กฎหมายวิธีพิจารณาอาญา

237 ทวิ: การสืบพยานไว้ก่อนฟ้องคดี

คนบทกฎหมาย

เพื่อการพิพากษาคดีต่อศาล
การค้นพบสาเหตุและควรเชื่อในบทความนี้จะเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร
ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลัก
หรือเป็นบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากกระจกที่พิจารณาคดีบางครั้งเหตุและควรคำนึงถึงการสอบสวนกับกรณีดังกล่าวไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
เหตุที่ต้องอาศัยสิ่งอื่นใดที่อาจเป็นอันตรายได้นั้นมาสืบในภายหน้า
พนักงานอัยการโดยเจ้าหน้าที่หรือได้รับการร้องขอจากผู้ตัดสินหรือจากพนักงานสอบสวน
จะยื่นคำร้องโดยระบุว่าเป็นที่กล่าวหาที่ผู้ต้องสงสัยได้ผิดต่อศาลเพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้สืบค้นนั้นไว้ทันทีก็ได้
การพิจารณาว่าผู้กระทำผิดนั้นถูกควบคุมอยู่ในอำนาจของพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการ
ให้พนักงานอัยการนำตัวผู้นั้นมาศาลหากถูกควบคุมอยู่ในอำนาจของศาล
ให้ค้นหาช่องตัวผู้นั้นมาพิจารณาต่อไป
เมื่อศาลได้รับคำร้องเช่นว่านั้น
ให้สืบพยานพิสูจน์ได้ทันทีนั้นทันทีที่ผู้วิจัยจะซักนหรือตั้งทนายความซักค้านอ้างว่าด้วยก็ได้
กรณีตามวรรคสอง
คุณอาจเป็นผู้ที่สงสัยว่าถูกสงสัยว่าเป็นสาเหตุของความผิดอาญา
ในกรณีที่การพิจารณาคดีจะเป็นคดีซึ่งศาลจะต้องตั้งทนายความให้
หรือจำเลยมีสิทธิขอให้ศาลตั้งทนายความให้ตามมาตรา ๑๗๓ ก่อนเริ่มสืบค้นในลักษณะดังกล่าว
ให้ศาลถามผู้ต้องหาเพื่อเพิ่มทนายความหรือในกรณีศาลต้องตั้งทนายความให้
ศาลเห็นว่าตั้งทนายความให้ทันก็ให้ตั้งทนายความให้และดำเนินการดำเนินการนั้นทันที
หากศาลเห็นว่าสามารถตั้งทนายความได้ทันหรือผู้ที่สามารถตั้งทนายความได้ทัน
ไม่ให้ศาลซักถามอย่างนั้นให้แทน
คำเบิกความของความเป็นจริงเช่นนี้ให้ศาลอ่านให้ฟัง
ทำให้ตัวผู้ต้องหาอยู่ในบริเวณนั้นด้วยแล้ว
เราให้เอกสารอ่านคำในลักษณะเดียวกับที่ผู้ค้นหา
อีกครั้งที่ผู้ค้นพบนั้นถูกจดจำเลยในเรื่องนี้ผิดอาญานั้น
ที่ให้รับฟังคำในเรื่องเดียวกันในคดีนั้นได้
ในกรณีที่ผู้ใดก็ตามเห็นว่า
หากเทนถูกเสิร์ฟเป็นจำเลยแล้ว
บุคคลซึ่งจำเป็นต้องนำมาสืบเนื่องเป็นการเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร
ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักหรือเป็นบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากศาลที่พิจารณาคดี
เหตุใดและควรใช้เวลานานในการค้นคว้าวิจัยไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
เหตุที่ต้องอาศัยสิ่งอื่นใดที่อาจเป็นอันตรายได้นั้นมาสืบในภายหน้า
ผู้สังเกตการณ์ยื่นคำร้องต่อศาลโดยแสดงเหตุผลดังกล่าว
เพื่อให้ศาลมีคำสั่งดำเนินการสืบค้นบุคคลนั้นไว้ทันทีก็ได้
ในกรณีที่เห็นสมควรเพื่อให้ศาลมีคำสั่งสืบค้นนั้นและแจ้งให้พนักงานสอบสวนการพิจารณาคดีของผู้กำกับทราบ
จะบอกเล่าเรื่องราวดังกล่าว
พนักงานอัยการที่จะซักค้านนำเสนอนั้นได้เพื่อนำความในวรรคสามสี่
และวรรคห้านำมาใช้ควบคุมโดยอนุโลมให้นำบทพิจารณาในมาตรา ๑๗๒ ตรีนำมาใช้ควบคุมโดยอนุโลมแก่การสืบค้นที่สืบทอดมาไม่เกินสิบแปดปี

คำแปลภาษาไทย

ก่อนที่คดีจะถูกยื่นฟ้องต่อศาล หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าพยานจะเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ไม่มีที่อยู่ถาวร เป็นบุคคลที่มีที่อยู่ห่างไกลจากศาลที่จะพิจารณาคดี หรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าพยานจะถูกขัดขวางไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม หรือมีเหตุผลอื่นใดที่ทำให้การนำพยานมาให้การในอนาคตเป็นไปได้ยาก อัยการอาจยื่นคำร้องต่อศาลด้วยตนเอง หรือตามคำขอของผู้เสียหายหรือเจ้าหน้าที่สอบสวน โดยระบุการกระทำที่ถูกกล่าวหาต่อผู้ถูกกล่าวหา ขอให้ศาลสั่งให้สอบปากคำพยานโดยทันที หากทราบตัวผู้กระทำผิดและอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่สอบสวนหรืออัยการ อัยการจะต้องนำตัวบุคคลนั้นมายังศาล หากอยู่ในความควบคุมของศาล ศาลจะต้องสั่งให้นำตัวบุคคลนั้นมาเพื่อการพิจารณาคดี เมื่อศาลได้รับคำร้องดังกล่าว ศาลจะต้องสอบปากคำพยานโดยทันที ในส่วนนี้ จำเลยอาจซักถามพยาน หรือแต่งตั้งทนายความเพื่อซักถามพยานนั้น ในกรณีตามวรรคสอง หากจำเลยถูกฟ้องในความผิดทางอาญา ซึ่งหากมีการดำเนินคดี ศาลจะต้องแต่งตั้งทนายความ หรือจำเลยมีสิทธิที่จะให้ศาลแต่งตั้งทนายความตามมาตรา 173 แล้ว ก่อนที่จะเริ่มซักถามพยาน ศาลจะต้องถามจำเลยว่ามีทนายความหรือไม่ ในกรณีที่ศาลต้องแต่งตั้งทนายความ หากศาลพิจารณาว่าสามารถแต่งตั้งทนายความได้ทันเวลา ศาลจะแต่งตั้งทนายความและดำเนินการซักถามพยานทันที แต่หากศาลพิจารณาว่าไม่สามารถแต่งตั้งทนายความได้ทันเวลา หรือจำเลยไม่สามารถแต่งตั้งทนายความได้ทันเวลา ศาลจะต้องซักถามพยานแทนจำเลย ศาลจะต้องอ่านคำให้การของพยานให้พยานฟัง และหากจำเลยอยู่ในศาล ศาลจะต้องอ่านคำให้การนั้นต่อหน้าจำเลย หากผู้ถูกกล่าวหาถูกดำเนินคดีในฐานะจำเลยในความผิดอาญานั้นในภายหลัง พยานหลักฐานของพยานนั้นอาจนำมาใช้ในการพิจารณาคดีได้ ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาพิจารณาว่า หากตนถูกดำเนินคดีในฐานะจำเลย บุคคลที่ตนจำเป็นต้องเรียกมาเป็นพยานจะเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ไม่มีที่อยู่ถาวร เป็นบุคคลที่มีที่อยู่ห่างไกลจากศาลที่จะพิจารณาคดี หรือมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าพยานจะถูกขัดขวางไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม หรือมีเหตุผลอื่นใดที่ทำให้ยากต่อการนำพยานนั้นมาให้การในอนาคต ผู้ถูกกล่าวหาอาจยื่นคำร้องต่อศาลโดยระบุเหตุผลและความจำเป็น ขอให้ศาลสั่งให้สอบปากคำบุคคลนั้นในฐานะพยานโดยทันที เมื่อศาลเห็นสมควร ศาลจะสั่งให้สอบปากคำพยานนั้นและแจ้งให้เจ้าหน้าที่สอบสวนและอัยการที่เกี่ยวข้องทราบ ในการสอบปากคำนั้น อัยการมีสิทธิซักถามพยานนั้น และให้ใช้บทบัญญัติในวรรคสาม สี่ และห้าโดยอนุโลม บทบัญญัติในมาตรา 172 ter ให้ใช้บังคับโดยอนุโลมกับการสอบปากคำพยานที่เป็นเด็กซึ่งมีอายุไม่เกินสิบแปดปี.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 237 ทวิสร้างการสืบค้นบุคคลต่างๆ เพื่อตรวจสอบกรณีฉุกเฉินของหลักๆ จะต้องตรวจสอบความในชั้นพิจารณาโดยพิจารณาเหตุที่อาจมาสืบได้โดยทั่วไปหมายถึงจะเดินทางนอกราชอาณาจักรที่อยู่หลักๆ อยู่ห่างไกลถึงถูกมองว่าเหาะยิง ตรวจสอบสาเหตุอื่น ๆ ของบริษัทตรวจสอบได้และบทวิจารณ์ให้สิทธิผู้ตรวจสอบสืบสวนสอบสวนตนไว้ด้วยมาตรานี้สิทธิเรียกร้องที่ตรงไปตรงมาเกี่ยวกับการสอบสวนผู้ค้านการตั้งทนายตามมาตราความความสอบสวน และมีชีวิตอยู่ต่อเด็กตามมาตรา 172 ตรีคำความที่สืบเนื่องได้จากรับฟังการพิจารณาของผู้ที่จะจำเลยอีกครั้ง...

ความสำคัญต่อ

มาตรานี้ที่มีพลังแต่มีเงื่อนไขเคร่งครัด สำหรับความเสียหายหรือความช่วยเหลือในคำให้การสืบสวนของไหลก่อนผู้มีส่วนทำให้เกิดความผิดหรือข่มของส่วนผู้ทำให้เกิดความเสียหายก็ให้ความคุ้มครองฝ่ายที่อาจเป็นได้ทราบถึงความแข็งแกร่งที่ศาลฎีกาส่วนนี้ไม่ให้อำนาจควบคุมตัวดำเนินการเพื่อขอมาตรวจสอบความสำคัญที่ข้ามขั้นตอนความคุ้มครองที่สามารถตรวจสอบการรับฟังไม่ได้ซอฟต์คอร์ยืนยันขอทนายให้หรือศาลถามแทนทนายความปรึกษาแต่เนทๆ

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 5172/2566 (2023)

    มาตรา 237 ทวิให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อสืบค้นไว้ได้ในกรณีเหตุที่จะไม่อาจมาสืบเนื่องมาจากการควบคุมอำนาจควบคุมตัวตรวจสอบตัวเพื่อตรวจสอบพฤติกรรมการตรวจสอบพฤติกรรมและคุณสมบัติของฟังก์ประวัติโดยชอบมิ

    เจ้าพนักงานควบคุมตัวผู้มีอำนาจทั้งหกและหญิงสาวที่สืบค้นมาเพื่อนำมาสืบค้นข่าวศาลฎีกามาตรา 237 ทวิให้เจ้าพนักงานยื่นคำร้องขอต่อศาลเพื่อสืบค้นได้เมื่ออาจไม่อาจมาสืบค้นได้ตามปกติแต่เพียงอย่างเดียวกับตัวเขาเองที่มีลักษณะการทำงานของระบบขัดต่อระบบและลำคอของระบบสืบสวนโดยมิมิชอบ

  2. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 14063/2557 (2014)

    ตามมาตรา 237 ทวิ วรรคหนึ่งก่อนที่จะพิจารณาคดีต่อศาลพนักงานอัยการอาจยื่นคำร้องให้ศาลสืบกรณีไว้ทันทีตามเหตุที่กฎหมายกำหนดการดำเนินการสืบค้นบุคคลตามปกติจึงชอบด้วยกฎหมายเมื่อครบเหตุและขั้นตอนขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดการพิจารณาคดีต่อบุคคลดังกล่าวจึงชอบด้วยกฎหมายเมื่อครบเหตุและขั้นตอน

    จำเลยที่ประสิทธิภาพด้วยกฎหมายของการสืบค้นของแต่ละบุคคลก่อนคดีศาลฎีกาอ้างมาตรา 237 ทวิ วรรคหนึ่งที่สามารถสืบค้นได้ก่อนการพิจารณาได้ความเป็นไปได้ที่เหตุวิจัยจะออกนอกราชอาณาจักรไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง อยู่ห่างไกลศาลอาจมองเห็นเหยิงได้ไม่จำเป็นที่อื่น และวินิจฉัยการสืบค้นตามเหตุดังกล่าว

  3. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 10272/2553 (2010)

    237 ทวิวรรคห้าคำความของเรื่องราวที่ก่อให้เกิดคดีที่เกี่ยวพันกันฟังในคดีที่มาจากข้อเท็จจริงเดียวกันได้ (กรณีศึกษาเป็นสองคดีเพราะจับถือได้ว่ามีความผิดได้อธิบายได้...

    ข้อสังเกตที่ผิดถูกแยกออกเป็นสองคดีเพราะจับได้ก่อนจำเลยไม่ว่ากรณีและจับได้ในกรณีใดกรณีหนึ่ง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำเบิกความที่เป็นผลเสียหายและความเป็นไปได้อีกปากที่เก็บข้อมูลที่มีความโดดเด่นคดีเช่นรับฟังในคดีกรณีนี้ได้ตามมาตรา 237 ทวิ วรรคห้า

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 10 คดี (พ.ศ. 2539 ถึง 2566)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 14063/2557 (2014)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2980/2547 (2004)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 757/2545 (2002)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4198/2541 (1998)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 9412/2539 (1996)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 10272/2553 (2010)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5671/2552 (2009)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3541-3542/2550 (2007)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

สืบค้นก่อนการพิจารณาคดีอาญาได้

ได้ตามมาตรา 237 ทวิศาลสืบสืบเนื่องในคดีต่างๆ ได้ตามปกติเหตุที่ไม่อาจอธิบายได้ว่าอาจมาช่องความในชื่อจะเดินทางออกนอกราชอาณาจักรหรืออาจเป็นไปได้ที่เหนี่ยวไก

ผู้วิจัยมีสิทธิอย่างไรที่จะสืบค้นข้อมูลก่อนการพิจารณาคดี

มีผู้ต้องสงสัยถามผู้ค้านหรือตั้งทนายถามค้านได้และหากมีสิทธิได้ทนายตามมาตรา 173 ศาลต้องดำเนินการหากตั้งทนายไม่ทันศาลจะซักผ้าถามแทนผู้ตรวจสอบ

ค้นคว้าตัวเพื่อค้นหาความอ่านตามมาตรา 237 ทวิเป็นสิ่งที่

ศาลวินิจฉัยว่ามาตรา 237 ทวิไม่ให้อำนาจควบคุมตัวเพื่อให้มาปรากฏตัวความปกติที่สามารถใช้เป็นหลักฐานโดยมิชอบ

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Criminal Procedure Code, s. 237/2 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 237/2. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-237-2/ (accessed 11 สิงหาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 237/2
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-237-2/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-237-2/"><p>ก่อนฟ้องคดีต่อศาล เมื่อมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าพยานบุคคลจะเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หรือเป็นบุคคลมีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากศาลที่พิจารณาคดีหรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะมีการยุ่งเหยิงกับพยานนั้นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม หรือมีเหตุจำเป็นอื่นอันเป็นการยากแก่การนำพยานนั้นมาสืบในภายหน้า พนักงานอัยการโดยตนเองหรือโดยได้รับคำร้องขอจากผู้เสียหายหรือจากพนักงานสอบสวน จะยื่นคำร้องโดยระบุการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าผู้ต้องหาได้กระทำผิดต่อศาลเพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้สืบพยานนั้นไว้ทันทีก็ได้ ถ้ารู้ตัวผู้กระทำความผิด และผู้นั้นถูกควบคุมอยู่ในอำนาจพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการ ให้พนักงานอัยการนำตัวผู้นั้นมาศาล หากถูกควบคุมอยู่ในอำนาจของศาล ให้ศาลเบิกตัวผู้นั้นมาพิจารณาต่อไป เมื่อศาลได้รับคำร้องเช่นว่านั้น ให้ศาลสืบพยานนั้นทันที ในการนี้ ผู้ต้องหาจะซักค้านหรือตั้งทนายความซักค้านพยานนั้นด้วยก็ได้ ในกรณีตามวรรคสอง ถ้าเป็นกรณีที่ผู้ต้องหานั้นถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดอาญา ซึ่งหากมีการฟ้องคดีจะเป็นคดีซึ่งศาลจะต้องตั้งทนายความให้ หรือจำเลยมีสิทธิขอให้ศาลตั้งทนายความให้ตามมาตรา ๑๗๓ ก่อนเริ่มสืบพยานดังกล่าว ให้ศาลถามผู้ต้องหาว่ามีทนายความหรือไม่ ในกรณีที่ศาลต้องตั้งทนายความให้ ถ้าศาลเห็นว่าตั้งทนายความให้ทันก็ให้ตั้งทนายความให้และดำเนินการสืบพยานนั้นทันที แต่ถ้าศาลเห็นว่าไม่สามารถตั้งทนายความได้ทันหรือผู้ต้องหาไม่อาจตั้งทนายความได้ทัน ก็ให้ศาลซักถามพยานนั้นให้แทน คำเบิกความของพยานดังกล่าวให้ศาลอ่านให้พยานฟัง หากมีตัวผู้ต้องหาอยู่ในศาลด้วยแล้ว ก็ให้ศาลอ่านคำเบิกความดังกล่าวต่อหน้าผู้ต้องหา ถ้าต่อมาผู้ต้องหานั้นถูกฟ้องเป็นจำเลยในการกระทำผิดอาญานั้น ก็ให้รับฟังคำพยานดังกล่าวในการพิจารณาคดีนั้นได้ ในกรณีที่ผู้ต้องหาเห็นว่า หากตนถูกฟ้องเป็นจำเลยแล้ว บุคคลซึ่งจำเป็นจะต้องนำมาสืบเป็นพยานของตนจะเดินทางออกไปนอกราชอาณาจักร ไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง หรือเป็นบุคคลมีถิ่นที่อยู่ห่างไกลจากศาลที่พิจารณาคดี หรือมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะมีการยุ่งเหยิงกับพยานนั้นไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม หรือมีเหตุจำเป็นอื่นอันเป็นการยากแก่การนำพยานนั้นมาสืบในภายหน้า ผู้ต้องหานั้นจะยื่นคำร้องต่อศาลโดยแสดงเหตุผลความจำเป็น เพื่อให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้สืบพยานบุคคลนั้นไว้ทันทีก็ได้ เมื่อศาลเห็นสมควร ให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้สืบพยานนั้นและแจ้งให้พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการที่เกี่ยวข้องทราบ ในการสืบพยานดังกล่าว พนักงานอัยการมีสิทธิที่จะซักค้านพยานนั้นได้และให้นำความในวรรคสาม…</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 237/2 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-237-2/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง