ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

176 — การรับสารภาพและการพิพากษาโดยไม่สืบพยาน

คนบทกฎหมาย

ในชั้นพิจารณา ถ้าจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องศาลจะพิพากษาโดยไม่สืบพยานหลักฐานต่อไปก็ได้ เว้นแต่คดีที่มีข้อหาในความผิดซึ่งจำเลยรับสารภาพนั้นกฎหมายกำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้ให้จำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไปหรือโทษสถานที่หนักกว่านั้น ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงในคดีที่มีจำเลยหลายคน และจำเลยบางคนรับสารภาพ เมื่อศาลเห็นสมควรจะสั่งจำหน่ายคดี สำหรับจำเลยที่ปฏิเสธเพื่อให้โจทก์ฟ้องจำเลยที่ปฏิเสธนั้น เป็นคดีใหม่ภายในเวลาที่ศาลกำหนดก็ได้

คำแปลภาษาไทย

At the trial, if the defendant pleads guilty as charged, the court may render judgment without further taking of evidence, except in a case where the offence to which the defendant pleads guilty is one for which the law prescribes a minimum penalty of imprisonment of five years or more, or a heavier penalty, in which case the court must hear the prosecution's witnesses until it is satisfied that the defendant has actually committed the offence. In a case with several defendants where some of them plead guilty, the court may, when it thinks fit, order the case severed for the defendants who deny the charge, so that the prosecutor may prosecute the defendants who deny the charge as a new case within the time fixed by the court.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 176 ว่าด้วยการรับสารภาพในลักษณะ 2 การพิจารณา การรับสารภาพโดยทั่วไปทำให้ศาลพิพากษาได้โดยไม่สืบพยาน แต่ข้อยกเว้นสำคัญคือ ความผิดร้ายแรงที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างต่ำตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป ลำพังคำรับสารภาพไม่พอ โจทก์ต้องนำสืบพยานให้ศาลพอใจว่าจำเลยกระทำผิดจริง ซึ่งเชื่อมโยงกับการกำหนดโทษและมาตรา 192 เรื่องพิพากษาตามฟ้อง เป็นการป้องกันการลงโทษผิดตัวในคดีร้ายแรง วรรคสองให้จำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ปฏิเสธเพื่อฟ้องแยกเป็นคดีใหม่

ความสำคัญต่อ

นี่คือหลักประกันสำคัญที่สุดข้อหนึ่งของจำเลยในคดีร้ายแรง แม้จำเลยรับสารภาพ ก็ยังลงโทษไม่ได้หากความผิดมีอัตราโทษอย่างต่ำตั้งแต่ห้าปี โจทก์ยังต้องนำสืบพยานที่น่าเชื่อถือ และหากโจทก์ไม่ติดใจสืบพยาน คดีอาจต้องยกฟ้อง ก่อนให้การควรทราบอัตราโทษอย่างต่ำของฐานความผิดที่ถูกฟ้องให้แน่ชัด เพราะเปลี่ยนทิศทางคดีทั้งหมด การตัดสินใจว่าจะรับสารภาพหรือไม่ควรปรึกษาทนายก่อน

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5681/2568 (2025)

    ความผิดที่มีโทษจำคุกตลอดชีวิต ลำพังคำรับสารภาพไม่พอลงโทษ โจทก์ต้องนำสืบพยานประกอบคำรับสารภาพตามมาตรา 176

    จำเลยถูกฟ้องในความผิดที่มีโทษจำคุกตลอดชีวิต เมื่อลำพังคำรับสารภาพไม่พอ โจทก์จึงนำสืบพยานประกอบคำรับสารภาพตามมาตรา 176 ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษตามนั้นแล้วลดโทษให้เพราะรับสารภาพ

  2. คำพิพากษาฎีกาที่ 1546/2568 (2025)

    ความผิดฐานชิงทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 มีอัตราโทษอย่างต่ำตั้งแต่ห้าปี แม้จำเลยรับสารภาพและไม่สืบพยาน ก็ลงโทษไม่ได้ เว้นแต่พยานโจทก์ทำให้ศาลพอใจว่าจำเลยกระทำผิดจริงตามมาตรา 176

    ความผิดมีอัตราโทษอย่างต่ำตั้งแต่ห้าปี แม้จำเลยรับสารภาพ ศาลต้องมีพยานโจทก์ประกอบ เมื่อรายงานกระบวนพิจารณาปรากฏว่าโจทก์แถลงไม่ติดใจสืบพยาน จึงไม่มีพยานหลักฐานลงโทษฐานชิงทรัพย์โดยมีอาวุธได้ และเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5492/2567 (2024)

    เมื่อจำเลยรับสารภาพและโจทก์นำสืบพยานประกอบตามมาตรา 176 วรรคหนึ่ง ศาลรับฟังข้อเท็จจริงจากพยานนั้น จำเลยที่โต้แย้งข้อเท็จจริงต้องใช้สิทธิอุทธรณ์ มิใช่ยกโต้แย้งภายหลัง

    จำเลยรับสารภาพและโจทก์สืบพยานประกอบตามมาตรา 176 วรรคหนึ่ง ศาลชั้นต้นฟังว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าและพิพากษาว่าผิดฐานพยายามฆ่า ศาลฎีกาชี้ว่าหากจำเลยเห็นว่าไม่มีเจตนาฆ่า ก็ชอบที่จะใช้สิทธิอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้น

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

รับสารภาพแล้วศาลลงโทษเสมอไปหรือไม่

ไม่เสมอไป ตามมาตรา 176 คำรับสารภาพให้ศาลพิพากษาโดยไม่สืบพยานได้ แต่ความผิดที่มีโทษจำคุกอย่างต่ำตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป โจทก์ยังต้องนำสืบพยานพิสูจน์ความผิดจริง

คดีร้ายแรงถ้าโจทก์ไม่สืบพยานแม้จำเลยรับสารภาพจะเป็นอย่างไร

คดีอาจต้องยกฟ้อง หากความผิดมีโทษอย่างต่ำตั้งแต่ห้าปีและโจทก์ไม่นำสืบพยานประกอบ ศาลย่อมไม่มีหลักฐานลงโทษตามมาตรา 176 แม้จำเลยรับสารภาพ

จำเลยบางคนรับสารภาพ ศาลแยกคดีได้หรือไม่

ได้ มาตรา 176 ให้ศาลสั่งจำหน่ายคดีสำหรับจำเลยที่ปฏิเสธ เพื่อให้โจทก์ฟ้องแยกเป็นคดีใหม่ภายในเวลาที่ศาลกำหนด

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น