ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา · ใบอนุญาตทนายความเลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) WhatsApp

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 134: การแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ต้องหา

ตัวบทกฎหมาย

เมื่อผู้ต้องหาถูกเรียก หรือส่งตัวมา
หรือเข้าหาพนักงานสอบสวนเอง
หรือปรากฏว่าผู้ใดซึ่งมาอยู่ต่อหน้าพนักงานสอบสวนเป็นผู้ต้องหา ให้ถามชื่อตัว
ชื่อรอง ชื่อสกุล สัญชาติ บิดามารดา อายุ อาชีพ ที่อยู่ ที่เกิด
และแจ้งให้ทราบถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำที่กล่าวหาว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิด
แล้วจึงแจ้งข้อหาให้ทราบการแจ้งข้อหาตามวรรคหนึ่ง
จะต้องมีหลักฐานตามสมควรว่าผู้นั้นน่าจะได้กระทำผิดตามข้อหานั้นผู้ต้องหามีสิทธิได้รับการสอบสวนด้วยความรวดเร็ว
ต่อเนื่อง และเป็นธรรมพนักงานสอบสวนต้องให้โอกาสผู้ต้องหาที่จะแก้ข้อหาและที่จะแสดงข้อเท็จจริงอันเป็นประโยชน์แก่ตนได้เมื่อได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว
ถ้าผู้ต้องหาไม่ใช่ผู้ถูกจับและยังไม่ได้มีการออกหมายจับแต่พนักงานสอบสวนเห็นว่ามีเหตุที่จะออกหมายขังผู้นั้นได้ตามมาตรา
๗๑ พนักงานสอบสวนมีอำนาจสั่งให้ผู้ต้องหาไปศาลเพื่อขอออกหมายขังโดยทันที
แต่ถ้าขณะนั้นเป็นเวลาที่ศาลปิดหรือใกล้จะปิดทำการ
ให้พนักงานสอบสวนสั่งให้ผู้ต้องหาไปศาลในโอกาสแรกที่ศาลเปิดทำการ
กรณีเช่นว่านี้ให้นำมาตรา ๘๗ มาใช้บังคับแก่การพิจารณาออกหมายขังโดยอนุโลม หากผู้ต้องหาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานสอบสวนดังกล่าว
ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจจับผู้ต้องหานั้นได้
โดยถือว่าเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่จะจับผู้ต้องหาได้โดยไม่มีหมายจับ
และมีอำนาจปล่อยชั่วคราวหรือควบคุมตัวผู้ต้องหานั้นไว้

คำแปลภาษาอังกฤษ

เมื่อผู้ต้องหาถูกเรียก หรือส่งตัวมา หรือเข้าหาพนักงานสอบสวนเอง หรือปรากฏว่าผู้ใดซึ่งมาอยู่ต่อหน้าพนักงานสอบสวนเป็นผู้ต้องหา ให้ถามชื่อตัว ชื่อรอง ชื่อสกุล สัญชาติ บิดามารดา อายุ อาชีพ ที่อยู่ ที่เกิด และแจ้งให้ทราบถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำที่กล่าวหาว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิด แล้วจึงแจ้งข้อหาให้ทราบการแจ้งข้อหาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีหลักฐานตามสมควรว่าผู้นั้นน่าจะได้กระทำผิดตามข้อหานั้นผู้ต้องหามีสิทธิได้รับการสอบสวนด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่อง และเป็นธรรมพนักงานสอบสวนต้องให้โอกาสผู้ต้องหาที่จะแก้ข้อหาและที่จะแสดงข้อเท็จจริงอันเป็นประโยชน์แก่ตนได้เมื่อได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ถ้าผู้ต้องหาไม่ใช่ผู้ถูกจับและยังไม่ได้มีการออกหมายจับแต่พนักงานสอบสวนเห็นว่ามีเหตุที่จะออกหมายขังผู้นั้นได้ตามมาตรา ๗๑ พนักงานสอบสวนมีอำนาจสั่งให้ผู้ต้องหาไปศาลเพื่อขอออกหมายขังโดยทันที แต่ถ้าขณะนั้นเป็นเวลาที่ศาลปิดหรือใกล้จะปิดทำการ ให้พนักงานสอบสวนสั่งให้ผู้ต้องหาไปศาลในโอกาสแรกที่ศาลเปิดทำการ กรณีเช่นว่านี้ให้นำมาตรา ๘๗ มาใช้บังคับแก่การพิจารณาออกหมายขังโดยอนุโลม หากผู้ต้องหาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานสอบสวนดังกล่าว ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจจับผู้ต้องหานั้นได้ โดยถือว่าเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่จะจับผู้ต้องหาได้โดยไม่มีหมายจับ และมีอำนาจปล่อยชั่วคราวหรือควบคุมตัวผู้ต้องหานั้นไว้

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรานี้เป็นแกนของขั้นตอนการแจ้งข้อหาในหมวด 1 การสอบสวนสามัญ โดยลำดับหน้าที่ของพนักงานสอบสวนคือ สอบถามประวัติตัวบุคคล แล้วแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำ แล้วจึงแจ้งข้อหา ซึ่งวรรคสองกำหนดให้ต้องมีหลักฐานตามสมควรว่าผู้นั้นน่าจะได้กระทำผิด มาตรานี้รับรองสิทธิผู้ต้องหาในการได้รับการสอบสวนที่รวดเร็ว ต่อเนื่อง และเป็นธรรม และสิทธิในการแก้ข้อหา วรรคต่อมาให้พนักงานสอบสวนสั่งให้ผู้ต้องหาไปศาลเพื่อขอออกหมายขังตามมาตรา 71 โดยนำมาตรา 87 มาใช้โดยอนุโลม และให้จับได้โดยไม่มีหมายหากผู้ต้องหาไม่ปฏิบัติตาม ใช้ประกอบกับมาตรา 134/1 เรื่องสิทธิมีทนายความ และมาตรา 134/3 และ 134/4 เรื่องการแจ้งสิทธิก่อนสอบปากคำ

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

ในฐานะผู้ต้องหา ท่านมีสิทธิได้รับแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำที่กล่าวหา มิใช่เพียงชื่อข้อหา และมีสิทธิที่จะแก้ข้อหาและแสดงข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์แก่ตน อย่างไรก็ดี ศาลฎีกาวางแนวว่าการสอบสวนไม่เสียไปโดยอัตโนมัติเพียงเพราะบันทึกการแจ้งข้อหากล่าวไว้โดยย่อ ข้อบกพร่องจึงพิจารณาตามพฤติการณ์ หากท่านถูกเรียกมาแจ้งข้อหา การรู้สิทธิของตนก่อนเป็นเรื่องสำคัญและควรเลือกทนายความแต่เนิ่น ๆ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 429/2567 (2024)

    ตามมาตรา 134 วรรคหนึ่ง พนักงานสอบสวนต้องแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำที่กล่าวหา ปัญหาคือได้แจ้งข้อเท็จจริงหรือไม่ มิใช่เพียงระบุชื่อข้อหา

    จำเลยฎีกาว่าบันทึกคำให้การระบุเพียงข้อหารับของโจร แต่ไม่ได้ระบุข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำผิดตามมาตรา 134 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาพิจารณาว่าได้แจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำที่กล่าวหาแก่จำเลยตามที่วรรคหนึ่งกำหนดหรือไม่

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 108/2566 (2023)

    มาตรา 134 วรรคหนึ่ง กำหนดลำดับการแจ้งข้อหา คือพนักงานสอบสวนสอบถามประวัติตัวผู้ต้องหาก่อน แล้วแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำที่กล่าวหา แล้วจึงแจ้งข้อหา

    ในประเด็นอำนาจฟ้อง ศาลฎีกาอธิบายหน้าที่ตามมาตรา 134 วรรคหนึ่งในชั้นแจ้งข้อหา ให้พนักงานสอบสวนสอบถามประวัติตัวผู้ต้องหาก่อน แล้วแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำ แล้วจึงแจ้งข้อหา ก่อนถามเรื่องทนายความตามมาตรา 134/1

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1172/2566 (2023)

    การแจ้งข้อหาและการสอบปากคำผู้ต้องหาตามมาตรา 134 เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน แต่กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ผู้มีหน้าที่สอบสวนทุกคนต้องอยู่ร่วมในขณะนั้น

    เมื่อพนักงานอัยการที่ได้รับมอบหมายให้ร่วมสอบสวนไม่ได้อยู่ร่วมขณะแจ้งข้อหาและสอบปากคำจำเลย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามาตรา 134 กำหนดให้การแจ้งข้อหาและการสอบปากคำเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน แต่ไม่ได้บังคับให้ผู้มีหน้าที่สอบสวนทุกคนอยู่ร่วมกัน การไม่อยู่ร่วมจึงไม่ทำให้การสอบสวนเสียไป

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 90 คดี (พ.ศ. 2490 ถึง 2567)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 429/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 93/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 659/2563 (2020)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4265/2561 (2018)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 14570/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4765/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 7123/2557 (2014)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 11959/2556 (2013)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ก่อนแจ้งข้อหา พนักงานสอบสวนต้องบอกอะไรบ้าง

ตามมาตรา 134 พนักงานสอบสวนต้องสอบถามประวัติตัวบุคคลก่อน แล้วแจ้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำที่กล่าวหา แล้วจึงแจ้งข้อหา ซึ่งต้องมีหลักฐานตามสมควร

การแจ้งข้อหาต้องมีหลักฐานหรือไม่

ต้องมี มาตรา 134 วรรคสองกำหนดให้ต้องมีหลักฐานตามสมควรว่าผู้นั้นน่าจะได้กระทำผิดตามข้อหาก่อนจึงแจ้งข้อหาได้

ผู้ต้องหามีสิทธิใดในระหว่างการสอบสวน

มาตรา 134 ให้ผู้ต้องหามีสิทธิได้รับการสอบสวนด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่อง และเป็นธรรม และมีโอกาสแก้ข้อหาและแสดงข้อเท็จจริงอันเป็นประโยชน์แก่ตน

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 134. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-134/ (accessed 12 ตุลาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 134
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-134/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-134/"><p>เมื่อผู้ต้องหาถูกเรียก หรือส่งตัวมา หรือเข้าหาพนักงานสอบสวนเอง หรือปรากฏว่าผู้ใดซึ่งมาอยู่ต่อหน้าพนักงานสอบสวนเป็นผู้ต้องหา ให้ถามชื่อตัว ชื่อรอง ชื่อสกุล สัญชาติ บิดามารดา อายุ อาชีพ ที่อยู่ ที่เกิด และแจ้งให้ทราบถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกระทำที่กล่าวหาว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิด แล้วจึงแจ้งข้อหาให้ทราบการแจ้งข้อหาตามวรรคหนึ่ง จะต้องมีหลักฐานตามสมควรว่าผู้นั้นน่าจะได้กระทำผิดตามข้อหานั้นผู้ต้องหามีสิทธิได้รับการสอบสวนด้วยความรวดเร็ว ต่อเนื่อง และเป็นธรรมพนักงานสอบสวนต้องให้โอกาสผู้ต้องหาที่จะแก้ข้อหาและที่จะแสดงข้อเท็จจริงอันเป็นประโยชน์แก่ตนได้เมื่อได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาแล้ว ถ้าผู้ต้องหาไม่ใช่ผู้ถูกจับและยังไม่ได้มีการออกหมายจับแต่พนักงานสอบสวนเห็นว่ามีเหตุที่จะออกหมายขังผู้นั้นได้ตามมาตรา ๗๑ พนักงานสอบสวนมีอำนาจสั่งให้ผู้ต้องหาไปศาลเพื่อขอออกหมายขังโดยทันที แต่ถ้าขณะนั้นเป็นเวลาที่ศาลปิดหรือใกล้จะปิดทำการ ให้พนักงานสอบสวนสั่งให้ผู้ต้องหาไปศาลในโอกาสแรกที่ศาลเปิดทำการ กรณีเช่นว่านี้ให้นำมาตรา ๘๗ มาใช้บังคับแก่การพิจารณาออกหมายขังโดยอนุโลม หากผู้ต้องหาไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานสอบสวนดังกล่าว ให้พนักงานสอบสวนมีอำนาจจับผู้ต้องหานั้นได้ โดยถือว่าเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่จะจับผู้ต้องหาได้โดยไม่มีหมายจับ และมีอำนาจปล่อยชั่วคราวหรือควบคุมตัวผู้ต้องหานั้นไว้</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 134 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-134/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง