ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 227/1: การชั่งน้ำหนักพยานที่มีข้อบกพร่องด้วยความระมัดระวัง
ตัวบทกฎหมาย
ในการวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด
พยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้าน
หรือพยานหลักฐานที่มีข้อบกพร่องประการอื่นอันอาจกระทบถึงความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานนั้น
ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง
และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย
เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มีพฤติการณ์พิเศษแห่งคดี
หรือมีพยานหลักฐานประกอบอื่นมาสนับสนุนพยานหลักฐานประกอบตามวรรคหนึ่ง
หมายถึง พยานหลักฐานอื่นที่รับฟังได้ และมีแหล่งที่มาเป็นอิสระต่างหากจากพยานหลักฐานที่ต้องการพยานหลักฐานประกอบนั้น
ทั้งจะต้องมีคุณค่าเชิงพิสูจน์ที่สามารถสนับสนุนให้พยานหลักฐานอื่นที่ไปประกอบมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นด้วย
คำแปลภาษาอังกฤษ
ในการวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด พยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้าน หรือพยานหลักฐานที่มีข้อบกพร่องประการอื่นอันอาจกระทบถึงความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มีพฤติการณ์พิเศษแห่งคดี หรือมีพยานหลักฐานประกอบอื่นมาสนับสนุนพยานหลักฐานประกอบตามวรรคหนึ่ง หมายถึง พยานหลักฐานอื่นที่รับฟังได้ และมีแหล่งที่มาเป็นอิสระต่างหากจากพยานหลักฐานที่ต้องการพยานหลักฐานประกอบนั้น ทั้งจะต้องมีคุณค่าเชิงพิสูจน์ที่สามารถสนับสนุนให้พยานหลักฐานอื่นที่ไปประกอบมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นด้วย
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 227/1 ขยายความหลักการชั่งน้ำหนักตามมาตรา 227 โดยแยกพยานประเภทที่อ่อนโดยสภาพและกำหนดให้ศาลต้องระมัดระวัง ได้แก่ พยานบอกเล่า คำซัดทอด พยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้าน และพยานที่มีข้อบกพร่องอื่นอันกระทบความน่าเชื่อถือ ศาลจะลงโทษโดยลำพังไม่ได้เว้นแต่มีเหตุผลหนักแน่น พฤติการณ์พิเศษ หรือพยานประกอบ วรรคสองนิยามพยานประกอบอย่างเคร่งครัดว่าต้องรับฟังได้ มีแหล่งที่มาอิสระ และมีคุณค่าเชิงพิสูจน์ มักอ้างควบคู่กับมาตรา 226/3 226/5 และ 233
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
มาตรานี้เป็นเครื่องมือต่อสู้ที่ทรงพลังเมื่อคดีอาศัยคำซัดทอดของผู้ร่วมกระทำผิด พยานที่ไม่ได้ถามค้าน หรือคำบอกเล่า ควรให้ศาลระบุพยานประกอบที่มีแหล่งที่มาอิสระอย่างแท้จริง เพราะวรรคสองห้ามนำพยานจากแหล่งที่บกพร่องเดียวกันมาค้ำจุนพยานที่อ่อน ในทางกลับกันโจทก์ทราบดีว่าคำซัดทอดลำพังมักไม่พอ หากคดีของท่านขึ้นอยู่กับคำของผู้ร่วมกระทำผิดหรือพยานที่ไม่มาศาล ควรวางแนวกับทนายว่าจะโต้แย้งหลักความระมัดระวังและตรวจสอบพยานประกอบอย่างไร
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 765/2567 (2024)
คำเบิกความที่มีลักษณะเป็นคำซัดทอดของผู้ร่วมกระทำผิดต้องชั่งน้ำหนักด้วยความระมัดระวังตามมาตรา 227/1 และใช้ลงโทษไม่ได้หากไม่มีพยานประกอบอื่น
คำเบิกความของจำเลยที่ 1 มีลักษณะเป็นคำซัดทอดของผู้ร่วมกระทำผิดและมีข้อพิรุธขัดแย้งกัน จึงมีน้ำหนักน้อย ศาลวินิจฉัยตามมาตรา 227/1 ว่าโจทก์ต้องมีพยานอื่นประกอบจึงจะลงโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 642/2567 (2024)
คำรับสารภาพชั้นจับกุมของบุคคลอื่นเป็นทั้งพยานบอกเล่าและคำซัดทอด ซึ่งมีเงื่อนไขให้รับฟังและมีน้ำหนักน้อยตามมาตรา 226/3 และ 227/1
ศาลวินิจฉัยว่าคำรับสารภาพชั้นจับกุมของผู้ถูกจับร่วมแม้ไม่ห้ามรับฟัง ก็เป็นพยานบอกเล่าและคำซัดทอดที่มีน้ำหนักน้อยตามมาตรา 226/3 และ 227/1 และภาพถ่ายประกอบก็ไม่ยืนยันว่าของกลางเป็นของจำเลย
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4136/2567 (2024)
เมื่อพยานกลับคำในชั้นพิจารณาเพื่อช่วยจำเลย อาจถือเป็นเหตุผลอันหนักแน่นตามมาตรา 227/1 ที่ศาลจะเชื่อคำให้การชั้นสอบสวนเดิมยิ่งกว่าคำเบิกความในชั้นพิจารณา
พฤติการณ์บ่งชี้ว่าพยานกลับคำในชั้นพิจารณาเพื่อช่วยจำเลยมิให้ต้องรับโทษ ศาลเห็นว่าเป็นเหตุผลอันหนักแน่นตามมาตรา 227/1 วรรคหนึ่ง ที่จะรับฟังคำให้การชั้นสอบสวนเดิมว่าเป็นความจริงและลงโทษได้
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 54 คดี (พ.ศ. 2553 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3069/2565 (2022)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3884/2564 (2021)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3800/2564 (2021)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 80/2561 (2018)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1675/2560 (2017)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2843/2559 (2016)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2789/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 893/2558 (2015)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- ป.อ. มาตรา 83 40
- ป.อ. มาตรา 78 32
- ป.อ. มาตรา 91 31
- มาตรา 226/3 20
- ป.อ. มาตรา 90 18
- ป.อ. มาตรา 33 18
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ศาลลงโทษด้วยคำซัดทอดของผู้ร่วมกระทำผิดเพียงลำพังได้หรือไม่
ไม่ควร ตามมาตรา 227/1 คำซัดทอดต้องชั่งน้ำหนักด้วยความระมัดระวัง การลงโทษต้องมีเหตุผลหนักแน่น พฤติการณ์พิเศษ หรือพยานประกอบที่มีแหล่งที่มาอิสระเพิ่มเติม
พยานประกอบตามมาตรานี้คืออะไร
ตามวรรคสอง พยานประกอบต้องเป็นพยานที่รับฟังได้ มีแหล่งที่มาอิสระต่างหากจากพยานที่อ่อน และมีคุณค่าเชิงพิสูจน์ที่ทำให้พยานที่ไปประกอบน่าเชื่อถือมากขึ้น
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227/1 (ไทย) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 227/1. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-227-1/ (accessed 12 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 227/1 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-227-1/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-227-1/"><p>ในการวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานบอกเล่า พยานซัดทอด พยานที่จำเลยไม่มีโอกาสถามค้าน หรือพยานหลักฐานที่มีข้อบกพร่องประการอื่นอันอาจกระทบถึงความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานนั้น ศาลจะต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และไม่ควรเชื่อพยานหลักฐานนั้นโดยลำพังเพื่อลงโทษจำเลย เว้นแต่จะมีเหตุผลอันหนักแน่น มีพฤติการณ์พิเศษแห่งคดี หรือมีพยานหลักฐานประกอบอื่นมาสนับสนุนพยานหลักฐานประกอบตามวรรคหนึ่ง หมายถึง พยานหลักฐานอื่นที่รับฟังได้ และมีแหล่งที่มาเป็นอิสระต่างหากจากพยานหลักฐานที่ต้องการพยานหลักฐานประกอบนั้น ทั้งจะต้องมีคุณค่าเชิงพิสูจน์ที่สามารถสนับสนุนให้พยานหลักฐานอื่นที่ไปประกอบมีความน่าเชื่อถือมากขึ้นด้วย</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227/1 (ไทย): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-227-1/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา