ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
154 — ความเห็นเป็นหนังสือในการชันสูตรพลิกศพ
คนบทกฎหมาย
ให้ผู้ชันสูตรพลิกศพทำความเห็นเป็นหนังสือแสดงเหตุและพฤติการณ์ที่ตาย ผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เมื่อใด ถ้าตายโดยคนทำร้าย ให้กล่าวว่าใครหรือสงสัยว่าใครเป็นผู้กระทำผิดเท่าที่จะทราบได้
คำแปลภาษาไทย
The person conducting the inquest shall prepare a written opinion stating the cause and circumstances of the death, who the deceased is, where and when the death occurred, and, if the death was caused by an assailant, stating who, or who is suspected to be, the offender, as far as can be ascertained.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรานี้กำหนดเนื้อหาของรายงานชันสูตรพลิกศพที่ปิดกระบวนการตรวจศพในหมวด 2 โดยกำหนดให้ทำความเห็นเป็นหนังสือครอบคลุมเหตุและพฤติการณ์ที่ตาย ผู้ตายคือใคร ตายที่ไหนและเมื่อใด และผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้กระทำผิดในกรณีที่มีคนทำให้ตาย รายงานนี้เป็นหลักฐานบันทึกผลการชันสูตร ไม่ใช่การชี้ขาดความผิด และจะรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสำนวนการสอบสวนและการฟ้องคดีในภายหลัง โดยต่อเนื่องจากมาตรา 150 ถึง 153 ที่กำหนดตัวผู้ชันสูตรและการขุดศพที่ฝังไว้
ความสำคัญต่อ
สำหรับคู่ความ ประเด็นสำคัญคือรายงานชันสูตรพลิกศพเป็นหลักฐานแสดงข้อเท็จจริงเรื่องการตาย ไม่ใช่คำพิพากษา และความบกพร่องของรายงานไม่ได้ทำให้ฟ้องคดีไม่ได้โดยอัตโนมัติ ศาลไทยถือว่ารายงานนี้เป็นบันทึกแสดงว่าผู้ตายคือใคร ตายเมื่อใดและอย่างไร และยอมให้คดีดำเนินต่อไปได้แม้แบบพิธีจะไม่ครบถ้วน หากรายงานการตายมีผลต่อคดีของท่าน พึงทราบว่าความเห็นในรายงานสามารถโต้แย้งและพิสูจน์ด้วยพยานหลักฐานอื่นในชั้นพิจารณาได้
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 528/2508 (1965)
รายงานชันสูตรพลิกศพตามมาตรา 154 เป็นเพียงหลักฐานแสดงว่าผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน ตายเมื่อใด ใครทำให้ตาย และเหตุกับพฤติการณ์ที่ตาย เมื่อรายงานมีรายละเอียดครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนดและตรงความจริง การที่เจ้าพนักงานซึ่งมิได้ไปในที่เกิดเหตุลงชื่อในรายงานภายหลังก็ไม่ทำให้รายงานเสียไป
จำเลยที่ 1 ไปชันสูตรพลิกศพเพียงคนเดียว ส่วนจำเลยที่ 2 และอนามัยอำเภอไม่ได้ไปด้วยแต่มาลงชื่อในรายงานภายหลัง ศาลวินิจฉัยว่ารายงานเป็นเพียงหลักฐานแสดงข้อเท็จจริงเรื่องการตายตามมาตรา 154 และเมื่อรายงานแสดงรายละเอียดครบถ้วนตามกฎหมายและตรงความจริง การลงชื่อภายหลังจึงไม่ทำให้รายงานเสียไป
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 48/2491 (1948)
แม้พนักงานสอบสวนและแพทย์ได้ทำการชันสูตรพลิกศพเสร็จแล้ว แต่ขาดบันทึกความเห็นเรื่องผู้ตาย ตายที่ไหน เมื่อใด ใครหรือสงสัยใครเป็นคนร้ายตามมาตรา 154 ก็ไม่ต้องห้ามมิให้ฟ้องผู้ต้องหายังศาล
ศาลชั้นต้นเห็นว่าใบชันสูตรพลิกศพที่ไม่ได้จดว่าตายที่ไหน เมื่อใด และใครหรือสงสัยใครเป็นผู้กระทำผิด เป็นการไม่ครบถ้วนตามมาตรา 154 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าความไม่ครบถ้วนดังกล่าวไม่เป็นเหตุห้ามฟ้องผู้ต้องหาต่อศาล
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
รายงานชันสูตรพลิกศพต้องมีข้อความอะไรบ้าง
ตามมาตรา 154 ต้องระบุเหตุและพฤติการณ์ที่ตาย ผู้ตายคือใคร ตายที่ไหนและเมื่อใด และหากมีคนทำให้ตายก็ต้องระบุว่าใครหรือสงสัยว่าใครเป็นผู้กระทำผิดเท่าที่ทราบได้
รายงานชันสูตรพลิกศพที่ไม่ครบถ้วนทำให้ฟ้องคดีไม่ได้หรือไม่
ไม่ แนวคำพิพากษาฎีกาถือว่ารายงานเป็นหลักฐานแสดงข้อเท็จจริงเรื่องการตาย และรายงานที่ไม่ครบถ้วนไม่ได้ห้ามการฟ้องคดีในตัวเอง