ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

36 — การฟ้องคดีที่ถอนฟ้องแล้วใหม่

คนบทกฎหมาย

คดีอาญาซึ่งได้ถอนฟ้องไปจากศาลแล้ว จะนำมาฟ้องอีกหาได้ไม่ เว้นแต่จะเข้าอยู่ในข้อยกเว้นต่อไปนี้
(๑) ถ้าพนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องคดีอาญาซึ่งไม่ใช่ความผิดต่อส่วนตัวไว้แล้วได้ถอนฟ้องคดีนั้นไป การถอนนี้ไม่ตัดสิทธิผู้เสียหายที่จะยื่นฟ้องคดีนั้นใหม่
(๒) ถ้าพนักงานอัยการถอนคดีซึ่งเป็นความผิดต่อส่วนตัวไป โดยมิได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้เสียหาย การถอนนั้นไม่ตัดสิทธิผู้เสียหายที่จะยื่นฟ้องคดีนั้นใหม่
(๓) ถ้าผู้เสียหายได้ยื่นฟ้องคดีอาญาไว้แล้วได้ถอนฟ้องคดีนั้นเสีย การถอนนี้ไม่ตัดสิทธิพนักงานอัยการที่จะยื่นฟ้องคดีนั้นใหม่ เว้นแต่คดีซึ่งเป็นความผิดต่อส่วนตัว

คำแปลภาษาไทย

A criminal case which has been withdrawn from the court may not be brought again, except where it falls within the following exceptions:
(1) If the public prosecutor has filed a criminal case which is not a compoundable offence and has withdrawn that case, the withdrawal does not bar the injured person from filing that case anew.
(2) If the public prosecutor withdraws a case which is a compoundable offence without having obtained written consent from the injured person, the withdrawal does not bar the injured person from filing that case anew.
(3) If the injured person has filed a criminal case and has withdrawn it, the withdrawal does not bar the public prosecutor from filing that case anew, except for a case which is a compoundable offence.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 36 วางหลักห้ามนำคดีอาญาที่ถอนฟ้องแล้วมาฟ้องอีก แล้วกำหนดข้อยกเว้นสามประการเพื่อคุ้มครองฝ่ายที่มิได้เป็นผู้ถอนฟ้อง ข้อห้ามใช้กับการถอนฟ้องเด็ดขาดที่แท้จริง ส่วนการถอนฟ้องที่เป็นเพียงขั้นตอนในกระบวนพิจารณา เช่น ถอนฟ้องเพื่อเข้าร่วมเป็นโจทก์ในอีกคดีเรื่องเดียวกัน ไม่ถือเป็นการถอนฟ้องเด็ดขาดตามความหมายของมาตรานี้และไม่ตัดสิทธิดำเนินคดีต่อ มาตรานี้เชื่อมโยงกับมาตรา 35 เรื่องการถอนฟ้องและมาตรา 39 เรื่องการระงับสิทธิฟ้อง และศาลถือว่าข้อห้ามทั่วไปเป็นปัญหาความสงบเรียบร้อยที่ยกขึ้นวินิจฉัยเองได้

ความสำคัญต่อ

การถอนฟ้องอาจเป็นประตูทางเดียว โดยหลักจะฟ้องใหม่ไม่ได้ จึงควรเข้าใจก่อนว่าท่านเข้าข้อยกเว้นสามประการหรือไม่ก่อนถอนฟ้อง ข้อยกเว้นขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้ถอน ความผิดเป็นความผิดต่อส่วนตัวหรือไม่ และผู้เสียหายให้ความยินยอมเป็นหนังสือหรือไม่ จึงควรเก็บหลักฐานความยินยอมให้ดี เนื่องจากการฟ้องใหม่ที่ต้องห้ามอาจถูกยกฟ้องด้วยเหตุความสงบเรียบร้อยแม้จำเลยไม่ยกขึ้น ควรปรึกษาทนายความก่อนถอนฟ้องหรือฟ้องใหม่

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 952/2563 (2020)

    การถอนฟ้องที่ทำเพียงเพื่อเข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีที่อัยการฟ้องภายหลังในเรื่องเดียวกัน ไม่เป็นการถอนฟ้องเด็ดขาดตามมาตรา 36 สิทธินำคดีอาญามาฟ้องจึงไม่ระงับ

    โจทก์ร่วมถอนฟ้องคดีหมิ่นประมาทแล้วเข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีที่อัยการฟ้องจำเลยชุดเดียวกันในภายหลัง ศาลวินิจฉัยว่าพฤติการณ์แสดงชัดว่าการถอนฟ้องก็เพื่อเข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีของอัยการ มิใช่การถอนฟ้องเด็ดขาดตามมาตรา 36 สิทธิฟ้องจึงไม่ระงับตามมาตรา 39 (2)

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14823/2558 (2015)

    เมื่อคดีหลังอาศัยการกระทำอันเดียวกันกับคดีแรกที่ถอนฟ้องไปแล้ว การนำมาฟ้องใหม่ต้องห้ามตามมาตรา 36 และปัญหาเรื่องอำนาจฟ้องเป็นปัญหาความสงบเรียบร้อยที่ศาลยกขึ้นวินิจฉัยเองได้

    ศาลพิจารณาที่การกระทำอันเดียวกันเป็นเกณฑ์ มิใช่ถ้อยคำในฟ้องหรือฐานความผิดที่ตั้ง มิฉะนั้นโจทก์อาจดำเนินคดีการกระทำเดียวกันได้ไม่รู้จบ คดีหลังจึงต้องห้ามตามมาตรา 36 ซึ่งเป็นปัญหาอำนาจฟ้องอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยที่ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้ และพิพากษายืนให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

คดีอาญาที่ถอนฟ้องแล้วนำมาฟ้องใหม่ได้หรือไม่

โดยหลักไม่ได้ มาตรา 36 ห้ามฟ้องคดีที่ถอนฟ้องแล้วซ้ำ เว้นแต่เข้าสามกรณีตามอนุมาตรา (1) ถึง (3) ที่เกี่ยวกับอัยการและผู้เสียหาย

ถ้าอัยการถอนฟ้อง ผู้เสียหายฟ้องใหม่ได้หรือไม่

ได้ ตามมาตรา 36 (1) และ (2) ผู้เสียหายฟ้องใหม่ได้หากอัยการถอนฟ้องคดีที่มิใช่ความผิดต่อส่วนตัว หรือถอนฟ้องคดีความผิดต่อส่วนตัวโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากผู้เสียหาย

การถอนฟ้องทุกกรณีทำให้ห้ามฟ้องใหม่หรือไม่

ไม่ เฉพาะการถอนฟ้องเด็ดขาดเท่านั้น การถอนฟ้องที่เป็นเพียงขั้นตอน เช่น ถอนเพื่อเข้าร่วมเป็นโจทก์ในอีกคดีเรื่องเดียวกัน ไม่เป็นการถอนฟ้องเด็ดขาดและไม่ตัดสิทธิดำเนินคดีต่อ

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น