ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
25 — การรวมพิจารณาหรือแยกคดีเกี่ยวพัน
คนบทกฎหมาย
ศาลซึ่งรับฟ้องคดีเกี่ยวพันกันไว้จะพิจารณาพิพากษารวมกันไปก็ได้ถ้าศาลซึ่งรับฟ้องคดีเกี่ยวพันกันไว้ เห็นว่าเป็นการสมควรที่ความผิดฐานหนึ่ง ควรได้ชำระในศาลซึ่งตามปกติมีอำนาจจะชำระถ้าหากว่าคดีนั้นไม่เกี่ยวกับคดีเกี่ยวพันกัน เมื่อศาลเดิมได้ตกลงกับอีกศาลหนึ่งแล้ว จะสั่งให้ไปฟ้องยังศาลอื่นนั้นก็ได้
คำแปลภาษาไทย
A court which has accepted connected cases for trial may try and adjudicate them jointly. If the court which has accepted the connected cases for trial is of the opinion that it is appropriate for one of the offenses to be tried at the court which would ordinarily have jurisdiction to try it had that case not been connected with the connected cases, then, once the original court has reached agreement with the other court, it may order that the offense be prosecuted at that other court.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 25 ต่อจากมาตรา 24 โดยกล่าวถึงสิ่งที่ศาลจะทำเมื่อมีคดีเกี่ยวพันกันอยู่ในมือ มาตรานี้ยืนยันอำนาจศาลในการรวมพิจารณา คือ พิจารณาพิพากษาคดีเกี่ยวพันรวมกัน ซึ่งช่วยให้เกิดประสิทธิภาพและความสอดคล้อง อีกทั้งให้ช่องแก่ศาลด้วยว่า หากความผิดฐานหนึ่งควรได้รับการพิจารณาโดยศาลที่ตามปกติมีอำนาจหากไม่มีความเกี่ยวพัน ศาลอาจสั่งให้ไปฟ้องยังศาลนั้นได้เมื่อประสานและตกลงกันแล้ว การรวมพิจารณาตามมาตรานี้เป็นอำนาจของศาลเอง และการเชื่อมโยงกับหลักการรวมโทษตามประมวลกฎหมายอาญา เช่น มาตรา 91 อาจมีผลต่อโทษโดยรวมเมื่อคดีถูกพิจารณารวมกันหรือไม่
ความสำคัญต่อ
การที่คดีเกี่ยวพันจะถูกรวมพิจารณาหรือไม่มีผลต่อผลในทางปฏิบัติ รวมถึงการคำนวณโทษโดยรวมตามประมวลกฎหมายอาญา จึงไม่ใช่เพียงเรื่องธุรการ การรวมพิจารณาเป็นอำนาจของศาลเอง คู่ความขอได้แต่บังคับไม่ได้ และศาลอาจสั่งให้ส่งความผิดฐานหนึ่งกลับไปยังศาลปกติก็ได้ หากท่านกำลังชั่งใจว่าจะขอให้รวมพิจารณาหรือแยกคดี ทนายความไทยที่มีใบอนุญาตช่วยแนะนำได้ว่าการรวมพิจารณาจะกระทบต่อความเสี่ยงเรื่องโทษและกลยุทธ์คดีอย่างไร
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4562/2555 (2012)
คำสั่งให้พิจารณาพิพากษาคดีหนึ่งรวมกับคดีอื่นเป็นการใช้อำนาจของศาลเองตามมาตรา 25 และเป็นคนละเรื่องแยกต่างหากจากฐานะของคู่ความในแต่ละสำนวน
ศาลเห็นว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นให้พิจารณาพิพากษาคดีนี้รวมกับอีกสองคดีเป็นการใช้อำนาจตามมาตรา 25 ซึ่งเป็นคนละเรื่องแยกต่างหากจากการที่ผู้ใดเป็นโจทก์ร่วมในสำนวนใด และด้วยเหตุนี้จึงเห็นพ้องว่าการไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ที่มิได้เป็นโจทก์ร่วมในสำนวนนั้นชอบแล้ว
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3276/2547 (2004)
ข้อจำกัดการรวมโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (2) ใช้กับกรณีที่ฟ้องรวมเป็นคดีเดียว หรือกรณีคดีเกี่ยวพันกันที่ศาลมีคำสั่งให้รวมพิจารณาพิพากษาเข้าด้วยกันตามมาตรา 25
ศาลอธิบายว่าประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (2) ใช้กับกรณีที่ฟ้องความผิดรวมเป็นคดีเดียว หรือกรณีคดีเกี่ยวพันกันที่ศาลสั่งให้รวมพิจารณาพิพากษาตามมาตรา 25 เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าคดีต่าง ๆ ของจำเลยที่ให้นับโทษต่อกันมิได้ถูกรวมพิจารณาเช่นนั้น ข้อจำกัดดังกล่าวจึงไม่นำมาใช้ดังที่อ้าง
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1244/2545 (2002)
แม้โจทก์จะแยกฟ้องความผิดที่เกี่ยวพันกัน ศาลก็อาจพิจารณาพิพากษารวมกันได้ตามมาตรา 24 และ 25 ซึ่งมีผลต่อการรวมโทษตามประมวลกฎหมายอาญา
จำเลยอ้างว่าการกระทำในคดีนี้กับอีกคดีเป็นความผิดต่อเนื่องมิได้ขาดตอน แม้โจทก์แยกฟ้อง ศาลก็รวมพิจารณาพิพากษาได้ตามมาตรา 24 และ 25 และรวมโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 (3) ศาลได้พิจารณาคำร้องขอแก้ไขหมายจำคุกด้วยเหตุดังกล่าว
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
คดีอาญาที่เกี่ยวพันกันพิจารณารวมกันได้หรือไม่
ได้ ตามมาตรา 25 ศาลที่รับฟ้องคดีเกี่ยวพันกันไว้อาจพิจารณาพิพากษารวมกันได้ การรวมพิจารณาเป็นอำนาจของศาลเอง คู่ความขอได้แต่บังคับไม่ได้
ศาลสั่งให้ความผิดเกี่ยวพันฐานหนึ่งกลับไปอีกศาลได้หรือไม่
ได้ หากศาลเห็นว่าความผิดฐานหนึ่งควรชำระที่ศาลซึ่งตามปกติมีอำนาจ มาตรา 25 ให้ศาลสั่งให้ไปฟ้องยังศาลนั้นได้เมื่อได้ตกลงกับศาลนั้นแล้ว