ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 238: หลักการอ้างต้นฉบับเอกสาร

ตัวบทกฎหมาย

ต้นฉบับเอกสารเท่านั้นที่อ้างเป็นพยานได้ ถ้าหาต้นฉบับไม่ได้ สำเนาที่รับรองว่าถูกต้องหรือพยานบุคคลที่รู้ข้อความก็อ้างเป็นพยานได้ถ้าอ้างหนังสือราชการเป็นพยาน แม้ต้นฉบับยังมีอยู่ จะส่งสำเนาที่เจ้าหน้าที่รับรองว่าถูกต้องก็ได้ เว้นแต่ในหมายเรียกจะบ่งไว้เป็นอย่างอื่น

คำแปลภาษาอังกฤษ

Only the original of a document may be cited as evidence. If the original cannot be found, a copy certified as correct, or a witness who knows its contents, may be cited as evidence. If an official document is cited as evidence, a copy certified as correct by the official may be submitted even though the original still exists, unless the summons specifies otherwise.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 238 วางหลักการอ้างต้นฉบับเอกสาร (best evidence rule) ในภาค 5 หมวด 3 พยานเอกสาร หลักคือให้อ้างได้เฉพาะต้นฉบับ เพื่อป้องกันการปลอมแปลงและสำเนาที่คลาดเคลื่อน โดยมีข้อยกเว้นสองประการ คือ หากหาต้นฉบับไม่ได้ ให้ใช้สำเนาที่รับรองถูกต้องหรือพยานบุคคลที่รู้ข้อความได้ และสำหรับหนังสือราชการ แม้ต้นฉบับยังมีอยู่ก็ใช้สำเนาที่เจ้าหน้าที่รับรองได้ เพราะเชื่อถือได้ เว้นแต่หมายเรียกจะกำหนดเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้ศาลใช้หลักนี้ตามความมุ่งหมาย โดยอาจผ่อนคลายในกระบวนการรอง เช่น คำร้องขอคืนของกลาง

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

เก็บต้นฉบับไว้ให้ดี หากท่านจะอ้างสัญญา ใบเสร็จ หรือจดหมายในคดีอาญา ศาลต้องการต้นฉบับ ส่วนสำเนาใช้ได้เฉพาะเมื่อต้นฉบับสูญหายจริงและมีการรับรองถูกต้อง หรือมีพยานบุคคลที่รู้ข้อความมาเบิกความ ส่วนเอกสารราชการใช้สำเนาที่เจ้าหน้าที่รับรองได้ การเก็บรักษาและรับรองเอกสารให้ถูกต้องแต่เนิ่นๆ ช่วยเลี่ยงช่องโหว่ด้านพยานหลักฐานในชั้นพิจารณา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3126/2550 (2007)

    ในคดีร้องขอคืนทรัพย์ของกลางที่ศาลสั่งริบแล้วตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 ไม่จำต้องนำมาตรา 238 มาใช้โดยเคร่งครัด เพราะบทบัญญัติพยานเอกสารในภาค 5 มุ่งใช้แก่พยานหลักฐานที่พิสูจน์ว่าจำเลยผิดหรือบริสุทธิ์

    ผู้ร้องขอคืนเครื่องถ่ายเอกสารของกลางที่ศาลสั่งริบแล้ว โดยแนบสำเนาสัญญาเช่าซื้อที่ผู้รับมอบอำนาจรับรองและมีผู้เช่าซื้อมาเบิกความยืนยัน ศาลฎีกาเห็นว่าคดีร้องขอคืนของกลางตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 ไม่จำต้องนำมาตรา 238 มาใช้โดยเคร่งครัด เพราะบทบัญญัติพยานเอกสารในภาค 5 มุ่งใช้แก่พยานหลักฐานพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ อีกทั้งโจทก์มิได้คัดค้านความถูกต้องของข้อความในสำเนา

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 203/2546 (2003)

    เมื่อมีหลักฐานการกู้ยืมเป็นหนังสือแล้วแต่ภายหลังสูญหาย ผู้ให้กู้นำสำเนาหรือพยานบุคคลมาสืบได้ตามมาตรา 238 วรรคหนึ่งสำหรับคดีอาญา เช็คที่ออกชำระหนี้เงินกู้ดังกล่าวจึงเป็นการออกเช็คชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้

    จำเลยอ้างว่าหนี้เงินกู้ไม่มีหลักฐานบังคับได้ ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อเคยมีหลักฐานการกู้ยืมเป็นหนังสือแต่สูญหาย ผู้ให้กู้นำสำเนาหรือพยานบุคคลมาสืบได้ตามมาตรา 238 วรรคหนึ่งสำหรับคดีอาญา (หรือ ป.วิ.แพ่ง มาตรา 93(2) สำหรับคดีแพ่ง) เช็คที่ออกชำระหนี้จึงเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ แม้จะฉีกสัญญากู้ภายหลังออกเช็ค

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3597/2543 (2000)

    สำเนาเอกสารราชการที่เจ้าหน้าที่รับรองว่าถูกต้องและส่งมาตามหมายเรียกของศาล อ้างเป็นพยานหลักฐานได้ตามมาตรา 238 วรรคสอง แม้ผู้ทำต้นฉบับจะมิได้มาเบิกความ

    สำเนาเอกสารที่รองอธิบดีกรมป่าไม้ทำขึ้นและส่งมาตามหมายเรียกของศาล โดยมีนักวิชาการป่าไม้รับรองสำเนาถูกต้อง ถูกโต้แย้ง ศาลฎีกาเห็นว่าสำเนาเอกสารราชการดังกล่าวอ้างเป็นพยานได้ตามมาตรา 238 วรรคสอง แม้ผู้ทำต้นฉบับมิได้มาเบิกความ และตามข้อเท็จจริงจำเลยเชื่อโดยสุจริตว่าได้รับอนุญาตจึงขาดเจตนากระทำผิด

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 18 คดี (พ.ศ. 2494 ถึง 2550)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3126/2550 (2007)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3597/2543 (2000)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5624/2542 (1999)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5624/2541 (1998)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3256/2537 (1994)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2820/2536 (1993)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2445/2534 (1991)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3336-3337/2547 (2004)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ต้องใช้ต้นฉบับเอกสารเป็นพยานในคดีอาญาหรือไม่

โดยหลักต้องใช้ มาตรา 238 ให้อ้างต้นฉบับเป็นพยานเป็นหลัก หากหาต้นฉบับไม่ได้จึงใช้สำเนาที่รับรองถูกต้องหรือพยานบุคคลที่รู้ข้อความแทนได้

ใช้สำเนาหนังสือราชการที่รับรองแล้วเป็นพยานได้หรือไม่

ได้ ตามมาตรา 238 สำเนาหนังสือราชการที่เจ้าหน้าที่รับรองว่าถูกต้องส่งเป็นพยานได้แม้ต้นฉบับยังมีอยู่ เว้นแต่หมายเรียกจะกำหนดเป็นอย่างอื่น

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Criminal Procedure Code, s. 238 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 238. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-238/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 238
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-238/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-238/"><p>ต้นฉบับเอกสารเท่านั้นที่อ้างเป็นพยานได้ ถ้าหาต้นฉบับไม่ได้ สำเนาที่รับรองว่าถูกต้องหรือพยานบุคคลที่รู้ข้อความก็อ้างเป็นพยานได้ถ้าอ้างหนังสือราชการเป็นพยาน แม้ต้นฉบับยังมีอยู่ จะส่งสำเนาที่เจ้าหน้าที่รับรองว่าถูกต้องก็ได้ เว้นแต่ในหมายเรียกจะบ่งไว้เป็นอย่างอื่น</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 238 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-238/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง