ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
145 — การตรวจสอบคำสั่งไม่ฟ้อง
คนบทกฎหมาย
ในกรณีที่มีคำสั่งไม่ฟ้อง และคำสั่งนั้นไม่ใช่ของอธิบดีกรมอัยการ ถ้าในนครหลวงกรุงเทพธนบุรี ให้รีบส่งสำนวนการสอบสวนพร้อมกับคำสั่งไปเสนออธิบดีกรมตำรวจ รองอธิบดีกรมตำรวจ หรือผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ ถ้าในจังหวัดอื่นให้รีบส่งสำเนาการสอบสวนพร้อมกับคำสั่งไปเสนอผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ทั้งนี้มิได้ตัดอำนาจพนักงานอัยการที่จะจัดการอย่างใดแก่ผู้ต้องหาดังบัญญัติไว้ในมาตรา ๑๔๓ในกรณีที่อธิบดีกรมตำรวจ รองอธิบดีกรมตำรวจหรือผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจในนครหลวงกรุงเทพธนบุรี หรือผู้ว่าราชการจังหวัดในจังหวัดอื่นแย้งคำสั่งของพนักงานอัยการ ให้ส่งสำนวนพร้อมกับความเห็นที่แย้งกันไปยังอธิบดีกรมอัยการเพื่อชี้ขาด แต่ถ้าคดีจะขาดอายุความหรือมีเหตุอย่างอื่นอันจำเป็นจะต้องรีบฟ้องก็ให้ฟ้องคดีนั้นตามความเห็นของอธิบดีกรมตำรวจ รองอธิบดีกรมตำรวจ ผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ หรือผู้ว่าราชการจังหวัดไปก่อนบทบัญญัติในมาตรานี้ให้นำมาบังคับในการที่พนักงานอัยการจะอุทธรณ์ฎีกา หรือถอนฟ้อง ถอนอุทธรณ์และถอนฎีกาโดยอนุโลม
คำแปลภาษาไทย
In a case where there is a non-prosecution order and that order is not that of the Director-General of the Public Prosecution Department: if in the Bangkok-Thonburi metropolis, the investigation file together with the order shall promptly be submitted to the Director-General, Deputy Director-General, or Assistant Director-General of the Police Department; if in other provinces, a copy of the investigation together with the order shall promptly be submitted to the Provincial Governor. This, however, does not preclude the power of the public prosecutor to take any action against the accused as provided in section 143.
In the case where the Director-General, Deputy Director-General, or Assistant Director-General of the Police Department in the Bangkok-Thonburi metropolis, or the Provincial Governor in other provinces, disagrees with the order of the public prosecutor, the file together with the conflicting opinions shall be sent to the Director-General of the Public Prosecution Department for a decision. But if the case would become time-barred, or there is another necessary cause requiring prompt prosecution, the case shall be prosecuted first in accordance with the opinion of the Director-General, Deputy Director-General, Assistant Director-General of the Police Department, or the Provincial Governor.
The provisions of this section shall apply mutatis mutandis where the public prosecutor is to appeal, further appeal, or withdraw a prosecution, appeal, or further appeal.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรานี้วางกลไกตรวจสอบคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการโดยให้มีการพิจารณาจากภายนอกองค์กรอัยการ เดิมโดยผู้บังคับบัญชาตำรวจระดับสูงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด หากขัดแย้งกันจริงให้อธิบดีกรมอัยการชี้ขาด โดยมีข้อยกเว้นเรื่องคดีขาดอายุความให้ฟ้องไปก่อน มาตรานี้ยังใช้ถ้อยคำตำแหน่งเดิม สำหรับการสอบสวนที่อยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจ สายการตรวจสอบได้รับการปรับปรุงโดยมาตรา 145/1 ให้ผ่านผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและอัยการสูงสุด วรรคท้ายขยายการตรวจสอบไปถึงการอุทธรณ์ ฎีกา และถอนฟ้องด้วย
ความสำคัญต่อ
สำหรับผู้เสียหาย มาตรานี้เป็นหลักประกันว่าคำสั่งไม่ฟ้องอาจถูกตรวจสอบและกลับได้ก่อนถึงที่สุด จึงมิใช่จุดจบของคดีโดยอัตโนมัติ สำหรับผู้ต้องหา หมายความว่าคำสั่งไม่ฟ้องที่เป็นคุณอาจถูกโต้แย้งภายในได้ พึงสังเกตมาตรา 145/1 ซึ่งเป็นบทปรับปรุงที่ใช้กับสายการตรวจสอบสำหรับการสอบสวนที่ตำรวจรับผิดชอบ
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5793/2554 (2011)
กรณีอัยการจะไม่อุทธรณ์คดีที่ศาลยกฟ้อง ต้องส่งสำนวนและคำสั่งตามสายการตรวจสอบมาตรา 145 อันเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร
เมื่อศาลยกฟ้อง หากอัยการจะไม่อุทธรณ์ต้องส่งสำนวนและคำสั่งไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หากเห็นแย้งก็ส่งไปยังอัยการสูงสุดตามมาตรา 145 อันเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้ระยะเวลา สอดคล้องกับเหตุผลในคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ของโจทก์
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8481/2544 (2001)
เพียงความเห็นของพนักงานสอบสวนว่าไม่ควรดำเนินคดี ยังไม่ใช่คำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องตามมาตรา 145 และ 146 จึงไม่อยู่ในบังคับของมาตรา 147
แม้พนักงานสอบสวนกองปราบปรามเคยมีความเห็นว่าไม่ควรดำเนินคดีแก่จำเลย แต่ความเห็นนั้นยังไม่มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องตามมาตรา 145 และ 146 จึงไม่อยู่ในบังคับมาตรา 147 ที่ห้ามสอบสวนเรื่องเดียวกันอีก การดำเนินคดีแก่จำเลยที่ 4 จึงชอบ
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1739/2530 (1987)
การใช้ดุลพินิจของอัยการที่จะไม่อุทธรณ์ตามอำนาจในมาตรา 145 ไม่เป็นการละเมิดต่อผู้เสียหาย
การที่อัยการไม่ใช้สิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นในคดีที่โจทก์เป็นผู้เสียหาย เป็นการใช้ดุลพินิจตามอำนาจในมาตรา 145 จึงไม่เป็นการละเมิด และไม่มีกฎหมายบังคับให้ต้องแจ้งผลคำพิพากษาหรือความเห็นที่ไม่อุทธรณ์ให้ผู้เสียหายทราบ
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการเป็นที่สุดหรือไม่
ไม่เป็นที่สุดทันที ตามมาตรา 145 คำสั่งไม่ฟ้องต้องส่งให้ผู้บังคับบัญชาตำรวจระดับสูงหรือผู้ว่าราชการจังหวัดตรวจสอบ หากเห็นแย้งกันจริงให้อธิบดีกรมอัยการชี้ขาด
การตรวจสอบนี้ใช้กับการอุทธรณ์ด้วยหรือไม่
ใช้ วรรคท้ายของมาตรา 145 ให้นำกลไกตรวจสอบเดียวกันมาใช้กับกรณีที่อัยการจะอุทธรณ์ ฎีกา หรือถอนฟ้อง ถอนอุทธรณ์ และถอนฎีกาโดยอนุโลม