ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา · ใบอนุญาตทนายความเลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) WhatsApp

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 14: ผู้ต้องหาหรือจำเลยวิกลจริต

ตัวบทกฎหมาย

ในระหว่างทำการสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณา ถ้ามีเหตุควรเชื่อว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นผู้วิกลจริตและไม่สามารถต่อสู้คดีได้ ให้พนักงานสอบสวนหรือศาล แล้วแต่กรณี สั่งให้พนักงานแพทย์ตรวจผู้นั้น เสร็จแล้วให้เรียกพนักงานแพทย์ผู้นั้นมาให้ถ้อยคำ หรือให้การว่าตรวจได้ผลประการใดในกรณีที่พนักงานสอบสวนหรือศาลเห็นว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นผู้วิกลจริตและไม่สามารถต่อสู้คดีได้ ให้งดการสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณาไว้จนกว่าผู้นั้นหายวิกลจริตหรือสามารถจะต่อสู้คดีได้ และให้มีอำนาจส่งตัวผู้นั้นไปยังโรงพยาบาลโรคจิตหรือมอบให้แก่ผู้อนุบาล ข้าหลวงประจำจังหวัดหรือผู้อื่นที่เต็มใจรับไปดูแลรักษาก็ได้ตามแต่จะเห็นสมควรกรณีที่ศาลงดการไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณาดังบัญญัติไว้ในวรรคก่อน ศาลจะสั่งจำหน่ายคดีเสียชั่วคราวก็ได้

คำแปลภาษาอังกฤษ

ในระหว่างทำการสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณา ถ้ามีเหตุควรเชื่อว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นผู้วิกลจริตและไม่สามารถต่อสู้คดีได้ ให้พนักงานสอบสวนหรือศาล แล้วแต่กรณี สั่งให้พนักงานแพทย์ตรวจผู้นั้น เสร็จแล้วให้เรียกพนักงานแพทย์ผู้นั้นมาให้ถ้อยคำ หรือให้การว่าตรวจได้ผลประการใดในกรณีที่พนักงานสอบสวนหรือศาลเห็นว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นผู้วิกลจริตและไม่สามารถต่อสู้คดีได้ ให้งดการสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณาไว้จนกว่าผู้นั้นหายวิกลจริตหรือสามารถจะต่อสู้คดีได้ และให้มีอำนาจส่งตัวผู้นั้นไปยังโรงพยาบาลโรคจิตหรือมอบให้แก่ผู้อนุบาล ข้าหลวงประจำจังหวัดหรือผู้อื่นที่เต็มใจรับไปดูแลรักษาก็ได้ตามแต่จะเห็นสมควรกรณีที่ศาลงดการไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณาดังบัญญัติไว้ในวรรคก่อน ศาลจะสั่งจำหน่ายคดีเสียชั่วคราวก็ได้

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 14 อยู่ในลักษณะ 1 หลักทั่วไป มุ่งคุ้มครองผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ไม่อาจเข้าใจหรือมีส่วนร่วมในการดำเนินคดีต่อตนได้ ใช้บังคับใน 3 ขั้นตอน คือ ชั้นสอบสวน ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง และชั้นพิจารณา หลักเกณฑ์คือความสามารถทางจิตในการต่อสู้คดี มิใช่ความรับผิดทางอาญาขณะกระทำผิดซึ่งเป็นคนละเรื่องตามประมวลกฎหมายอาญา การตรวจโดยแพทย์และการให้แพทย์มาให้ถ้อยคำเป็นขั้นตอนบังคับก่อนที่ศาลจะชี้ขาด หากไม่สามารถต่อสู้คดีได้ ให้งดการดำเนินคดีไว้ มิใช่ยกฟ้อง และศาลอาจสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราวซึ่งจะยกขึ้นพิจารณาใหม่เมื่อผู้นั้นหาย

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

เรื่องนี้สำคัญเพราะการข้ามขั้นตอนการตรวจโดยแพทย์ทำให้กระบวนพิจารณาทั้งหมดเสียไป คำพิพากษาลงโทษที่ได้มาโดยไม่ปฏิบัติตามมาตรา 14 อาจถูกเพิกถอนเพราะไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณา และเนื่องจากเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยจึงยกขึ้นในชั้นฎีกาได้แม้มิได้ว่ากล่าวกันมาก่อน ญาติของผู้ต้องหาที่ดูมีอาการทางจิตควรยื่นคำร้องเป็นหนังสือแต่เนิ่น ๆ เพราะศาลมีหน้าที่ให้แพทย์ตรวจและให้ถ้อยคำก่อนชี้ขาด หากญาติถูกควบคุมตัวและท่านสงสัยว่าไม่สามารถต่อสู้คดีได้ ทนายความไทยที่มีใบอนุญาตช่วยยื่นคำร้องได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 65/2542 (1999)

    การที่จะถือว่าไม่สามารถต่อสู้คดีได้ตามมาตรา 14 ผู้นั้นต้องวิกลจริตหรือมีสติวิปลาสถึงขนาดคุมสติไม่อยู่ ไม่ใช่เพียงโรคทางจิตชนิดที่ทำให้ความคิดหรือบุคลิกภาพผิดปกติเท่านั้น

    ศาลแยกระหว่างการวิกลจริตอย่างแท้จริงซึ่งมีความผิดปกติของความรู้สึกหรือพฤติกรรมอย่างแรงถึงขนาดคุมสติไม่อยู่ กับโรคทางจิตชนิดที่เบากว่า และชี้ว่าจำเลยประกอบอาชีพค้าขายเป็นข้อบ่งชี้ว่ายังสามารถต่อสู้คดีได้ตามมาตรา 14

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2594/2542 (1999)

    ก่อนพิพากษาลงโทษ ศาลต้องเรียกแพทย์ผู้ตรวจมาให้ถ้อยคำว่าจำเลยวิกลจริตถึงขนาดไม่สามารถต่อสู้คดีได้หรือไม่ การไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนมาตรา 14 ทำให้กระบวนพิจารณาไม่ชอบ และเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ยกขึ้นฎีกาได้

    ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษโดยไม่พิจารณาคำร้องของน้องจำเลยและไม่ปฏิบัติตามมาตรา 14 ศาลฎีกาเห็นว่ากระบวนพิจารณาไม่ชอบ และใช้อำนาจตามมาตรา 208(2) ประกอบมาตรา 225 สั่งให้ศาลชั้นต้นส่งจำเลยไปตรวจสภาพจิตและดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ให้ถูกต้อง

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1816/2541 (1998)

    ตามมาตรา 14 ศาลชั้นต้นมีอำนาจตามกฎหมายที่จะชี้ขาดว่ามีเหตุควรเชื่อว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยวิกลจริตและไม่สามารถต่อสู้คดีได้หรือไม่ เมื่อศาลชี้ขาดว่าจำเลยสามารถต่อสู้คดีได้และจำเลยมิได้โต้แย้ง กระบวนพิจารณาย่อมชอบ

    ศาลยืนยันว่าการชี้ขาดความสามารถต่อสู้คดีเป็นอำนาจของศาลชั้นต้น หากศาลเห็นว่าผู้นั้นวิกลจริตและไม่สามารถต่อสู้คดีได้ ก็ให้งดการไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณาไว้จนกว่าจะหาย แต่เมื่อชี้ขาดว่าจำเลยสามารถต่อสู้คดีได้และไม่มีการโต้แย้ง การพิจารณาย่อมดำเนินต่อไปได้

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 13 คดี (พ.ศ. 2498 ถึง 2548)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 809/2548 (2005)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2594/2542 (1999)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 65/2542 (1999)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1816/2541 (1998)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4032/2536 (1993)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3248/2532 (1989)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3831/2528 (1985)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1861/2527 (1984)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าจำเลยมีอาการทางจิตจนไม่สามารถต่อสู้คดีได้จะเป็นอย่างไร

ตามมาตรา 14 ศาลจะให้แพทย์ตรวจจำเลย หากพบว่าวิกลจริตและไม่สามารถต่อสู้คดีได้ ให้งดการพิจารณาไว้จนกว่าจะหาย และอาจส่งตัวไปโรงพยาบาลโรคจิตหรือมอบให้ผู้ดูแล

คำพิพากษาลงโทษใช้ได้หรือไม่ ถ้าศาลไม่ได้ให้ตรวจจำเลยตามมาตรา 14

ไม่ หากมีเหตุควรสงสัยเรื่องความสามารถต่อสู้คดี แต่ศาลข้ามการตรวจโดยแพทย์ตามมาตรา 14 กระบวนพิจารณาย่อมไม่ชอบ และคำพิพากษาอาจถูกเพิกถอนในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกาได้ แม้มิได้ยกขึ้นก่อน

มาตรา 14 หมายความว่าจำเลยไม่มีความผิดเพราะวิกลจริตหรือไม่

ไม่ มาตรา 14 เป็นเรื่องความสามารถต่อสู้คดีในทางกระบวนพิจารณาเท่านั้น ส่วนวิกลจริตจะยกเว้นความรับผิดขณะกระทำผิดหรือไม่เป็นคนละเรื่องตามประมวลกฎหมายอาญา

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 14 (ประเทศไทย)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 14. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-14/ (accessed 12 ตุลาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 14
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-14/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-14/"><p>ในระหว่างทำการสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณา ถ้ามีเหตุควรเชื่อว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นผู้วิกลจริตและไม่สามารถต่อสู้คดีได้ ให้พนักงานสอบสวนหรือศาล แล้วแต่กรณี สั่งให้พนักงานแพทย์ตรวจผู้นั้น เสร็จแล้วให้เรียกพนักงานแพทย์ผู้นั้นมาให้ถ้อยคำ หรือให้การว่าตรวจได้ผลประการใดในกรณีที่พนักงานสอบสวนหรือศาลเห็นว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นผู้วิกลจริตและไม่สามารถต่อสู้คดีได้ ให้งดการสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณาไว้จนกว่าผู้นั้นหายวิกลจริตหรือสามารถจะต่อสู้คดีได้ และให้มีอำนาจส่งตัวผู้นั้นไปยังโรงพยาบาลโรคจิตหรือมอบให้แก่ผู้อนุบาล ข้าหลวงประจำจังหวัดหรือผู้อื่นที่เต็มใจรับไปดูแลรักษาก็ได้ตามแต่จะเห็นสมควรกรณีที่ศาลงดการไต่สวนมูลฟ้องหรือพิจารณาดังบัญญัติไว้ในวรรคก่อน ศาลจะสั่งจำหน่ายคดีเสียชั่วคราวก็ได้</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 14 (ประเทศไทย): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-14/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง