ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 23: การโอนคดีระหว่างศาลที่มีอำนาจ
ตัวบทกฎหมาย
เมื่อศาลแต่สองศาลขึ้นไปต่างมีอำนาจชำระคดี ถ้าได้ยื่นฟ้องคดีนั้นต่อศาลหนึ่งซึ่งตามฟ้องความผิดมิได้เกิดในเขต โจทก์หรือจำเลยจะร้องขอให้โอนคดีไปชำระที่ศาลอื่นซึ่งความผิดได้เกิดในเขตก็ได้ถ้าโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลซึ่งความผิดเกิดในเขต แต่ต่อมาความปรากฏแก่โจทก์ว่าการพิจารณาคดีจะสะดวกยิ่งขึ้นถ้าให้อีกศาลหนึ่งซึ่งมีอำนาจชำระคดีได้พิจารณาคดีนั้น โจทก์จะยื่นคำร้องต่อศาลซึ่งคดีนั้นอยู่ในระหว่างพิจารณาขอโอนคดีไปยังอีกศาลหนึ่งก็ได้ แม้ว่าจำเลยจะคัดค้านก็ตาม เมื่อศาลเห็นสมควรจะโอนคดีไปหรือยกคำร้องเสียก็ได้
คำแปลภาษาอังกฤษ
เมื่อศาลแต่สองศาลขึ้นไปต่างมีอำนาจชำระคดี ถ้าได้ยื่นฟ้องคดีนั้นต่อศาลหนึ่งซึ่งตามฟ้องความผิดมิได้เกิดในเขต โจทก์หรือจำเลยจะร้องขอให้โอนคดีไปชำระที่ศาลอื่นซึ่งความผิดได้เกิดในเขตก็ได้ถ้าโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลซึ่งความผิดเกิดในเขต แต่ต่อมาความปรากฏแก่โจทก์ว่าการพิจารณาคดีจะสะดวกยิ่งขึ้นถ้าให้อีกศาลหนึ่งซึ่งมีอำนาจชำระคดีได้พิจารณาคดีนั้น โจทก์จะยื่นคำร้องต่อศาลซึ่งคดีนั้นอยู่ในระหว่างพิจารณาขอโอนคดีไปยังอีกศาลหนึ่งก็ได้ แม้ว่าจำเลยจะคัดค้านก็ตาม เมื่อศาลเห็นสมควรจะโอนคดีไปหรือยกคำร้องเสียก็ได้
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 23 ว่าด้วยการโอนคดีอาญาระหว่างศาลที่ต่างมีอำนาจ โดยให้ทางเลือกสองประการ ประการแรก เมื่อฟ้องต่อศาลซึ่งความผิดมิได้เกิดในเขต โจทก์หรือจำเลยขอโอนไปยังศาลของท้องที่ที่ความผิดเกิดได้ ประการที่สอง เมื่อโจทก์ฟ้องถูกต้องต่อศาลที่ความผิดเกิดแต่ภายหลังเห็นว่าอีกศาลที่มีอำนาจสะดวกกว่า โจทก์ขอโอนไปได้ และศาลอาจอนุญาตแม้จำเลยคัดค้าน หรือยกคำร้องตามดุลพินิจ มาตรานี้ร่วมกับมาตรา 26 เป็นระบบการโอนคดีเฉพาะของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จึงนำหลักการโอนคดีทางแพ่งมาใช้ผ่านมาตรา 15 แทนไม่ได้
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
การโอนคดีเป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่ใช้ได้จริง การย้ายคดีไปยังศาลของท้องที่ที่เกิดเหตุ หรือไปยังศาลที่มีอำนาจซึ่งสะดวกกว่า ช่วยลดการเดินทาง อำนวยความสะดวกแก่พยาน และลดค่าใช้จ่าย การสั่งโอนเป็นดุลพินิจและอาจอนุญาตแม้จำเลยคัดค้าน คำร้องที่แสดงเหตุผลเรื่องความสะดวกได้ดีจึงสำคัญ เนื่องจากการโอนคดีอาญาทำได้เฉพาะตามมาตรา 23 และ 26 มิใช่ตามหลักทางแพ่ง การเรียบเรียงคำร้องให้ถูกต้องจึงสำคัญ ทนายความไทยที่มีใบอนุญาตช่วยจัดทำคำร้องและชี้แจงต่อดุลพินิจของศาลได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1330/2532 (1989)
เนื่องจากประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามีบทบัญญัติเรื่องการโอนคดีไว้โดยเฉพาะในมาตรา 23 และ 26 จึงนำหลักการโอนคดีทางแพ่งตาม ป.วิ.แพ่ง มาตรา 6 และ 8 มาใช้กับคดีอาญาผ่านมาตรา 15 ไม่ได้
จำเลยขอให้อธิบดีผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ชี้ขาดการโอนคดีโดยอาศัย ป.วิ.แพ่ง มาตรา 6 และ 8 ประกอบมาตรา 15 ศาลไม่อนุญาต โดยเห็นว่าคดีอาญามีระบบการโอนคดีของตนเองตามมาตรา 23 และ 26 จึงนำบทบัญญัติทางแพ่งมาปรับแก่กรณีของจำเลยไม่ได้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 109/2508 (1965)
การโอนคดีไปชำระยังศาลอื่นตามมาตรา 23 วรรคสอง เป็นดุลพินิจของศาลที่จะสั่งตามสมควรแก่พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่อง ๆ ไป
ศาลวินิจฉัยว่าการโอนคดีไปชำระยังศาลอื่นตามมาตรา 23 วรรคสอง เป็นเรื่องที่กฎหมายให้ศาลใช้ดุลพินิจสั่งตามสมควรแก่พฤติการณ์และเหตุผลแห่งคดีเป็นเรื่อง ๆ ไป
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 11 คดี (พ.ศ. 2508 ถึง 2560)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4649/2548 (2005)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2578/2544 (2001)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7469/2543 (2000)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1330/2532 (1989)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 109/2508 (1965)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3082/2537 (1994)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1754/2523 (1980)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 491/2515 (1972)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
คดีอาญาโอนไปยังศาลอื่นได้หรือไม่
ได้ ตามมาตรา 23 เมื่อมีหลายศาลมีอำนาจ อาจโอนคดีไปยังศาลที่ความผิดเกิด หรือหากโจทก์แสดงว่าอีกศาลที่มีอำนาจสะดวกกว่า ก็โอนไปยังศาลนั้นได้
ศาลโอนคดีได้หรือไม่ ถ้าจำเลยคัดค้าน
ได้ เมื่อโจทก์ขอโอนเพื่อความสะดวก มาตรา 23 ให้ศาลโอนคดีได้แม้จำเลยคัดค้าน หรือจะยกคำร้องก็ได้ตามดุลพินิจ
จะนำหลัก ป.วิ.แพ่ง มาโอนคดีอาญาได้หรือไม่
ไม่ได้ การโอนคดีอาญามีมาตรา 23 และ 26 บัญญัติไว้โดยเฉพาะ จึงนำหลักการโอนคดีทางแพ่งมาใช้ผ่านมาตรา 15 เพื่อการนี้ไม่ได้
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 23 (ประเทศไทย) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 23. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-23/ (accessed 12 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 23 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-23/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-23/"><p>เมื่อศาลแต่สองศาลขึ้นไปต่างมีอำนาจชำระคดี ถ้าได้ยื่นฟ้องคดีนั้นต่อศาลหนึ่งซึ่งตามฟ้องความผิดมิได้เกิดในเขต โจทก์หรือจำเลยจะร้องขอให้โอนคดีไปชำระที่ศาลอื่นซึ่งความผิดได้เกิดในเขตก็ได้ถ้าโจทก์ยื่นฟ้องต่อศาลซึ่งความผิดเกิดในเขต แต่ต่อมาความปรากฏแก่โจทก์ว่าการพิจารณาคดีจะสะดวกยิ่งขึ้นถ้าให้อีกศาลหนึ่งซึ่งมีอำนาจชำระคดีได้พิจารณาคดีนั้น โจทก์จะยื่นคำร้องต่อศาลซึ่งคดีนั้นอยู่ในระหว่างพิจารณาขอโอนคดีไปยังอีกศาลหนึ่งก็ได้ แม้ว่าจำเลยจะคัดค้านก็ตาม เมื่อศาลเห็นสมควรจะโอนคดีไปหรือยกคำร้องเสียก็ได้</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 23 (ประเทศไทย): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-23/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา