ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

1 — การใช้ถ้อยคำที่มีคำนิยาม

คนบทกฎหมาย

ในประมวลกฎหมายนี้ ถ้าคำใดมีคำอธิบายไว้แล้ว ให้ถือตามความหมายดังได้อธิบายไว้ เว้นแต่ข้อความในตัวบทจะขัดกับคำอธิบายนั้น

คำแปลภาษาไทย

In this Code, if any word has been given a definition, that word shall be taken to have the meaning so defined, except where the wording of a particular provision conflicts with that definition.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 1 เป็นบทเปิดของลักษณะ 1 หลักทั่วไป และวางหลักการตีความสำหรับทั้งประมวลกฎหมาย คือ คำที่มีนิยามให้ถือตามนิยามตลอดทั้งฉบับ เว้นแต่ถ้อยคำในบทบัญญัติใดขัดกับนิยามนั้น ศาลฎีกาเคยใช้หลักนี้วินิจฉัยว่าคำว่า "ผู้เสียหาย" ตามมาตรา 44/1 ไม่จำต้องถือความหมายตามมาตรา 2 (4) เพราะถ้อยคำในมาตรา 44/1 มุ่งถึงผู้มีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทน บทนี้สัมพันธ์ใกล้ชิดกับคำนิยามในมาตรา 2

ความสำคัญต่อ

สำหรับผู้มีคดี มาตรา 1 อธิบายว่าเหตุใดคำเดียวกันจึงอาจมีความหมายต่างกันในแต่ละส่วนของประมวลกฎหมาย อย่าเข้าใจว่าคำที่มีนิยาม เช่น "ผู้เสียหาย" จะถือความหมายตามมาตรา 2 (4) เสมอไป เพราะบทบัญญัติเฉพาะอาจต้องตีความกว้างหรือแคบกว่านั้น เรื่องนี้ชี้ขาดอำนาจฟ้องและประเด็นเบื้องต้นอื่น จึงต้องพิจารณาถ้อยคำของบทที่ใช้บังคับให้ถี่ถ้วนเสมอ

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3225/2563 (2020)

    ตามมาตรา 1 เมื่อถ้อยคำในบทบัญญัติขัดกับนิยาม ให้ยกเว้นนิยามนั้น คำว่าผู้เสียหายตามมาตรา 44/1 จึงพิจารณาจากสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนในทางแพ่ง มิใช่จากนิยามในมาตรา 2 (4)

    ศาลวินิจฉัยว่าสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 44/1 หมายถึงผู้มีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทน ซึ่งต่างและขัดกับนิยามผู้เสียหายตามมาตรา 2 (4) เมื่อใช้หลักตามมาตรา 1 การพิจารณาว่าผู้ใดมีสิทธิยื่นคำร้องตามมาตรา 44/1 จึงต้องพิจารณาจากสิทธิในทางแพ่ง มิใช่ความหมายผู้เสียหายในทางอาญา

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2412/2562 (2019)

    มาตรา 1 ให้มาตรา 44/1 กำหนดความหมายผู้เสียหายจากสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนในทางแพ่งได้ และเมื่อพนักงานอัยการเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายแล้ว ผู้เสียหายย่อมยื่นคำร้องเรียกในส่วนนั้นซ้ำอีกไม่ได้

    โดยอาศัยมาตรา 1 ศาลตีความคำว่าผู้เสียหายตามมาตรา 44/1 ว่าหมายถึงผู้มีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนในทางแพ่ง ซึ่งต่างจากมาตรา 2 (4) ทั้งเมื่อพนักงานอัยการได้เรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายตามมาตรา 43 และมาตรา 44/1 วรรคสามแล้ว ผู้เสียหายย่อมยื่นคำร้องเรียกในส่วนนั้นอีกไม่ได้

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5400/2560 (2017)

    ตามมาตรา 1 สิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 44/1 พิจารณาจากสิทธิในทางแพ่ง ความหมายในทางอาญา เช่น ผู้เสียหายโดยนิตินัยหรือผู้มีอำนาจจัดการแทนตามมาตรา 5 จึงไม่ใช่เกณฑ์ชี้ขาดผู้มีสิทธิยื่นคำร้อง

    ศาลวินิจฉัยว่าความหมายผู้เสียหายตามมาตรา 44/1 ขัดกับนิยามในมาตรา 2 (4) จึงไม่ต้องถือตามนิยามเดียวกันตามมาตรา 1 การพิจารณาสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนจึงดูจากสิทธิในทางแพ่งของผู้ยื่นคำร้อง มิใช่ความหมายในทางอาญา เช่น ผู้เสียหายโดยนิตินัยหรือผู้มีอำนาจจัดการแทนตามมาตรา 5

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

คำที่มีคำนิยามในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาต้องถือตามนิยามเสมอหรือไม่

ไม่เสมอไป ตามมาตรา 1 คำที่มีนิยามให้ถือตามนิยาม เว้นแต่ถ้อยคำในบทบัญญัติใดขัดกับนิยามนั้น ก็ให้ถือความหมายตามบทบัญญัตินั้น

เหตุใดคำว่าผู้เสียหายตามมาตรา 44/1 จึงมีความหมายต่างจากมาตรา 2 (4)

เพราะมาตรา 1 ให้ถ้อยคำในบทบัญญัติมีน้ำหนักเหนือนิยามได้ ศาลฎีกาตีความว่าผู้เสียหายตามมาตรา 44/1 หมายถึงผู้มีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนในทางแพ่ง ซึ่งต่างจากนิยามในมาตรา 2 (4)

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น