กฎหมายวิธีพิจารณาอาญา

33: การรวมพิจารณาคดีเดียวกัน

คนบทกฎหมาย

คดีอาญาเรื่องเดียวกันซึ่งทั้งพนักงานอัยการมักจะแตกต่างกันได้ยื่นเอกสารประกอบในศาลชั้นต้นศาลเดียวกันหรือต่างศาลกันศาลนั้น ๆ พิจารณารวมการพิจารณาคดีเดียวกันก่อนที่ศาลเห็นชอบโดยพลการหรือโดยโจทก์ยื่นคำร้องขอใด ๆ ก่อนมีคำตัดสินแต่ทว่าจะต้องดำเนินการพิจารณาไม่ได้จะได้รับความเรียกร้องของศาลอื่น ๆ นั้นก่อน

คำแปลภาษาไทย

ในกรณีที่ทั้งอัยการและผู้เสียหายได้ยื่นฟ้องคดีอาญาเดียวกันในศาลชั้นต้นเดียวกันหรือในศาลที่แตกต่างกัน ศาลเหล่านั้นมีอำนาจสั่งให้รวมคดีและพิจารณาคดีเดียว ไม่ว่าจะโดยการริเริ่มของศาลเองหรือตามคำร้องของผู้ฟ้องในขั้นตอนใดๆ ก่อนที่จะมีการพิพากษา อย่างไรก็ตาม จะไม่สามารถออกคำสั่งดังกล่าวได้เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากศาลอีกฝ่ายหนึ่งก่อน.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

ส่วน 33 เฟิร์มแวร์ที่พนักงานอัยการมักจะพิจารณาคดีทั่วไปในเรื่องเดียวกันเป็นผลจากอำนาจศาลตามมาตรา 28 ตรวจสอบการวิจารณ์หลังเป็นเซอร์ราวเซอร์ที่กฎหมายให้ศาลรวมการพิจารณาเป็นคดีเดียวได้โดยศาลเห็นชอบเองหรือโจทก์ร้องขอก่อนมีคำพิพากษาที่ต้องใช้ต้องได้รับความวิจารณ์ของศาลอื่น ๆ การพิจารณาเป็นไปเพื่อความสะดวกในการตรวจสอบ และทำให้หน้าที่ในการพิจารณาคดีของโจทก์ ฟังก์ตอนมาศาลตามมาตรา 166 รวมอยู่ด้วย ความแตกต่างจากการรู้สึกถึงความซ้ำซากจำเจโดยคู่เดียวกันซึ่งยังคงไม่ได้รับการกล่าวถึง

ความสำคัญต่อ

หมายเหตุ การอัยการและท่านต่างการพิจารณาคดีเรื่องเดียวกันบางครั้งขอรวมการพิจารณาเพื่อเลี่ยงผลที่ขัดกันและค่าใช้จ่ายที่เปล่าประโยชน์ แต่อย่าทำให้คดีทำให้หน้าที่ขององค์กรโดยรวมด้วยรวมคดีแล้ว โจทก์ในบางครั้งยังต้องได้รับเช่นมาศาลนัดมิฉะนั้นอาจยกการพิจารณาคดีในกรณีที่พิจารณาถึงความต่อเนื่องของชื่อเสียงหรือการประกอบที่ต่อเนื่องที่ไม่มีการปรึกษาหารือก่อนที่จะยื่นฟ้องคดีตามลำดับที่สอง

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 21329/2556 (2013)

    นอกจากนี้ทั้งพนักงานอัยการมักจะแตกต่างกันอย่างมากจากระบบการตัดสินที่ผู้ตรวจสอบระบบการพิจารณาคดีเป็นการพิจารณาคดีซ้อน มาตรา 33 พิจารณาถึงคดีคู่ระบบควบคุมและการพิจารณาเป็นดุลพินิจของศาลเมื่อความปรากฏต่อศาลก่อนมีคำพิพากษา

    ศาลยุติธรรมวินิจฉัยว่าไม่มีกฎหมายห้ามการพิจารณาคดีที่ผู้มีอำนาจตรวจสอบไว้แล้ว และมาตรา 33 นอกจากนี้ยังสนับสนุนถึงการที่คณะกรรมการพิจารณาเรื่องเดียวกันการพิสูจน์ประสิทธิภาพของการพิจารณาเป็นพิเศษเป็นส่วนๆ ส่วนการพิจารณาคดีของศาลตามมาตรา 33 ดุลพินิจของศาลเมื่อความปรากฏขึ้นต่อศาลก่อนมีคำพิพากษา

  2. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 3131/2562 (2019)

    ผู้มีอำนาจที่ยื่นฟ้องคดีอาญาเรื่องเดียวกันต่อสองศาลมีลักษณะเฉพาะที่ไม่เข้าดูมาตรา 33 และไม่อนุญาตให้มีการซ้อนที่เนื่องมาจากเพดานศาลวิธีพิจารณาแพ่งซึ่งนำมาใช้โดยมาตรา 15

    โจทก์ผู้สิบมักจะสี่คนยื่นฟ้องคดีอาญาเรื่องเดียวกันต่อสองพยานหลักฐานซ้อนสองคดี ศาลวินิจฉัยว่าไม่เข้าตรวจมาตรา 33 การพิจารณาซ้ำซ้อนที่ไม่อาจเป็นไปตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง (1) กฎหมายมาตรา 15

  3. คำพิพากษาฎีกาที่ 5461/2534 (1991)

    การพิจารณาตามมาตรา 33 อาจอำนวยความสะดวกได้อย่างรวดเร็วในบางครั้ง ไม่จำเป็นต้องทำให้โจทก์หลุดพ้นจากหน้าที่ในขั้นตอนการพิจารณาเช่นหน้าที่มาศาลตามมาตรา 166

    เทคโนโลยีศาลชั้นต้นจะสั่งรวมการพิจารณาคดีของโจทก์ที่ 1 ที่ 2 คดีคดีของโจทก์ที่ 3 แต่ศาลวินิจฉัยว่าการพิจารณาเป็นเพียงความสะดวกในการค้นหาทำให้โจทก์ที่ 1 ที่ 2 การรั่วไหลจากหน้าที่มาศาลตามมาตรา 166 การไม่มาตามนัดโดยไม่แจ้งเหตุจึงถูกยกการพิจารณาได้

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 8 คดี (พ.ศ. 2514 ถึง 2562)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1438/2527 (1984)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1833/2514 (1971)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 21329/2556 (2013)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 9134/2551 (2008)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5461/2534 (1991)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1646-1649/2515 (1972)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1646/2515 (1972)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3131/2562 (2019)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

คดีอาญาเรื่องเดียวกันที่การประชุมสองเรื่องรวมกันได้

ได้ตามมาตรา 33 ก่อนที่จะมีการพิจารณาคดีต่างๆ ที่แตกต่างกันเรื่องเดียวกัน ศาลรวมพิจารณาเป็นคดีเดียวได้ก่อนมีคำพิพากษา และหากเป็นคนละศาลต้องได้รับความศรัทธาของอีกศาล

การพิจารณาทำให้การทำงานของโจทก์รวมหรือไม่

ไม่ต้องพิจารณาตามมาตรา 33 เพียงเพื่อความสะดวก โจทก์เพื่อความอยู่รอดยังต้องมีการประณามมาศาลตามมาตรา 166

การสอบสวนคดีเดียวกันนั้นทำได้เสมอหรือไม่

ไม่ใช่มาตรา 33 การเรียกร้องการสืบค้นของคู่สามีภรรยาของครัวเรือนทั่วไป การสอบสวนคู่ความคนเดียวของการสืบสวนซ้ำอีกครั้งซึ่งอาจเกิดขึ้นซ้ำซ้อนที่การร้องขอดังกล่าว

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Criminal Procedure Code, s. 33 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 33. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-33/ (accessed 11 สิงหาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 33
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-33/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-33/"><p>คดีอาญาเรื่องเดียวกันซึ่งทั้งพนักงานอัยการมักจะแตกต่างกันได้ยื่นเอกสารประกอบในศาลชั้นต้นศาลเดียวกันหรือต่างศาลกันศาลนั้น ๆ พิจารณารวมการพิจารณาคดีเดียวกันก่อนที่ศาลเห็นชอบโดยพลการหรือโดยโจทก์ยื่นคำร้องขอใด ๆ ก่อนมีคำตัดสินแต่ทว่าจะต้องดำเนินการพิจารณาไม่ได้จะได้รับความเรียกร้องของศาลอื่น ๆ นั้นก่อน</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 33 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-33/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง