ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 1: การใช้ถ้อยคำที่มีคำนิยาม

ตัวบทกฎหมาย

ในประมวลกฎหมายนี้ ถ้าคำใดมีคำอธิบายไว้แล้ว ให้ถือตามความหมายดังได้อธิบายไว้ เว้นแต่ข้อความในตัวบทจะขัดกับคำอธิบายนั้น

คำแปลภาษาอังกฤษ

In this Code, if any word has been given a definition, that word shall be taken to have the meaning so defined, except where the wording of a particular provision conflicts with that definition.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 1 เป็นบทเปิดของลักษณะ 1 หลักทั่วไป และวางหลักการตีความสำหรับทั้งประมวลกฎหมาย คือ คำที่มีนิยามให้ถือตามนิยามตลอดทั้งฉบับ เว้นแต่ถ้อยคำในบทบัญญัติใดขัดกับนิยามนั้น ศาลฎีกาเคยใช้หลักนี้วินิจฉัยว่าคำว่า "ผู้เสียหาย" ตามมาตรา 44/1 ไม่จำต้องถือความหมายตามมาตรา 2 (4) เพราะถ้อยคำในมาตรา 44/1 มุ่งถึงผู้มีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทน บทนี้สัมพันธ์ใกล้ชิดกับคำนิยามในมาตรา 2

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

สำหรับผู้มีคดี มาตรา 1 อธิบายว่าเหตุใดคำเดียวกันจึงอาจมีความหมายต่างกันในแต่ละส่วนของประมวลกฎหมาย อย่าเข้าใจว่าคำที่มีนิยาม เช่น "ผู้เสียหาย" จะถือความหมายตามมาตรา 2 (4) เสมอไป เพราะบทบัญญัติเฉพาะอาจต้องตีความกว้างหรือแคบกว่านั้น เรื่องนี้ชี้ขาดอำนาจฟ้องและประเด็นเบื้องต้นอื่น จึงต้องพิจารณาถ้อยคำของบทที่ใช้บังคับให้ถี่ถ้วนเสมอ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3225/2563 (2020)

    ตามมาตรา 1 เมื่อถ้อยคำในบทบัญญัติขัดกับนิยาม ให้ยกเว้นนิยามนั้น คำว่าผู้เสียหายตามมาตรา 44/1 จึงพิจารณาจากสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนในทางแพ่ง มิใช่จากนิยามในมาตรา 2 (4)

    ศาลวินิจฉัยว่าสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 44/1 หมายถึงผู้มีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทน ซึ่งต่างและขัดกับนิยามผู้เสียหายตามมาตรา 2 (4) เมื่อใช้หลักตามมาตรา 1 การพิจารณาว่าผู้ใดมีสิทธิยื่นคำร้องตามมาตรา 44/1 จึงต้องพิจารณาจากสิทธิในทางแพ่ง มิใช่ความหมายผู้เสียหายในทางอาญา

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2412/2562 (2019)

    มาตรา 1 ให้มาตรา 44/1 กำหนดความหมายผู้เสียหายจากสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนในทางแพ่งได้ และเมื่อพนักงานอัยการเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายแล้ว ผู้เสียหายย่อมยื่นคำร้องเรียกในส่วนนั้นซ้ำอีกไม่ได้

    โดยอาศัยมาตรา 1 ศาลตีความคำว่าผู้เสียหายตามมาตรา 44/1 ว่าหมายถึงผู้มีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนในทางแพ่ง ซึ่งต่างจากมาตรา 2 (4) ทั้งเมื่อพนักงานอัยการได้เรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายตามมาตรา 43 และมาตรา 44/1 วรรคสามแล้ว ผู้เสียหายย่อมยื่นคำร้องเรียกในส่วนนั้นอีกไม่ได้

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5400/2560 (2017)

    ตามมาตรา 1 สิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 44/1 พิจารณาจากสิทธิในทางแพ่ง ความหมายในทางอาญา เช่น ผู้เสียหายโดยนิตินัยหรือผู้มีอำนาจจัดการแทนตามมาตรา 5 จึงไม่ใช่เกณฑ์ชี้ขาดผู้มีสิทธิยื่นคำร้อง

    ศาลวินิจฉัยว่าความหมายผู้เสียหายตามมาตรา 44/1 ขัดกับนิยามในมาตรา 2 (4) จึงไม่ต้องถือตามนิยามเดียวกันตามมาตรา 1 การพิจารณาสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนจึงดูจากสิทธิในทางแพ่งของผู้ยื่นคำร้อง มิใช่ความหมายในทางอาญา เช่น ผู้เสียหายโดยนิตินัยหรือผู้มีอำนาจจัดการแทนตามมาตรา 5

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 13 คดี (พ.ศ. 2497 ถึง 2563)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2412/2562 (2019)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1641/2514 (1971)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 854/2511 (1968)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5400/2560 (2017)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5599/2541 (1998)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1472/2533 (1990)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1552/2512 (1969)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1828/2497 (1954)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

คำที่มีคำนิยามในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาต้องถือตามนิยามเสมอหรือไม่

ไม่เสมอไป ตามมาตรา 1 คำที่มีนิยามให้ถือตามนิยาม เว้นแต่ถ้อยคำในบทบัญญัติใดขัดกับนิยามนั้น ก็ให้ถือความหมายตามบทบัญญัตินั้น

เหตุใดคำว่าผู้เสียหายตามมาตรา 44/1 จึงมีความหมายต่างจากมาตรา 2 (4)

เพราะมาตรา 1 ให้ถ้อยคำในบทบัญญัติมีน้ำหนักเหนือนิยามได้ ศาลฎีกาตีความว่าผู้เสียหายตามมาตรา 44/1 หมายถึงผู้มีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนในทางแพ่ง ซึ่งต่างจากนิยามในมาตรา 2 (4)

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Criminal Procedure Code, s. 1 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 1. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-1/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 1
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-1/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-1/"><p>ในประมวลกฎหมายนี้ ถ้าคำใดมีคำอธิบายไว้แล้ว ให้ถือตามความหมายดังได้อธิบายไว้ เว้นแต่ข้อความในตัวบทจะขัดกับคำอธิบายนั้น</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 1 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-1/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง