ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 134/4: การแจ้งสิทธิก่อนสอบปากคำผู้ต้องหา

ตัวบทกฎหมาย

ในการถามคำให้การผู้ต้องหา
ให้พนักงานสอบสวนแจ้งให้ผู้ต้องหาทราบก่อนว่า
(๑) ผู้ต้องหามีสิทธิที่จะให้การหรือไม่ก็ได้
ถ้าผู้ต้องหาให้การ
ถ้อยคำที่ผู้ต้องหาให้การนั้นอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้
(๒)
ผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำตนได้เมื่อผู้ต้องหาเต็มใจให้การอย่างใดก็ให้จดคำให้การไว้
ถ้าผู้ต้องหาไม่เต็มใจให้การเลยก็ให้บันทึกไว้ถ้อยคำใด ๆ
ที่ผู้ต้องหาให้ไว้ต่อพนักงานสอบสวนก่อนมีการแจ้งสิทธิตามวรรคหนึ่ง
หรือก่อนที่จะดำเนินการตามมาตรา ๑๓๔/๑ มาตรา ๑๓๔/๒ และมาตรา ๑๓๔/๓
จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของผู้นั้นไม่ได้

คำแปลภาษาอังกฤษ

In taking the accused's statement, the inquiry official shall first inform the accused that: (1) the accused has the right to give a statement or not; if the accused gives a statement, the words the accused states may be used as evidence in the trial of the case; (2) the accused has the right to have a lawyer or a person whom he trusts attend and hear his interrogation. When the accused is willing to make any statement, the statement shall be recorded; if the accused is not willing to give any statement, that shall also be recorded. Any words that the accused gives to the inquiry official before being informed of the rights under paragraph one, or before the procedures under Section 134/1, Section 134/2, and Section 134/3 have been carried out, may not be used as evidence to prove the guilt of that person.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรานี้คือการแจ้งสิทธิที่จะไม่ให้การของผู้ต้องหาในหมวด 1 การสอบสวนสามัญ ก่อนสอบปากคำ พนักงานสอบสวนต้องแจ้งสิทธิที่จะให้การหรือไม่ก็ได้ (พร้อมเตือนว่าถ้อยคำที่ให้อาจใช้เป็นพยานหลักฐาน) และสิทธิให้ทนายความหรือบุคคลที่ไว้วางใจเข้าฟัง ผลบังคับอยู่ในวรรคท้าย คือถ้อยคำที่ได้มาก่อนการแจ้งสิทธิหรือก่อนดำเนินการตามมาตรา 134/1 มาตรา 134/2 และมาตรา 134/3 จะรับฟังเพื่อพิสูจน์ความผิดไม่ได้ ใช้ประกอบกับมาตรา 135 ที่ห้ามจูงใจ ขู่เข็ญ หลอกลวง ทรมาน หรือใช้กำลังบังคับ และกับมาตรา 226 และมาตรา 226/3

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

ก่อนที่ท่านจะตอบคำถามในฐานะผู้ต้องหา พนักงานสอบสวนต้องแจ้งว่าท่านมีสิทธิที่จะไม่ให้การและถ้อยคำที่ให้อาจใช้ยันท่านได้ และท่านมีสิทธิให้ทนายความหรือบุคคลที่ไว้วางใจเข้าฟัง ถ้อยคำที่ให้ไว้ก่อนการแจ้งสิทธิจะใช้พิสูจน์ความผิดไม่ได้ สิ่งที่ท่านพูดก่อนได้รับการแจ้งสิทธิจึงไม่ควรถูกนำมาเป็นพยานหลักฐานยันท่าน เนื่องจากคำรับสารภาพที่แจ้งสิทธิถูกต้องใช้ยันท่านได้ จึงควรปรึกษาทนายความก่อนให้การ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1514/2565 (2022)

    ตามมาตรา 134/4 (1) ผู้ต้องหาจะให้การหรือไม่ให้การก็ได้ แต่การเพียงไม่ยอมตอบในข้อเท็จจริงสำคัญไม่ได้หักล้างพยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวกับความผิด

    ในคดีขับรถขณะเมาสุรา จำเลยไม่ขอตอบว่าดื่มสุราหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าแม้มาตรา 134/4 (1) ให้สิทธิที่จะไม่ให้การ แต่ข้อเท็จจริงดังกล่าวสำคัญต่อการพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ การไม่ตอบจึงไม่หักล้างผลตรวจแอลกอฮอล์ในเลือด

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8572/2563 (2020)

    คำรับสารภาพที่ได้มาโดยชอบตามมาตรา 134/4 ให้การด้วยความสมัครใจโดยไม่มีการขู่เข็ญหรือจูงใจ เป็นพยานบอกเล่าที่รับฟังได้ตามมาตรา 226/3 วรรคสอง (1) เพื่อประกอบพยานหลักฐานอื่นเมื่อสภาพและแหล่งที่มาน่าเชื่อถือ

    พนักงานสอบสวนเบิกความว่าจำเลยรับสารภาพด้วยความสมัครใจโดยไม่มีการบังคับ และบันทึกแสดงว่าปฏิบัติตามมาตรา 134/4 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำรับสารภาพชั้นสอบสวนเป็นพยานบอกเล่าซึ่งตามสภาพ แหล่งที่มา และพฤติการณ์น่าเชื่อถือตามมาตรา 226/3 ศาลอุทธรณ์จึงนำมาฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นได้โดยชอบ

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8192/2561 (2018)

    เมื่อผู้ต้องหาเต็มใจให้การตามความจริงและบันทึกแสดงว่าปฏิบัติตามการแจ้งสิทธิ คำให้การชั้นสอบสวนใช้พิสูจน์ความผิดได้ตามมาตรา 134/4 วรรคท้าย

    ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยเต็มใจให้การตามความจริงต่อพนักงานสอบสวนโดยปราศจากมูลเหตุจูงใจ คำให้การชั้นสอบสวนจึงใช้เป็นพยานหลักฐานพิสูจน์ความผิดได้ตามมาตรา 134/4 วรรคท้าย ประกอบพยานหลักฐานอิสระอื่น เช่น ข้อมูลการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่บริเวณที่เกิดเหตุ

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 19 คดี (พ.ศ. 2550 ถึง 2568)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 9345/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 7123/2557 (2014)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3939/2554 (2011)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 13535/2553 (2010)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1486/2552 (2009)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4146/2550 (2007)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8542/2554 (2011)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 57/2565 (2022)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ถูกสอบปากคำมีสิทธิที่จะไม่ให้การหรือไม่

มี มาตรา 134/4 (1) กำหนดให้พนักงานสอบสวนแจ้งว่าท่านมีสิทธิที่จะให้การหรือไม่ก็ได้ และถ้อยคำที่ให้อาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดี

ถ้อยคำที่ให้ก่อนได้รับแจ้งสิทธิใช้ยันได้หรือไม่

ไม่ได้ มาตรา 134/4 กำหนดว่าถ้อยคำที่ให้ก่อนการแจ้งสิทธิ หรือก่อนดำเนินการตามมาตรา 134/1 มาตรา 134/2 และมาตรา 134/3 จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานพิสูจน์ความผิดไม่ได้

คำรับสารภาพหลังแจ้งสิทธิรับฟังได้หรือไม่

ได้ เมื่อพนักงานสอบสวนปฏิบัติตามมาตรา 134/4 และให้การด้วยความสมัครใจ ศาลถือว่าคำรับสารภาพชั้นสอบสวนรับฟังได้ แม้เป็นพยานบอกเล่าที่ต้องพิจารณาประกอบพฤติการณ์แวดล้อม

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Criminal Procedure Code, s. 134/4 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 134/4. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-134-4/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 134/4
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-134-4/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-134-4/"><p>ในการถามคำให้การผู้ต้องหา ให้พนักงานสอบสวนแจ้งให้ผู้ต้องหาทราบก่อนว่า (๑) ผู้ต้องหามีสิทธิที่จะให้การหรือไม่ก็ได้ ถ้าผู้ต้องหาให้การ ถ้อยคำที่ผู้ต้องหาให้การนั้นอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้ (๒) ผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำตนได้เมื่อผู้ต้องหาเต็มใจให้การอย่างใดก็ให้จดคำให้การไว้ ถ้าผู้ต้องหาไม่เต็มใจให้การเลยก็ให้บันทึกไว้ถ้อยคำใด ๆ ที่ผู้ต้องหาให้ไว้ต่อพนักงานสอบสวนก่อนมีการแจ้งสิทธิตามวรรคหนึ่ง หรือก่อนที่จะดำเนินการตามมาตรา ๑๓๔/๑ มาตรา ๑๓๔/๒ และมาตรา ๑๓๔/๓ จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของผู้นั้นไม่ได้</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 134/4 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-134-4/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง