ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 134/4: การแจ้งสิทธิก่อนสอบปากคำผู้ต้องหา
ตัวบทกฎหมาย
ในการถามคำให้การผู้ต้องหา
ให้พนักงานสอบสวนแจ้งให้ผู้ต้องหาทราบก่อนว่า
(๑) ผู้ต้องหามีสิทธิที่จะให้การหรือไม่ก็ได้
ถ้าผู้ต้องหาให้การ
ถ้อยคำที่ผู้ต้องหาให้การนั้นอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้
(๒)
ผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำตนได้เมื่อผู้ต้องหาเต็มใจให้การอย่างใดก็ให้จดคำให้การไว้
ถ้าผู้ต้องหาไม่เต็มใจให้การเลยก็ให้บันทึกไว้ถ้อยคำใด ๆ
ที่ผู้ต้องหาให้ไว้ต่อพนักงานสอบสวนก่อนมีการแจ้งสิทธิตามวรรคหนึ่ง
หรือก่อนที่จะดำเนินการตามมาตรา ๑๓๔/๑ มาตรา ๑๓๔/๒ และมาตรา ๑๓๔/๓
จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของผู้นั้นไม่ได้
คำแปลภาษาอังกฤษ
ในการถามคำให้การผู้ต้องหา ให้พนักงานสอบสวนแจ้งให้ผู้ต้องหาทราบก่อนว่า (๑) ผู้ต้องหามีสิทธิที่จะให้การหรือไม่ก็ได้ ถ้าผู้ต้องหาให้การ ถ้อยคำที่ผู้ต้องหาให้การนั้นอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้ (๒) ผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำตนได้เมื่อผู้ต้องหาเต็มใจให้การอย่างใดก็ให้จดคำให้การไว้ ถ้าผู้ต้องหาไม่เต็มใจให้การเลยก็ให้บันทึกไว้ถ้อยคำใด ๆ ที่ผู้ต้องหาให้ไว้ต่อพนักงานสอบสวนก่อนมีการแจ้งสิทธิตามวรรคหนึ่ง หรือก่อนที่จะดำเนินการตามมาตรา ๑๓๔/๑ มาตรา ๑๓๔/๒ และมาตรา ๑๓๔/๓ จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของผู้นั้นไม่ได้
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรานี้คือการแจ้งสิทธิที่จะไม่ให้การของผู้ต้องหาในหมวด 1 การสอบสวนสามัญ ก่อนสอบปากคำ พนักงานสอบสวนต้องแจ้งสิทธิที่จะให้การหรือไม่ก็ได้ (พร้อมเตือนว่าถ้อยคำที่ให้อาจใช้เป็นพยานหลักฐาน) และสิทธิให้ทนายความหรือบุคคลที่ไว้วางใจเข้าฟัง ผลบังคับอยู่ในวรรคท้าย คือถ้อยคำที่ได้มาก่อนการแจ้งสิทธิหรือก่อนดำเนินการตามมาตรา 134/1 มาตรา 134/2 และมาตรา 134/3 จะรับฟังเพื่อพิสูจน์ความผิดไม่ได้ ใช้ประกอบกับมาตรา 135 ที่ห้ามจูงใจ ขู่เข็ญ หลอกลวง ทรมาน หรือใช้กำลังบังคับ และกับมาตรา 226 และมาตรา 226/3
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
ก่อนที่ท่านจะตอบคำถามในฐานะผู้ต้องหา พนักงานสอบสวนต้องแจ้งว่าท่านมีสิทธิที่จะไม่ให้การและถ้อยคำที่ให้อาจใช้ยันท่านได้ และท่านมีสิทธิให้ทนายความหรือบุคคลที่ไว้วางใจเข้าฟัง ถ้อยคำที่ให้ไว้ก่อนการแจ้งสิทธิจะใช้พิสูจน์ความผิดไม่ได้ สิ่งที่ท่านพูดก่อนได้รับการแจ้งสิทธิจึงไม่ควรถูกนำมาเป็นพยานหลักฐานยันท่าน เนื่องจากคำรับสารภาพที่แจ้งสิทธิถูกต้องใช้ยันท่านได้ จึงควรปรึกษาทนายความก่อนให้การ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1514/2565 (2022)
ตามมาตรา 134/4 (1) ผู้ต้องหาจะให้การหรือไม่ให้การก็ได้ แต่การเพียงไม่ยอมตอบในข้อเท็จจริงสำคัญไม่ได้หักล้างพยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวกับความผิด
ในคดีขับรถขณะเมาสุรา จำเลยไม่ขอตอบว่าดื่มสุราหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าแม้มาตรา 134/4 (1) ให้สิทธิที่จะไม่ให้การ แต่ข้อเท็จจริงดังกล่าวสำคัญต่อการพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ การไม่ตอบจึงไม่หักล้างผลตรวจแอลกอฮอล์ในเลือด
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8572/2563 (2020)
คำรับสารภาพที่ได้มาโดยชอบตามมาตรา 134/4 ให้การด้วยความสมัครใจโดยไม่มีการขู่เข็ญหรือจูงใจ เป็นพยานบอกเล่าที่รับฟังได้ตามมาตรา 226/3 วรรคสอง (1) เพื่อประกอบพยานหลักฐานอื่นเมื่อสภาพและแหล่งที่มาน่าเชื่อถือ
พนักงานสอบสวนเบิกความว่าจำเลยรับสารภาพด้วยความสมัครใจโดยไม่มีการบังคับ และบันทึกแสดงว่าปฏิบัติตามมาตรา 134/4 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำรับสารภาพชั้นสอบสวนเป็นพยานบอกเล่าซึ่งตามสภาพ แหล่งที่มา และพฤติการณ์น่าเชื่อถือตามมาตรา 226/3 ศาลอุทธรณ์จึงนำมาฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นได้โดยชอบ
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8192/2561 (2018)
เมื่อผู้ต้องหาเต็มใจให้การตามความจริงและบันทึกแสดงว่าปฏิบัติตามการแจ้งสิทธิ คำให้การชั้นสอบสวนใช้พิสูจน์ความผิดได้ตามมาตรา 134/4 วรรคท้าย
ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยเต็มใจให้การตามความจริงต่อพนักงานสอบสวนโดยปราศจากมูลเหตุจูงใจ คำให้การชั้นสอบสวนจึงใช้เป็นพยานหลักฐานพิสูจน์ความผิดได้ตามมาตรา 134/4 วรรคท้าย ประกอบพยานหลักฐานอิสระอื่น เช่น ข้อมูลการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่บริเวณที่เกิดเหตุ
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 19 คดี (พ.ศ. 2550 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 9345/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7123/2557 (2014)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3939/2554 (2011)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 13535/2553 (2010)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1486/2552 (2009)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4146/2550 (2007)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8542/2554 (2011)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 57/2565 (2022)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- ป.อ. มาตรา 78 14
- ป.อ. มาตรา 83 11
- ป.อ. มาตรา 90 9
- ป.อ. มาตรา 91 9
- มาตรา 134/1 8
- ป.อ. มาตรา 33 6
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ถูกสอบปากคำมีสิทธิที่จะไม่ให้การหรือไม่
มี มาตรา 134/4 (1) กำหนดให้พนักงานสอบสวนแจ้งว่าท่านมีสิทธิที่จะให้การหรือไม่ก็ได้ และถ้อยคำที่ให้อาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดี
ถ้อยคำที่ให้ก่อนได้รับแจ้งสิทธิใช้ยันได้หรือไม่
ไม่ได้ มาตรา 134/4 กำหนดว่าถ้อยคำที่ให้ก่อนการแจ้งสิทธิ หรือก่อนดำเนินการตามมาตรา 134/1 มาตรา 134/2 และมาตรา 134/3 จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานพิสูจน์ความผิดไม่ได้
คำรับสารภาพหลังแจ้งสิทธิรับฟังได้หรือไม่
ได้ เมื่อพนักงานสอบสวนปฏิบัติตามมาตรา 134/4 และให้การด้วยความสมัครใจ ศาลถือว่าคำรับสารภาพชั้นสอบสวนรับฟังได้ แม้เป็นพยานบอกเล่าที่ต้องพิจารณาประกอบพฤติการณ์แวดล้อม
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134/4 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 134/4. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-134-4/ (accessed 12 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 134/4 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-134-4/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-134-4/"><p>ในการถามคำให้การผู้ต้องหา ให้พนักงานสอบสวนแจ้งให้ผู้ต้องหาทราบก่อนว่า (๑) ผู้ต้องหามีสิทธิที่จะให้การหรือไม่ก็ได้ ถ้าผู้ต้องหาให้การ ถ้อยคำที่ผู้ต้องหาให้การนั้นอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาคดีได้ (๒) ผู้ต้องหามีสิทธิให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำตนได้เมื่อผู้ต้องหาเต็มใจให้การอย่างใดก็ให้จดคำให้การไว้ ถ้าผู้ต้องหาไม่เต็มใจให้การเลยก็ให้บันทึกไว้ถ้อยคำใด ๆ ที่ผู้ต้องหาให้ไว้ต่อพนักงานสอบสวนก่อนมีการแจ้งสิทธิตามวรรคหนึ่ง หรือก่อนที่จะดำเนินการตามมาตรา ๑๓๔/๑ มาตรา ๑๓๔/๒ และมาตรา ๑๓๔/๓ จะรับฟังเป็นพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของผู้นั้นไม่ได้</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134/4 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-134-4/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา