ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 33: การรวมพิจารณาคดีเดียวกัน

ตัวบทกฎหมาย

คดีอาญาเรื่องเดียวกันซึ่งทั้งพนักงานอัยการและผู้เสียหายต่างได้ยื่นฟ้องในศาลชั้นต้นศาลเดียวกันหรือต่างศาลกัน ศาลนั้น ๆ มีอำนาจสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน เมื่อศาลเห็นชอบโดยพลการหรือโดยโจทก์ยื่นคำร้องในระยะใดก่อนมีคำพิพากษาแต่ทว่าจะมีคำสั่งเช่นนั้นไม่ได้ นอกจากจะได้รับความยินยอมของศาลอื่นนั้นก่อน

คำแปลภาษาอังกฤษ

Where the same criminal case has been filed by both the public prosecutor and the injured person in the same court of first instance or in different courts, such courts have the power to order the cases to be consolidated and tried as a single case, whether on the court's own initiative or upon a plaintiff's motion at any stage before judgment is rendered. However, no such order may be made unless the consent of the other court has first been obtained.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 33 แก้ปัญหาในทางปฏิบัติที่เกิดขึ้นเมื่อพนักงานอัยการและผู้เสียหายต่างฟ้องคดีเรื่องเดียวกัน อันเป็นผลจากอำนาจฟ้องตามมาตรา 28 แทนที่จะถือว่าการฟ้องหลังเป็นฟ้องซ้อนที่ต้องห้าม กฎหมายให้ศาลรวมพิจารณาเป็นคดีเดียวได้ โดยศาลเห็นชอบเองหรือโจทก์ร้องขอก่อนมีคำพิพากษา ทั้งนี้ต้องได้รับความยินยอมของศาลอื่นที่เกี่ยวข้อง การรวมพิจารณาเป็นไปเพื่อความสะดวกในการพิจารณา และไม่ทำให้หน้าที่ในกระบวนพิจารณาของโจทก์แต่ละคน เช่น หน้าที่มาศาลตามมาตรา 166 รวมเข้าด้วยกัน ต่างจากการฟ้องซ้อนโดยคู่ความเดียวกันซึ่งยังคงต้องห้าม

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

หากอัยการและท่านต่างฟ้องคดีเรื่องเดียวกัน ควรขอรวมพิจารณาเพื่อเลี่ยงผลที่ขัดกันและค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่า แต่อย่าเข้าใจว่าการรวมคดีทำให้หน้าที่ของท่านรวมกันด้วย แม้รวมคดีแล้ว โจทก์แต่ละคนยังต้องปฏิบัติหน้าที่ เช่น มาศาลตามนัด มิฉะนั้นอาจถูกยกฟ้อง หากไม่แน่ใจว่าเป็นการฟ้องคู่ขนานที่ชอบหรือฟ้องซ้อนที่ต้องห้าม ควรปรึกษาก่อนยื่นฟ้องคดีที่สอง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 21329/2556 (2013)

    ไม่มีกฎหมายจำกัดอำนาจของพนักงานอัยการมิให้ฟ้องคดีอาญาที่ผู้เสียหายได้ฟ้องจำเลยไว้แล้ว ทั้งมาตรา ๓๓ ก็บัญญัติถึงการพิจารณาคดีซึ่งพนักงานอัยการและผู้เสียหายต่างฟ้องคดีอาญาเรื่องเดียวกัน ฟ้องของพนักงานอัยการที่ยื่นภายหลังจึงไม่เป็นฟ้องซ้อน แต่ในส่วนของผู้เสียหายนั้นต่างออกไป การที่ผู้เสียหายซึ่งฟ้องคดีไว้ก่อนแล้วยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ โดยถือเอาคำฟ้องของพนักงานอัยการเป็นคำฟ้องของตนเอง เมื่อศาลอนุญาตย่อมมีผลเท่ากับผู้เสียหายฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ด้วย จึงมีสถานะเสมือนหนึ่งเป็นการฟ้องซ้อนกับคดีที่ตนฟ้องไว้ก่อน ไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา ๑๗๓ วรรคสอง (๑) ประกอบมาตรา ๑๕ การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เข้าร่วมเป็นโจทก์จึงไม่ชอบ

    ผู้เสียหายฟ้องจำเลยไว้ก่อน ต่อมาพนักงานอัยการฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ในเรื่องเดียวกัน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าฟ้องของพนักงานอัยการไม่เป็นฟ้องซ้อน เพราะไม่มีกฎหมายจำกัดอำนาจพนักงานอัยการ และมาตรา ๓๓ ซึ่งให้ศาลสั่งรวมพิจารณาคดีที่พนักงานอัยการและผู้เสียหายต่างฟ้องเรื่องเดียวกันในศาลชั้นต้นเดียวกันหรือต่างศาลกัน แสดงว่าทั้งสองฝ่ายต่างฟ้องได้ แต่การที่ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีนี้ โดยถือเอาคำฟ้องของพนักงานอัยการเป็นคำฟ้องของตน เมื่อศาลชั้นต้นอนุญาต ย่อมมีผลเท่ากับผู้เสียหายฟ้องจำเลยซ้อนกับคดีที่ตนฟ้องไว้ก่อน อันไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา ๑๗๓ วรรคสอง (๑) ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา ๑๕ ศาลฎีกาจึงเพิกถอนคำสั่งที่อนุญาตให้เข้าร่วมเป็นโจทก์

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3131/2562 (2019)

    ผู้เสียหายที่ยื่นฟ้องคดีอาญาเรื่องเดียวกันต่อสองศาลในลักษณะฟ้องซ้อน ไม่เข้าหลักเกณฑ์มาตรา 33 และต้องห้าม เพราะเป็นการฟ้องซ้อนที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งซึ่งนำมาใช้โดยมาตรา 15

    โจทก์ผู้เสียหายสิบสี่คนยื่นฟ้องคดีอาญาเรื่องเดียวกันต่อสองศาลในลักษณะฟ้องซ้อนสองคดี ศาลวินิจฉัยว่าไม่เข้าหลักเกณฑ์มาตรา 33 และเป็นฟ้องซ้อนที่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 วรรคสอง (1) ประกอบมาตรา 15

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5461/2534 (1991)

    การรวมพิจารณาตามมาตรา 33 เป็นเพียงเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการพิจารณา และไม่ทำให้โจทก์หลุดพ้นจากหน้าที่ในกระบวนพิจารณาของตน เช่น หน้าที่มาศาลตามมาตรา 166

    แม้ศาลชั้นต้นจะสั่งรวมพิจารณาคดีของโจทก์ที่ 1 ที่ 2 เข้ากับคดีของโจทก์ที่ 3 แต่ศาลวินิจฉัยว่าการรวมพิจารณาเป็นเพียงเพื่อความสะดวกรวดเร็ว หาทำให้โจทก์ที่ 1 ที่ 2 หลุดพ้นจากหน้าที่มาศาลตามมาตรา 166 ไม่ การไม่มาตามนัดโดยไม่แจ้งเหตุจึงอาจทำให้ถูกยกฟ้องได้

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 8 คดี (พ.ศ. 2514 ถึง 2562)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1438/2527 (1984)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1833/2514 (1971)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 21329/2556 (2013)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 9134/2551 (2008)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5461/2534 (1991)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1646-1649/2515 (1972)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1646/2515 (1972)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3131/2562 (2019)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

คดีอาญาเรื่องเดียวกันที่ฟ้องสองสำนวนรวมกันได้หรือไม่

ได้ ตามมาตรา 33 เมื่ออัยการและผู้เสียหายต่างฟ้องเรื่องเดียวกัน ศาลรวมพิจารณาเป็นคดีเดียวได้ก่อนมีคำพิพากษา และหากเป็นคนละศาลต้องได้รับความยินยอมของอีกศาล

การรวมพิจารณาทำให้หน้าที่ของโจทก์รวมกันหรือไม่

ไม่ การรวมพิจารณาตามมาตรา 33 เป็นเพียงเพื่อความสะดวก โจทก์แต่ละคนยังต้องปฏิบัติหน้าที่ของตน เช่น มาศาลตามมาตรา 166

การฟ้องคดีเดียวกันสองครั้งทำได้เสมอหรือไม่

ไม่ มาตรา 33 ครอบคลุมการฟ้องคู่ขนานของอัยการและผู้เสียหาย มิได้อนุญาตให้คู่ความคนเดียวฟ้องคดีเดียวกันซ้ำ ซึ่งยังเป็นฟ้องซ้อนที่ต้องห้าม

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 33
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 33. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-33/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 33
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-33/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-33/"><p>คดีอาญาเรื่องเดียวกันซึ่งทั้งพนักงานอัยการและผู้เสียหายต่างได้ยื่นฟ้องในศาลชั้นต้นศาลเดียวกันหรือต่างศาลกัน ศาลนั้น ๆ มีอำนาจสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน เมื่อศาลเห็นชอบโดยพลการหรือโดยโจทก์ยื่นคำร้องในระยะใดก่อนมีคำพิพากษาแต่ทว่าจะมีคำสั่งเช่นนั้นไม่ได้ นอกจากจะได้รับความยินยอมของศาลอื่นนั้นก่อน</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 33: <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-33/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง