ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 226/5 — การรับฟังบันทึกคำเบิกความในคดีอื่น
คนบทกฎหมาย
ในชั้นพิจารณาหากมีเหตุจำเป็นหรือเหตุอันสมควร
ศาลอาจรับฟังบันทึกคำเบิกความในชั้นไต่สวนมูลฟ้องหรือบันทึกคำเบิกความของพยานที่เบิกความไว้ในคดีอื่นประกอบพยานหลักฐานอื่นในคดีได้
คำแปลภาษาไทย
At the trial stage, where there is necessity or reasonable cause, the court may admit the record of testimony given at the preliminary hearing, or the record of testimony of a witness given in another case, together with other evidence in the case.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 226/5 อนุญาตให้นำบันทึกคำเบิกความเดิมมาใช้ในคดีปัจจุบันเมื่อมีเหตุจำเป็นหรือเหตุอันสมควร เช่น พยานถึงแก่ความตาย เจ็บป่วยหนัก หรือติดตามตัวไม่ได้ อยู่ในภาค 5 หมวดหลักทั่วไป เป็นข้อยกเว้นของหลักที่พยานควรเบิกความสดต่อหน้าศาลที่พิจารณา เนื่องจากจำเลยในคดีนี้ไม่มีโอกาสถามค้านในคราวก่อน จึงรับฟังได้เพียงเพื่อประกอบพยานหลักฐานอื่น และต้องชั่งน้ำหนักตามมาตรา 227/1 มักปรากฏควบคู่กับข้อยกเว้นพยานบอกเล่าตามมาตรา 226/3
ความสำคัญต่อ
มาตรานี้สำคัญเมื่อพยานสำคัญไม่อาจมาเบิกความในคดีของท่าน โจทก์หรือจำเลยอาจขอให้นำคำเบิกความเดิมของบุคคลนั้นมาอ่าน แต่ถือเป็นเพียงพยานประกอบและใช้ลงโทษโดยลำพังไม่ได้ เมื่อท่านเสียโอกาสถามค้าน ศาลต้องชั่งน้ำหนักด้วยความระมัดระวังตามมาตรา 227/1 หากพยานในคดีอยู่ต่างประเทศ เจ็บป่วย หรือไม่อาจมาได้ ควรหารือทนายแต่เนิ่น ๆ ว่าจะนำคำเบิกความเดิมมาใช้ได้หรือไม่และจะโต้แย้งน้ำหนักอย่างไร
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 765/2567 (2024)
ตามมาตรา 226/5 ศาลอาจรับฟังคำเบิกความของพยานที่เบิกความไว้ในคดีอื่นเมื่อมีเหตุจำเป็น เช่น เจ็บป่วยหนัก แต่ต้องชั่งน้ำหนักคำเบิกความที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ
คำเบิกความของโจทก์เป็นคำเบิกความในคดีอื่นและมิได้เบิกความต่อหน้าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ศาลวินิจฉัยว่าแม้มาตรา 226/5 ให้รับฟังได้เพราะโจทก์เจ็บป่วยหนักมาศาลไม่ได้ แต่การชั่งน้ำหนักพยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้านต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3069/2565 (2022)
บันทึกคำเบิกความของผู้เสียหายที่เบิกความไว้ในคดีอาญาอื่นรับฟังประกอบพยานหลักฐานอื่นได้ตามมาตรา 226/5 เมื่อมีเหตุอันสมควรเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม
ศาลรับฟังบันทึกคำเบิกความของผู้เสียหายที่ 1 ที่เบิกความไว้ในคดีอาญาก่อน ประกอบข้อยกเว้นพยานบอกเล่าตามมาตรา 226/3 วรรคสอง (2) โดยเห็นว่ามีเหตุอันสมควรรับฟังเป็นพยานประกอบตามมาตรา 226/5
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1518/2565 (2022)
คำเบิกความที่พยานเคยเบิกความไว้ในคดีอื่นรับฟังได้ตามมาตรา 226/5 เมื่อมีเหตุอันสมควร และความสอดคล้องกับคำเบิกความเดิมมีผลต่อความน่าเชื่อถือของพยาน
คำเบิกความของพยานสอดคล้องกับคำให้การชั้นสอบสวนและคำเบิกความในคดีอื่นก่อนหน้านี้ ซึ่งศาลเห็นว่ารับฟังได้ตามมาตรา 226/5 ส่วนข้อขัดแย้งที่ยกในการถามค้านไม่อาจหักล้างบันทึกที่สอดคล้องกันได้
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
คำเบิกความในคดีอื่นนำมาใช้ยันจำเลยได้หรือไม่
ได้ ตามมาตรา 226/5 ศาลอาจรับฟังคำเบิกความที่บันทึกไว้ในคดีอื่นหรือชั้นไต่สวนมูลฟ้องเมื่อมีเหตุจำเป็นหรือเหตุอันสมควร แต่ใช้เป็นเพียงพยานประกอบ มิใช่พยานหลักฐานเดียวในการลงโทษ
หากจำเลยไม่มีโอกาสถามค้านพยานนั้นจะเป็นอย่างไร
เมื่อจำเลยไม่มีโอกาสถามค้าน ศาลต้องชั่งน้ำหนักคำเบิกความเดิมด้วยความระมัดระวังตามมาตรา 227/1 และไม่ควรลงโทษโดยลำพังหากไม่มีเหตุผลหนักแน่นหรือพยานประกอบ