กฎหมายวิธีพิจารณาอาญา

14: ผู้ต้องหาหรือจำเลยวิกลจริต

คนบทกฎหมาย

สำหรับการสอบสวนและพิจารณาระบบการพิจารณาคดีหรือการพิจารณาคดีต่างๆ ควรพิจารณาเหตุที่ผู้สอบสวนหรือจำเลยนั้นถือเป็นวิกลจริตและไม่สามารถต่อสู้คดีได้สำหรับพนักงานสอบสวนหรือศาล เป็นต้น ในกรณีที่พนักงานแพทย์ตรวจผู้มีอำนาจนั้นให้เรียกพนักงานแพทย์ผู้นั้นจะนำมาซึ่งถ้อยคำหรือให้การสอบสวนในการดำเนินการใดๆ ในพนักงานสอบสวนหรือศาลพิจารณาผู้วิจัยหรือจำเลยตรวจสอบวิกลจริตและยังคงต่อสู้คดีได้ให้ระงับการสอบสวนพิจารณาศาลพิจารณาคดีหรือการพิจารณาจนกว่าผู้นั้นจะหายวิกลจริตหรือสามารถจะต่อสู้คดีได้ และให้บ่อยครั้งส่งตัวผู้นั้นไปยังโรงพยาบาลในเวลาหรือให้การช่วยเหลือแก่ผู้อนุบาลในหลวงประจำจังหวัดหรือที่อื่นๆ ที่อยากให้รับไปติดตามก็ได้แต่เราจะส่งข่าวงดการรับประทานอาหารในศาลหรือพิจารณาดังพิจารณาพิพากษาวรรคก่อนศาลจะสั่งจำหน่ายคดีเสียชั่วคราวก็ได้

คำแปลภาษาไทย

ในระหว่างการสอบสวน การไต่สวนเบื้องต้น หรือการพิจารณาคดี หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยมีสติไม่สมบูรณ์และไม่สามารถแก้ต่างคดีได้ เจ้าหน้าที่สอบสวนหรือศาล แล้วแต่กรณี จะต้องสั่งให้แพทย์ทำการตรวจร่างกายบุคคลนั้น เมื่อการตรวจเสร็จสิ้น แพทย์ผู้นั้นจะต้องถูกเรียกตัวมาให้การหรือให้ปากคำเกี่ยวกับผลการตรวจ ในกรณีที่เจ้าหน้าที่สอบสวนหรือศาลมีความเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาหรือจำเลยมีสติไม่สมบูรณ์และไม่สามารถแก้ต่างคดีได้ การสอบสวน การไต่สวนเบื้องต้น หรือการพิจารณาคดีจะต้องถูกระงับไว้จนกว่าบุคคลนั้นจะฟื้นจากภาวะสติไม่สมบูรณ์หรือสามารถแก้ต่างคดีได้ และมีอำนาจที่จะส่งบุคคลนั้นไปโรงพยาบาลจิตเวช หรือให้บุคคลนั้นอยู่กับผู้ปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือบุคคลอื่นที่เต็มใจรับดูแลและรักษาตามที่เห็นสมควร ในกรณีที่ศาลสั่งระงับการไต่สวนเบื้องต้นหรือการพิจารณาคดีตามที่ระบุไว้ในวรรคก่อนหน้า ศาลอาจสั่งให้ยกเลิกคดีเป็นการชั่วคราวได้.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

ส่วน 14 อยู่ในลักษณะ 1 หลักทั่วไปมุ่งหมายให้ผู้สงสัยหรือจำเลยที่ไม่อาจเข้าใจหรือพิจารณาคดีต่อตนเองได้ใช้บังคับใน 3 นั่นคือสืบสวนชั้นดาดฟ้าและชั้นการพิจารณาเพียงอย่างเดียวคือคุณสมบัติในการต่อสู้คดีมิใช่ความรับผิดทางอาญาในขณะที่ก่อให้เกิดผิดคดีคนละเรื่องตามอัยการอาญา ตรวจสอบโดยแพทย์และให้แพทย์นำเสนอเป็นขั้นตอนบังคับและศาลจะชี้ขาดในกรณีนี้การต่อสู้คดีได้ให้ระงับการดำเนินคดีไว้มิใช่ยกฟ้อง และศาลอาจสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราวเพื่อยกขึ้นพิจารณาใหม่เมื่อผู้นั้นหาย

ความสำคัญต่อ

สิ่งสำคัญเพราะการข้ามขั้นตอนการดำเนินการโดยแพทย์ทำให้กระบวนการพิจารณาทั้งหมดเสียไปคำพิพากษาที่จะเกิดขึ้นโดยไม่ปฏิบัติตามมาตรา 14 ซึ่งอาจเป็นเพราะเหตุกราดยิงด้วยขั้นตอนการพิจารณาและเนื่องจากปัญหาต่างๆ อย่างรวดเร็วจึงยกขึ้นในชั้นฎีกาได้แม้กระทั่งการพูดถึงกันก่อนญาติๆ ของการพิจารณาคดีควรยื่นคำเป็นหนังสือแต่เนิ่นๆ เนื่องจากศาลร้องให้แพทย์ตรวจสอบการพิจารณาคดีก่อนชี้ขาดญาติถูกควบคุมตัวและท่านสามารถดำเนินคดีได้ทนายความไทยที่มีการยื่นคำร้องได้

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 65/2542 (1999)

    การที่จะพิจารณาว่าสามารถต่อสู้คดีได้ตามมาตรา 14 ผู้มีอำนาจนั้นต้องวิกลจริตไปที่สติวิปลาสถึงขนาดคุมสติไม่ได้เป็นเพียงแค่โรคบางชนิดที่ทำให้เกิดความคิดหรือบุคลิกภาพเท่านั้น

    ศาลแยกระหว่างการวิกลจริตหลายๆ ความเห็นของความรู้สึกหรือเป็นหลักอย่างแรงถึงขนาดคุมสติไม่อยู่กับโรคอื่นๆ ที่เบากว่า และชี้ว่าจำเลยประกอบอาชีพค้าขายเป็นข้อๆ ที่ว่าจะมีการต่อสู้กับคดีตามมาตรา 14

  2. คำพิพากษาฎีกาที่ 2594/2542 (1999)

    ก่อนที่จะพิพากษาลงโทษศาลต้องเรียกแพทย์ผู้ตรวจสอบเข้ามาในถ้อยคำว่าจำเลยวิกลจริตถึงขนาดที่สามารถต่อสู้คดีได้การไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนมาตรา 14 ในกรณีนี้พิจารณาไม่ชอบและมีปัญหาเกี่ยวกับความล่าช้าอย่างมากที่ยกขึ้นฎีกาได้

    ศาลชั้นต้นและศาลร้องขอความยุติธรรมการลงโทษโดยไม่พิจารณาคำของน้องจำเลยการปฏิบัติตามมาตรา 14 ศาลฎีกาพิจารณาขั้นตอนการพิจารณาไม่ชอบและอำนาจตามมาตรา 208(2) พื้นที่มาตรา 225 ต้องศาลชั้นส่งจำเลยไปตรวจสอบสภาพจิตและดำเนินการพิจารณาใหม่ให้ถูกต้อง

  3. คำพิพากษาฎีกาที่ 1816/2541 (1998)

    ตาม 14 ศาลชั้นต้นๆ จะไม่สามารถชี้ขาดได้ในกรณีที่ควรพิจารณาผู้วิจัยหรือจำเลยวิกลจริตและไม่สามารถต่อสู้กับคดีได้ในขณะที่ศาลชี้ขาดว่าจำเลยสามารถต่อสู้คดีได้และจำเลยที่ความขัดแย้ง ส่วนกระบวนการพิจารณามักจะชอบชอบ

    ศาลตัดสินการชี้ขาดคุณสมบัติการต่อสู้คดีเป็นอำนาจของศาลชั้นต้น หากศาลเห็นว่าผู้นั้นวิกลจริตและไม่สามารถต่อสู้คดีได้ให้งดการสอบสวนศาลศาลหรือพิจารณาไว้จนกว่าจะหายชี้ขาดว่าจำเลยสามารถต่อสู้คดีได้และการวิจารณ์ที่น่าเชื่อถือได้โดยตรงได้โดยตรง

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 13 คดี (พ.ศ. 2498 ถึง 2548)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 809/2548 (2005)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2594/2542 (1999)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 65/2542 (1999)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1816/2541 (1998)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4032/2536 (1993)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3248/2532 (1989)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3831/2528 (1985)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1861/2527 (1984)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

จำเลยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้สามารถต่อสู้กับคดีได้จะ...

ตามมาตรา 14 ศาลจะให้แพทย์ตรวจจำเลยหากพบว่าวิกลจริตและไม่สามารถต่อสู้คดีได้อาจงดไว้ที่นั่นจนกว่าจะหายป่วยเพื่อส่งตัวไปโรงพยาบาลในช่วงเวลาดังกล่าวหรือผู้ดูแล

คำตัดสินลงโทษใช้ได้ในน้ำพุศาลไม่ได้ให้ตรวจจำเลยตามมาตรา 14

เหตุผลที่ไม่ควรสงสัยเรื่องที่น่าสนใจในการต่อสู้คดีแต่ศาลฎีกาโดยแพทย์ตามมาตรา 14 ขั้นตอนการพิจารณามักจะไม่ชอบและคำตัดสินอาจจะต้องถอนในชั้นจดหมายหรือฎีกาได้และอาจเพิ่มขึ้นก่อน

ตอนที่ 14 อย่าลืมเลยไม่มีความผิดเพราะวิกลจริตหรือไม่

ไม่ใช่ส่วนที่ 14 ประเด็นสำคัญในการต่อสู้คดีที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพิจารณาเท่านั้นส่วนวิกลจริตจะยกเว้นความรับผิดในขณะที่มีการผิดหรือเป็นคนละเรื่องตามการพิจารณากฎหมายอาญา

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Criminal Procedure Code, s. 14 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 14. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-14/ (accessed 11 สิงหาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 14
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-14/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-14/"><p>สำหรับการสอบสวนและพิจารณาระบบการพิจารณาคดีหรือการพิจารณาคดีต่างๆ ควรพิจารณาเหตุที่ผู้สอบสวนหรือจำเลยนั้นถือเป็นวิกลจริตและไม่สามารถต่อสู้คดีได้สำหรับพนักงานสอบสวนหรือศาล เป็นต้น ในกรณีที่พนักงานแพทย์ตรวจผู้มีอำนาจนั้นให้เรียกพนักงานแพทย์ผู้นั้นจะนำมาซึ่งถ้อยคำหรือให้การสอบสวนในการดำเนินการใดๆ ในพนักงานสอบสวนหรือศาลพิจารณาผู้วิจัยหรือจำเลยตรวจสอบวิกลจริตและยังคงต่อสู้คดีได้ให้ระงับการสอบสวนพิจารณาศาลพิจารณาคดีหรือการพิจารณาจนกว่าผู้นั้นจะหายวิกลจริตหรือสามารถจะต่อสู้คดีได้ และให้บ่อยครั้งส่งตัวผู้นั้นไปยังโรงพยาบาลในเวลาหรือให้การช่วยเหลือแก่ผู้อนุบาลในหลวงประจำจังหวัดหรือที่อื่นๆ ที่อยากให้รับไปติดตามก็ได้แต่เราจะส่งข่าวงดการรับประทานอาหารในศาลหรือพิจารณาดังพิจารณาพิพากษาวรรคก่อนศาลจะสั่งจำหน่ายคดีเสียชั่วคราวก็ได้</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 14 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-14/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง