ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 101: การสืบพยานหลักฐานไว้ก่อน

ตัวบทกฎหมาย

ถ้าบุคคลใดเกรงว่า พยานหลักฐานซึ่งตนอาจต้องอ้างอิงในภายหน้าจะสูญหายหรือยากแก่การนำมา หรือถ้าคู่ความฝ่ายใดในคดีเกรงว่าพยานหลักฐานซึ่งตนจำนงจะอ้างอิงจะสูญหายเสียก่อนที่จะนำมาสืบ หรือเป็นการยากที่จะนำมาสืบในภายหลัง บุคคลนั้นหรือคู่ความฝ่ายนั้นอาจยื่นคำขอต่อศาลโดยทำเป็นคำร้องขอหรือคำร้องให้ศาลมีคำสั่งให้สืบพยานหลักฐานนั้นไว้ทันทีเมื่อศาลได้รับคำขอเช่นว่านั้น ให้ศาลหมายเรียกผู้ขอและคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องมายังศาล และเมื่อได้ฟังบุคคลเหล่านั้นแล้ว ให้ศาลสั่งคำขอตามที่เห็นสมควร ถ้าศาลสั่งอนุญาตตามคำขอแล้ว ให้สืบพยานไปตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายนี้ ส่วนรายงานและเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนั้นให้ศาลเก็บรักษาไว้ในกรณีที่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรและยังมิได้เข้ามาในคดีนั้น เมื่อศาลได้รับคำขอตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลสั่งคำขอนั้นอย่างคำขออันอาจทำได้แต่ฝ่ายเดียว ถ้าศาลสั่งอนุญาตตามคำขอแล้วให้สืบพยานไปฝ่ายเดียว

คำแปลภาษาอังกฤษ

If any person fears that evidence which he may need to rely on in the future will be lost or become difficult to produce, or if any party to a case fears that evidence which it intends to rely on will be lost before it can be adduced, or will be difficult to adduce later, that person or that party may submit an application to the court, made as a petition or a motion, for the court to order that such evidence be taken immediately.
When the court has received such application, it shall summon the applicant and the other party, or the interested third person, to the court, and after hearing those persons the court shall decide the application as it thinks fit. If the court grants the application, the evidence shall be taken as provided in this Code, and the reports and other documents relating thereto shall be kept by the court.
Where the other party or the interested third person has no domicile in the Kingdom and has not yet entered the case, then upon receiving the application under paragraph one, the court shall decide the application as one that may be made ex parte. If the court grants the application, the evidence shall be taken ex parte.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 101 ให้สืบพยานหลักฐานไว้ก่อนได้ คือบุคคลแม้ยังไม่ได้ฟ้อง หรือคู่ความที่เกรงว่าพยานหลักฐานจะสูญหายหรือยากแก่การนำมา อาจขอให้ศาลสืบไว้ทันทีและเก็บรักษารายงานไว้ วิธีปกติเป็นการพิจารณาสองฝ่าย ศาลหมายเรียกผู้ขอและคู่ความอีกฝ่ายหรือบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องมาฟังก่อนสั่ง แต่หากอีกฝ่ายมีภูมิลำเนาอยู่นอกราชอาณาจักรและยังไม่ได้เข้ามาในคดี ศาลสั่งคำขอและสืบพยานไปฝ่ายเดียวได้ และโดยมาตรา 15 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กลไกนี้ใช้เก็บรักษาพยานหลักฐานในคดีอาญาได้ด้วย มาตรานี้คุ้มครองพยานหลักฐานที่กำหนดเวลาสืบพยานตามปกติอาจทำให้เสียไป

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

ควรใช้มาตรา 101 เมื่อพยานสำคัญป่วยหนักหรือกำลังจะออกนอกประเทศไทย เมื่อพยานวัตถุอาจถูกทำลาย หรือเมื่อเอกสารอาจสูญหายก่อนสืบพยาน การดำเนินการแต่เนิ่นอาจรักษาคดีที่มิฉะนั้นจะแพ้เพราะขาดพยานหลักฐานไว้ได้ ควรจัดทำคำร้องโดยเร็วและอธิบายอย่างเป็นรูปธรรมว่าเหตุใดพยานหลักฐานจึงเสี่ยงจะเสียไป กรณีนี้ความเร็วสำคัญ หากรู้สึกว่าพยานหลักฐานกำลังจะหลุดมือ ควรปรึกษาโดยเร็ว ดูคู่มือของเราเรื่อง การขึ้นศาลในประเทศไทย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3997/2562 (2019)

    มาตรา 101 ให้คู่ความที่มีเหตุขัดข้องซึ่งไม่อาจก้าวล่วงได้ขอให้ศาลสืบพยานล่วงหน้าไว้ทันทีแทนที่จะเสี่ยงต่อการเสียพยาน และการไม่แจ้งเหตุขัดข้องหรือไม่ขอสืบล่วงหน้าอาจถูกถือว่าเป็นการประวิงคดี

    ศาลฎีกาอ้างถึงมาตรา 101 ในบริบทของหน้าที่พิจารณาคดีต่อเนื่อง โดยชี้ว่าคู่ความที่ไม่อาจนำพยานมาสืบตามกำหนดควรแจ้งเหตุขัดข้องหรือขอให้ศาลสืบพยานล่วงหน้า มิฉะนั้นศาลอาจไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4239/2542 (1999)

    การชันสูตรพลิกศพเป็นการสอบสวนความผิดอาญาอย่างหนึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งบัญญัติวิธีการไว้โดยเฉพาะในมาตรา ๑๕๐ ๑๕๑ และ ๑๕๓ จึงนำมาตรา ๑๐๑ แห่งประมวลกฎหมายนี้มาอนุโลมบังคับไม่ได้ และเมื่อพนักงานสอบสวนได้ชันสูตรพลิกศพเสร็จแล้ว ย่อมไม่มีเหตุที่จะดำเนินการตามคำร้องของผู้ต้องหาที่ขอให้ชันสูตรพลิกศพอีก

    ผู้ต้องหายื่นคำร้องขอให้หน่วยนิติเวชและแพทย์ที่ระบุตรวจพิสูจน์ศพผู้ตายเพื่ออ้างเป็นพยานหลักฐานของตน ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๑๕ ประกอบมาตรา ๑๐๑ แห่งประมวลกฎหมายนี้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการดังกล่าวก็คือการชันสูตรพลิกศพนั่นเอง ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาถือว่าเป็นการสอบสวนความผิดอาญาอย่างหนึ่ง และได้บัญญัติผู้มีหน้าที่ทำการชันสูตรพลิกศพกับให้อำนาจผ่าศพแยกธาตุ ส่งศพหรือบางส่วนไปยังแพทย์หรือพนักงานแยกธาตุของรัฐบาล ตลอดจนให้ขุดศพขึ้นตรวจดูได้ โดยกำหนดวิธีการไว้โดยเฉพาะในมาตรา ๑๕๐ ๑๕๑ และ ๑๕๓ จึงนำมาตรา ๑๐๑ มาอนุโลมบังคับไม่ได้ และเมื่อพนักงานสอบสวนได้ชันสูตรพลิกศพเสร็จแล้ว จึงไม่มีเหตุที่จะดำเนินการตามคำร้องของผู้ต้องหาอีก

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 5 คดี (พ.ศ. 2496 ถึง 2562)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3997/2562 (2019)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4239/2542 (1999)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4239-4240/2542 (1999)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1125/2496 (1953)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 541/2545 (2002)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

เก็บรักษาพยานหลักฐานไว้ก่อนหรือระหว่างคดีได้หรือไม่

ได้ มาตรา 101 ให้บุคคลหรือคู่ความขอให้ศาลสืบพยานไว้ทันทีได้ เมื่อเกรงว่าพยานหลักฐานจะสูญหายหรือยากแก่การนำมาสืบในภายหลัง

ศาลดำเนินการอย่างไรกับคำขอสืบพยานไว้ก่อน

ศาลหมายเรียกผู้ขอและคู่ความอีกฝ่ายหรือบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องมาฟัง แล้วสั่งตามที่เห็นสมควร หากอนุญาตก็สืบพยานและเก็บรายงานไว้ที่ศาล

ถ้าอีกฝ่ายอยู่ต่างประเทศและยังไม่เข้ามาในคดีจะทำอย่างไร

หากอีกฝ่ายไม่มีภูมิลำเนาในราชอาณาจักรและยังไม่ได้เข้ามาในคดี ศาลสั่งคำขอและสืบพยานไปฝ่ายเดียวได้

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Civil Procedure Code, s. 101 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 101. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-101/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 101
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-101/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-101/"><p>ถ้าบุคคลใดเกรงว่า พยานหลักฐานซึ่งตนอาจต้องอ้างอิงในภายหน้าจะสูญหายหรือยากแก่การนำมา หรือถ้าคู่ความฝ่ายใดในคดีเกรงว่าพยานหลักฐานซึ่งตนจำนงจะอ้างอิงจะสูญหายเสียก่อนที่จะนำมาสืบ หรือเป็นการยากที่จะนำมาสืบในภายหลัง บุคคลนั้นหรือคู่ความฝ่ายนั้นอาจยื่นคำขอต่อศาลโดยทำเป็นคำร้องขอหรือคำร้องให้ศาลมีคำสั่งให้สืบพยานหลักฐานนั้นไว้ทันทีเมื่อศาลได้รับคำขอเช่นว่านั้น ให้ศาลหมายเรียกผู้ขอและคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องมายังศาล และเมื่อได้ฟังบุคคลเหล่านั้นแล้ว ให้ศาลสั่งคำขอตามที่เห็นสมควร ถ้าศาลสั่งอนุญาตตามคำขอแล้ว ให้สืบพยานไปตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายนี้ ส่วนรายงานและเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการนั้นให้ศาลเก็บรักษาไว้ในกรณีที่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรและยังมิได้เข้ามาในคดีนั้น เมื่อศาลได้รับคำขอตามวรรคหนึ่ง ให้ศาลสั่งคำขอนั้นอย่างคำขออันอาจทำได้แต่ฝ่ายเดียว ถ้าศาลสั่งอนุญาตตามคำขอแล้วให้สืบพยานไปฝ่ายเดียว</p><footer>Civil Procedure Code, s. 101 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-101/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง