ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
238 — หลักการอ้างต้นฉบับเอกสาร
คนบทกฎหมาย
ต้นฉบับเอกสารเท่านั้นที่อ้างเป็นพยานได้ ถ้าหาต้นฉบับไม่ได้ สำเนาที่รับรองว่าถูกต้องหรือพยานบุคคลที่รู้ข้อความก็อ้างเป็นพยานได้ถ้าอ้างหนังสือราชการเป็นพยาน แม้ต้นฉบับยังมีอยู่ จะส่งสำเนาที่เจ้าหน้าที่รับรองว่าถูกต้องก็ได้ เว้นแต่ในหมายเรียกจะบ่งไว้เป็นอย่างอื่น
คำแปลภาษาไทย
Only the original of a document may be cited as evidence. If the original cannot be found, a copy certified as correct, or a witness who knows its contents, may be cited as evidence. If an official document is cited as evidence, a copy certified as correct by the official may be submitted even though the original still exists, unless the summons specifies otherwise.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 238 วางหลักการอ้างต้นฉบับเอกสาร (best evidence rule) ในภาค 5 หมวด 3 พยานเอกสาร หลักคือให้อ้างได้เฉพาะต้นฉบับ เพื่อป้องกันการปลอมแปลงและสำเนาที่คลาดเคลื่อน โดยมีข้อยกเว้นสองประการ คือ หากหาต้นฉบับไม่ได้ ให้ใช้สำเนาที่รับรองถูกต้องหรือพยานบุคคลที่รู้ข้อความได้ และสำหรับหนังสือราชการ แม้ต้นฉบับยังมีอยู่ก็ใช้สำเนาที่เจ้าหน้าที่รับรองได้ เพราะเชื่อถือได้ เว้นแต่หมายเรียกจะกำหนดเป็นอย่างอื่น ทั้งนี้ศาลใช้หลักนี้ตามความมุ่งหมาย โดยอาจผ่อนคลายในกระบวนการรอง เช่น คำร้องขอคืนของกลาง
ความสำคัญต่อ
เก็บต้นฉบับไว้ให้ดี หากท่านจะอ้างสัญญา ใบเสร็จ หรือจดหมายในคดีอาญา ศาลต้องการต้นฉบับ ส่วนสำเนาใช้ได้เฉพาะเมื่อต้นฉบับสูญหายจริงและมีการรับรองถูกต้อง หรือมีพยานบุคคลที่รู้ข้อความมาเบิกความ ส่วนเอกสารราชการใช้สำเนาที่เจ้าหน้าที่รับรองได้ การเก็บรักษาและรับรองเอกสารให้ถูกต้องแต่เนิ่นๆ ช่วยเลี่ยงช่องโหว่ด้านพยานหลักฐานในชั้นพิจารณา
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3126/2550 (2007)
ในคดีร้องขอคืนทรัพย์ของกลางที่ศาลสั่งริบแล้วตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 ไม่จำต้องนำมาตรา 238 มาใช้โดยเคร่งครัด เพราะบทบัญญัติพยานเอกสารในภาค 5 มุ่งใช้แก่พยานหลักฐานที่พิสูจน์ว่าจำเลยผิดหรือบริสุทธิ์
ผู้ร้องขอคืนเครื่องถ่ายเอกสารของกลางที่ศาลสั่งริบแล้ว โดยแนบสำเนาสัญญาเช่าซื้อที่ผู้รับมอบอำนาจรับรองและมีผู้เช่าซื้อมาเบิกความยืนยัน ศาลฎีกาเห็นว่าคดีร้องขอคืนของกลางตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 ไม่จำต้องนำมาตรา 238 มาใช้โดยเคร่งครัด เพราะบทบัญญัติพยานเอกสารในภาค 5 มุ่งใช้แก่พยานหลักฐานพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ อีกทั้งโจทก์มิได้คัดค้านความถูกต้องของข้อความในสำเนา
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 203/2546 (2003)
เมื่อมีหลักฐานการกู้ยืมเป็นหนังสือแล้วแต่ภายหลังสูญหาย ผู้ให้กู้นำสำเนาหรือพยานบุคคลมาสืบได้ตามมาตรา 238 วรรคหนึ่งสำหรับคดีอาญา เช็คที่ออกชำระหนี้เงินกู้ดังกล่าวจึงเป็นการออกเช็คชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้
จำเลยอ้างว่าหนี้เงินกู้ไม่มีหลักฐานบังคับได้ ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อเคยมีหลักฐานการกู้ยืมเป็นหนังสือแต่สูญหาย ผู้ให้กู้นำสำเนาหรือพยานบุคคลมาสืบได้ตามมาตรา 238 วรรคหนึ่งสำหรับคดีอาญา (หรือ ป.วิ.แพ่ง มาตรา 93(2) สำหรับคดีแพ่ง) เช็คที่ออกชำระหนี้จึงเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ แม้จะฉีกสัญญากู้ภายหลังออกเช็ค
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3597/2543 (2000)
สำเนาเอกสารราชการที่เจ้าหน้าที่รับรองว่าถูกต้องและส่งมาตามหมายเรียกของศาล อ้างเป็นพยานหลักฐานได้ตามมาตรา 238 วรรคสอง แม้ผู้ทำต้นฉบับจะมิได้มาเบิกความ
สำเนาเอกสารที่รองอธิบดีกรมป่าไม้ทำขึ้นและส่งมาตามหมายเรียกของศาล โดยมีนักวิชาการป่าไม้รับรองสำเนาถูกต้อง ถูกโต้แย้ง ศาลฎีกาเห็นว่าสำเนาเอกสารราชการดังกล่าวอ้างเป็นพยานได้ตามมาตรา 238 วรรคสอง แม้ผู้ทำต้นฉบับมิได้มาเบิกความ และตามข้อเท็จจริงจำเลยเชื่อโดยสุจริตว่าได้รับอนุญาตจึงขาดเจตนากระทำผิด
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
ต้องใช้ต้นฉบับเอกสารเป็นพยานในคดีอาญาหรือไม่
โดยหลักต้องใช้ มาตรา 238 ให้อ้างต้นฉบับเป็นพยานเป็นหลัก หากหาต้นฉบับไม่ได้จึงใช้สำเนาที่รับรองถูกต้องหรือพยานบุคคลที่รู้ข้อความแทนได้
ใช้สำเนาหนังสือราชการที่รับรองแล้วเป็นพยานได้หรือไม่
ได้ ตามมาตรา 238 สำเนาหนังสือราชการที่เจ้าหน้าที่รับรองว่าถูกต้องส่งเป็นพยานได้แม้ต้นฉบับยังมีอยู่ เว้นแต่หมายเรียกจะกำหนดเป็นอย่างอื่น