ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 40: ฟ้องคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องคดีอาญา
ตัวบทกฎหมาย
การฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาจะฟ้องต่อศาลซึ่งพิจารณาคดีอาญาหรือต่อศาลที่มีอำนาจชำระคดีแพ่งก็ได้ การพิจารณาคดีแพ่งต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
คำแปลภาษาอังกฤษ
การฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาจะฟ้องต่อศาลซึ่งพิจารณาคดีอาญาหรือต่อศาลที่มีอำนาจชำระคดีแพ่งก็ได้ การพิจารณาคดีแพ่งต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 40 เป็นบทเปิดของหมวดว่าด้วยคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา และกำหนดสองประเด็น คือ การเลือกศาลและวิธีพิจารณาที่ใช้บังคับ ผู้เสียหายอาจฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งมักเป็นการเรียกทรัพย์คืนหรือค่าเสียหาย ต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญาหรือต่อศาลที่มีอำนาจชำระคดีแพ่งก็ได้ ไม่ว่าเลือกศาลใด คดีส่วนแพ่งต้องเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง รวมถึงเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม พยานหลักฐาน และการอุทธรณ์ฎีกา และศาลสูงใช้กฎเหล่านั้นเช่นการแก้ไขข้อผิดพลาดเรื่องดอกเบี้ยหรือค่าฤชาธรรมเนียมอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย มาตรานี้ทำงานร่วมกับมาตรา 41 เรื่องการแยกคดีส่วนแพ่งและมาตรา 46 เรื่องผลผูกพันของคำพิพากษาคดีอาญา
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
การเลือกศาลสำหรับฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องมีความสำคัญ การฟ้องรวมในศาลคดีอาญาช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ส่วนศาลแพ่งแยกต่างหากอาจเหมาะกับคดีเรียกค่าเสียหายจำนวนมากหรือซับซ้อน ไม่ว่ากรณีใดก็ใช้กฎเกณฑ์คดีแพ่ง จึงควรเตรียมค่าฤชาธรรมเนียมที่คำนวณจากทุนทรัพย์ และปฏิบัติตามวิธีพิจารณาเรื่องพยานและการอุทธรณ์ฎีกาของคดีแพ่ง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 613/2567 (2024)
มาตรา ๔๐ บัญญัติว่าการฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาจะฟ้องต่อศาลซึ่งพิจารณาคดีอาญาหรือต่อศาลที่มีอำนาจชำระคดีแพ่งก็ได้ และการพิจารณาคดีแพ่งต้องเป็นไปตาม ป.วิ.พ. จึงเป็นบทจำแนกประเภทคดี ส่วนผลผูกพันนั้นอยู่ที่มาตรา ๔๖ ซึ่งกำหนดให้ศาลในคดีส่วนแพ่งจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา ดังนั้นเมื่อโจทก์คนเดียวกันได้ฟ้องคดีอาญาโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันและศาลพิพากษายกฟ้องจนคดีถึงที่สุด คำพิพากษานั้นย่อมผูกพันโจทก์ซึ่งเป็นคู่ความ ถือว่าผู้ถูกฟ้องมิได้กระทำละเมิดในคดีส่วนแพ่งด้วย และคำฟ้องที่ขอให้หน่วยงานต้นสังกัดรับผิดย่อมตกไป ปัญหานี้เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย
โจทก์เคยฟ้อง ธ. ซึ่งเป็นข้าราชการเป็นคดีอาญาในความผิดฐานก่อให้ผู้อื่นกระทำความผิดฐานกระทำให้เกิดเพลิงไหม้แก่วัตถุใด ๆ แม้เป็นของตนเองจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น ตาม ป.อ. มาตรา ๘๔ และ ๒๒๐ คดีถึงที่สุดโดยศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องว่าพยานหลักฐานฟังไม่ได้ว่า ธ. กระทำความผิด ต่อมาโจทก์ฟ้องหน่วยงานต้นสังกัดของ ธ. ให้รับผิดในมูลละเมิดโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาตามมาตรา ๔๐ คำพิพากษาคดีอาญาย่อมผูกพันโจทก์ซึ่งเป็นคู่ความ และตามมาตรา ๔๖ ศาลในคดีส่วนแพ่งจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนอาญา จึงถือว่า ธ. มิได้กระทำละเมิด โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยรับผิดตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ และปัญหานี้เป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3133/2568 (2025)
เนื่องจากการพิจารณาคดีส่วนแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งตามมาตรา 40 ศาลฎีกาย่อมยกปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยในคดีส่วนแพ่งขึ้นวินิจฉัยเองและแก้ไขได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) มาตรา 246 และมาตรา 252 ประกอบมาตรา 40
ศาลชั้นต้นไม่ได้ระบุถึงอัตราดอกเบี้ยที่กระทรวงการคลังอาจปรับเปลี่ยนโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา และศาลอุทธรณ์ภาค 5 ก็ไม่ได้แก้ไข ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าไม่ถูกต้อง จึงยกขึ้นวินิจฉัยเองในฐานะปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย และแก้ไขคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) มาตรา 246 และมาตรา 252 ประกอบมาตรา 40
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 78 คดี (พ.ศ. 2509 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 613/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 78/2565 (2022)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4081/2564 (2021)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3452/2563 (2020)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3273/2563 (2020)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1470/2563 (2020)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7403/2560 (2017)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4292/2560 (2017)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- ป.อ. มาตรา 91 46
- ป.อ. มาตรา 78 34
- ป.อ. มาตรา 83 33
- ป.วิ.แพ่ง มาตรา 142 31
- ป.อ. มาตรา 90 26
- ป.อ. มาตรา 288 24
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องคดีอาญาได้ที่ศาลใด
ตามมาตรา 40 ฟ้องได้ทั้งต่อศาลที่พิจารณาคดีอาญาหรือต่อศาลที่มีอำนาจชำระคดีแพ่ง และการพิจารณาส่วนแพ่งเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องใช้วิธีพิจารณาใด
ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง รวมถึงค่าฤชาธรรมเนียม พยานหลักฐาน และการอุทธรณ์ฎีกา แม้จะพิจารณาในศาลคดีอาญาไปพร้อมกับคดีอาญาก็ตาม
คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาคืออะไร
คือคดีแพ่ง เช่น เรียกค่าเสียหายหรือทรัพย์คืน ที่เกิดจากข้อเท็จจริงเดียวกันกับความผิดอาญา เช่น การเรียกค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดของจำเลย
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Criminal Procedure Code, s. 40 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 40. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-40/ (accessed 12 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 40 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-40/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-40/"><p>การฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาจะฟ้องต่อศาลซึ่งพิจารณาคดีอาญาหรือต่อศาลที่มีอำนาจชำระคดีแพ่งก็ได้ การพิจารณาคดีแพ่งต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 40 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-40/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา