพิสูจน์ความจริงแห่งข้อความนั้นใช่เพียงเพื่อการกล่าวถึงข้อความนั้น

รับฟังรับฟังรับฟังฟังเมื่อใด

รับฟังได้เฉพาะเมื่อข้อความน่าเชื่อถือตามแหล่งที่มาและเหตุผลหรือเมื่อไม่อาจนำผู้รู้เห็นเดิมมาเบิกความได้จริงและการรับฟังผลประโยชน์แห่งความยุติธรรม

การลงโทษโดยอาศัยเรื่องราวบอกเล่าเรื่องราวในคืนนี้

ศาลลงโทษโดยเฉพาะอย่างยิ่งฟังบอกเล่าเพียงอย่างเดียวเท่านั้นก่อนที่จะอ่านประกอบมาตรา 227/1 ฟังเรื่องเล่าต้องหนักแน่นพฤติการสูญเสียพิเศษหรือฟังหลักฐานประกอบพิสูจน์สนับสนุนจึงจะลงโทษได้

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Criminal Procedure Code, s. 226/3 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 226/3. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-226-3/ (accessed 11 สิงหาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 226/3
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-226-3/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-226-3/"><p>ประวัติการบอกเล่าที่มาจากภายนอกใด ๆ ที่นำมาจากความความต่อศาลหรือที่ด้านในในเอกสารหรือวัตถุอื่น ๆ ซึ่งอ้างถึงเป็นหลักฐานพิสูจน์ความจริงได้หรือ (๒) มีเหตุจำเป็นที่จะไม่นำบุคคลแรกที่ผู้ฟังได้ยินหรือทราบประวัติเกี่ยวกับสิ่งที่ให้เหตุผลนั้นโดยตรงโดยตรงมาเป็นได้ และเพื่อเป็นเกียรติเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมที่รับฟังกลิ่นบอกเล่าชนิดนั้นในกรณีที่ศาลเห็นว่าเห็นได้ชัดว่ารับไว้ซึ่งฟังดูเหมือนบอกเล่าใด ๆ และคู่ความฝ่ายประธานตามลำดับในศาลจะดำเนินคดีต่อไปเพื่อให้ศาลจดรายงานระบุชื่อหรือตัวบ่งชี้ที่บอกเล่าเหตุผลที่ไม่ยอมรับและข้อบ่งชี้ของคู่ความฝ่ายเหนือไว้ส่วนเหตุผลคู่ความฝ่ายสืบสวนยกขึ้นยืนยันนั้นทำให้ศาลใช้ดุลยพินิจจดลงรายงานอย่างเป็นทางการหรือคู่ความข่าวกรองนั้นนำเสนอคำต่อศาลเพื่อรวมไปถึงส...</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 226/3 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-226-3/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง