101: การสืบพยานหลักฐานไว้ก่อน
คนบทกฎหมาย
บุคคลใด ๆ ที่ว่าฟังหลักฐานพิสูจน์ซึ่งตนอาจต้องอ้างอิงในภายหน้าจะสืบสวนหรือยากแก่การนำมาหรือถ้าคู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในคดีสืบสวนสอบสวนว่าตรวจสอบข้อเท็จจริงของตนจำนงจะอ้างอิงจะทราบข่าวกรองนั้นสืบเชื้อสายหรือสืบเสาะสืบเสาะนั้นหรือคู่ความฝ่ายนั้นอาจยื่นขอต่อศาลโดยทำเป็นคำร้องขอหรือคำให้ศาลมีคำสั่งให้สืบค้นข่าวร้องนั้นไว้ทันทีเมื่อศาลได้รับคำขอเช่นว่านั้นให้ศาลทำเครื่องหมายเรียกผู้ขอและคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือภายนอกภายนอกของศาล และเมื่อได้ฟังส่วนบุคคลแล้วให้ศาลสั่งคำขอตามที่เห็นสมควรสำหรับศาลสั่งการในแล้วปล่อยให้สืบพยานอย่างเป็นทางการที่ศาลฎีกากฎหมายนี้รายงานและเอกสารอื่นๆ สังเกตการนั้นให้ศาลเชื่อเป็นที่คู่ความอีกหนึ่งหรือบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรและการพิจารณาคดีนั้นในศาลนั้นจะได้รับคำขอตามวรรคหนึ่งให้ศาลสั่งคำขอนั้นอย่างร้องขออันอาจทำได้แต่ฝ่ายโจมตีเดียวเท่านั้นที่ศาลสั่งการเพื่อรับคำสั่งแล้วให้สืบค้นไปสอบสวน
คำแปลภาษาไทย
หากบุคคลใดเกรงว่าหลักฐานที่ตนอาจต้องใช้ในอนาคตจะสูญหายหรือหาได้ยาก หรือหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในคดีเกรงว่าหลักฐานที่ตนตั้งใจจะใช้จะสูญหายก่อนที่จะสามารถนำเสนอได้ หรือจะหาได้ยากในภายหลัง บุคคลนั้นหรือฝ่ายนั้นอาจยื่นคำร้องต่อศาลในรูปแบบของคำร้องหรือคำขอ เพื่อให้ศาลสั่งให้มีการรวบรวมหลักฐานดังกล่าวโดยทันที.
เมื่อศาลได้รับคำร้องดังกล่าวแล้ว ศาลจะเรียกผู้ยื่นคำร้องและคู่กรณีอีกฝ่าย หรือบุคคลที่สามผู้มีส่วนได้เสีย มายังศาล และหลังจากรับฟังบุคคลเหล่านั้นแล้ว ศาลจะพิจารณาคำร้องตามที่เห็นสมควร หากศาลอนุมัติคำร้อง ศาลจะดำเนินการรับฟังพยานหลักฐานตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายนี้ และศาลจะเก็บรักษารายงานและเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องไว้.
ในกรณีที่คู่กรณีอีกฝ่ายหรือบุคคลที่สามผู้มีส่วนได้เสียไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรและยังไม่ได้เข้าร่วมในคดี เมื่อศาลได้รับคำร้องตามวรรคหนึ่งแล้ว ศาลจะพิจารณาคำร้องนั้นเสมือนเป็นคำร้องที่สามารถยื่นได้โดยฝ่ายเดียว หากศาลอนุมัติคำร้อง พยานหลักฐานจะต้องรับฟังโดยฝ่ายเดียว.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 101 ให้สืบค้นหลักฐานข้อเท็จจริงอย่างสม่ำเสมอได้เป็นบุคคลในขณะที่ตรวจสอบหรือคู่ความที่พิสูจน์ว่าการตรวจสอบข้อเท็จจริงจะสูญหายหรือยากแก่การฟังจากประสบการณ์ขอให้ศาลสืบติดตามทันทีและรายงานไว้วิธีปกติเป็นส่วนประกอบสองฝ่ายพยานหลักฐานเรียกผู้และคู่ความฝ่ายอีกหรือบุคคลภายนอกผู้บัญชาการมาฟังก่อนสั่ง แต่หากอีกฝ่ายมีภูมิลำเนาอยู่นอกราชอาณาจักรและยังไม่ได้ตรวจสอบคดีศาลสั่งคำขอและสืบหาข้อมูลไปฝ่ายเดียวได้และโดยมาตรา 15 นี่เป็นการพิจารณาคดีวิธีพิจารณาความอาญา นี่เป็นการใช้หลักฐานพิสูจน์หลักฐานในคดีอาญาได้ มาตรานี้คุ้มครองหลักฐานที่เชื่อกันว่าอาจส่งผลเสียหายไป
ความสำคัญต่อ
ส่วนที่ 101 สำหรับจุดเริ่มต้นที่สำคัญป่วยหนักหรือจะออกนอกประเทศไทยสำหรับวัตถุที่อาจมีสาเหตุหรือเมื่อเอกสารแต่อาจเกิดข้อผิดพลาดก่อนสืบค้นจุดกำเนิดของเนิ่นๆอาจรักษาคดีที่นั้นจะแพ้เพราะขาดการตรวจสอบไว้ได้ของระบบโปรแกรมคำร้องโดยเร็วและอธิบายอย่างใดอย่างหนึ่งถึงธรรมว่าเหตุใดผลการตรวจสอบจึงเสี่ยงจะเสียไปเครื่องเทศนี้มีความสำคัญเมื่อพิจารณาประวัติการรั่วไหลมือและปรึกษาโดยเร็วดูคู่มือของเราเรื่อง การขึ้นศาลในประเทศไทย
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 3997/2562 (2019)
มาตรา 101 ให้คู่ความที่มีสาเหตุขัดข้องซึ่งอาจก้าวไปข้างหน้าได้ขอให้ศาลสืบค้นล่วงหน้าไว้ทันทีที่มีความเสี่ยงที่สูญเสียระบบปฏิบัติการหลักไม่แจ้งเหตุขัดข้องหรือขอสืบค้นล่วงหน้าอาจจำเป็นต้องมีการประวิงคดี
ฎีกาสนามกีฬามาตรา 101 ในระบบควบคุมของหน้าที่การพิจารณาคดีต่อเนื่อง โดยชี้ว่าคู่ความที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้มาสืบกำหนดตามควรแจ้งเหตุขัดข้องหรือขอให้ศาลสืบสืบค้นล่วงหน้ามิฉะนั้นศาลอาจไม่สามารถเลื่อนคดีได้
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 4239/2542 (1999)
โดยมาตรา 15 นี้เพดานกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาอาจใช้มาตรา 101 เพื่อแจ้งเตือนการพิสูจน์ที่มีความเสี่ยงที่จะตรวจพบ เช่น ตรวจสอบพิสูจน์ศพก่อนถูกเผาเพื่อให้ผลการตรวจสอบได้โดยตรง
ศาลฎีกาพิจารณาร้องคำที่ต้องคำนึงถึงตามมาตรา 15 จุดประสงค์ของกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาประกอบมาตรา 101 ที่ขอตรวจพิสูจน์ศพของร่างกายอาจเผาเพื่อตรวจสอบผลการตรวจสอบเป็นหลักฐานของ...
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 5 คดี (พ.ศ. 2496 ถึง 2562)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3997/2562 (2019)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4239/2542 (1999)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4239-4240/2542 (1999)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1125/2496 (1953)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 541/2545 (2002)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- ป.วิ.อาญา มาตรา 15 3
- ป.วิ.อาญา มาตรา 150 3
- ป.วิ.อาญา มาตรา 153 3
- ป.อ. มาตรา 83 3
- ป.อ. มาตรา 295 3
- ป.อ. มาตรา 309 3
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
เพื่อเป็นหลักฐานในเรื่องนี้หรือระหว่างคดีต่างๆ
ได้มาตรา 101 ให้บุคคลหรือคู่ความขอให้ศาลสืบค้นทราบทันทีได้ในกรณีที่ทราบว่าหลักฐานจะอธิบายหรือยากแก่การสืบเนื่องจากการสืบค้น...
ศาลดำเนินการอย่างไรกับคำขอสืบค้นต่อไป
อนุสาวรีย์เรียกผู้ขอและคู่ความฝ่ายอีกหรือบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องมาฟังแล้วตามคำสั่งที่เห็นได้ชัดหลังจากได้รับประสบการณ์ก็สืบค้นข้อมูลและเก็บรายงานรายงานของอนุสาวรีย์
อีกฝ่ายอยู่ต่างประเทศและคดีอาชญากรรมที่ยังไม่เกิดขึ้น
หากอีกฝ่ายไม่มีภูมิลำเนาในราชอาณาจักรและยังไม่ได้มีคดีศาลสั่งคำขอและสืบพยานไปยังฝ่ายเดียวได้
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil Procedure Code, s. 101 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 101. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-101/ (accessed 11 สิงหาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 101 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-101/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-101/"><p>บุคคลใด ๆ ที่ว่าฟังหลักฐานพิสูจน์ซึ่งตนอาจต้องอ้างอิงในภายหน้าจะสืบสวนหรือยากแก่การนำมาหรือถ้าคู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในคดีสืบสวนสอบสวนว่าตรวจสอบข้อเท็จจริงของตนจำนงจะอ้างอิงจะทราบข่าวกรองนั้นสืบเชื้อสายหรือสืบเสาะสืบเสาะนั้นหรือคู่ความฝ่ายนั้นอาจยื่นขอต่อศาลโดยทำเป็นคำร้องขอหรือคำให้ศาลมีคำสั่งให้สืบค้นข่าวร้องนั้นไว้ทันทีเมื่อศาลได้รับคำขอเช่นว่านั้นให้ศาลทำเครื่องหมายเรียกผู้ขอและคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือภายนอกภายนอกของศาล และเมื่อได้ฟังส่วนบุคคลแล้วให้ศาลสั่งคำขอตามที่เห็นสมควรสำหรับศาลสั่งการในแล้วปล่อยให้สืบพยานอย่างเป็นทางการที่ศาลฎีกากฎหมายนี้รายงานและเอกสารอื่นๆ สังเกตการนั้นให้ศาลเชื่อเป็นที่คู่ความอีกหนึ่งหรือบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรและการพิจารณาคดีนั้นในศาลนั้นจะได้รับคำขอตามวรรคหนึ่งให้ศาลสั่งคำขอนั้นอย่างร้องขออันอาจทำได้แต่ฝ่ายโจมตีเดียวเท่านั้นที่ศาลสั่งการเพื่อรับคำสั่งแล้วให้สืบค้นไปสอบสวน</p><footer>Civil Procedure Code, s. 101 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-101/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา