Landmark คำพิพากษาสำคัญ Civil & Commercial Codeป.พ.พ. Decision 3772/2565 คำพิพากษาที่ 3772/2565 2022 (B.E. 2565)

Father May Re-File Paternity Claim if Prior Case Ended in Settlement Rather Than Adjudication ฟ้องพิสูจน์บุตร คดีก่อนเลิกโดยการตกลงไม่ใช่การวินิจฉัยชี้ขาด ไม่ใช่ฟ้องซ้ำ

CCC Sections: มาตรา ป.พ.พ.:

⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ

A compromise that ends earlier proceedings does not decide the issues in them. Where the parties agreed only to stop, and the court entered judgment by consent without adjudicating whether the children were the plaintiff's, a fresh suit raising that question is not a re-litigation of a matter already decided and is not barred by Civil Procedure Code Section 148. Civil and Commercial Code Section 1547 makes a child born to parents who were not married to each other the legitimate child of the father in three separate cases: the parents marry afterwards, the father registers the child as his, or the court gives judgment that the child is his. The routes are independent, so a father who abandoned the registration route in the earlier case may still ask the court for judgment, and doing so is to the child's benefit. Such a suit is also not a claim connected with the execution of the earlier judgment, so Section 7 (2) does not require it to be filed in the court that gave that judgment. The consequence is procedural only: the case goes back for trial on the evidence, and paternity remains undecided.

ป.พ.พ. มาตรา 1547 บัญญัติเหตุที่ทำให้เด็กอันเกิดจากบิดามารดาที่มิได้สมรสกันเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดา 3 กรณี ได้แก่ บิดามารดาสมรสกันภายหลัง บิดาจดทะเบียนว่าเป็นบุตร หรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร แม้คดีเดิมโจทก์ไม่ติดใจจดทะเบียนเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย แต่ยังมีกรณีที่จะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายได้โดยคำพิพากษาของศาล โจทก์ฟ้องคดีนี้เพื่อขอให้ศาลพิพากษาว่าผู้เยาว์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ การที่คู่ความตกลงยุติคดีเดิมและศาลพิพากษาตามยอมโดยมิได้วินิจฉัยชี้ขาดประเด็นความเป็นบุตร ย่อมไม่เป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยแล้ว ฟ้องคดีใหม่จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148 ประกอบ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 6 ทั้งคำฟ้องเช่นนี้มิใช่คำฟ้องที่เสนอเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาในคดีเดิมอันจะต้องยื่นต่อศาลเดิมตามมาตรา 7 (2) โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องต่อศาลชั้นต้นได้ ผลของคำวินิจฉัยเป็นเรื่องวิธีพิจารณาเท่านั้น คดีย้อนกลับไปสืบพยานและประเด็นความเป็นบุตรยังไม่ได้รับการวินิจฉัย

Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร

The father had sued the mother in the Central Juvenile and Family Court in 2560 asking the court to declare his two daughters his legitimate children, to remove her parental power and to have the children delivered to him; she had sued him to have one of them returned. The two cases were consolidated and ended in a compromise on 20 June 2560 in which she gave up her claims for maintenance and school fees and he gave up pursuing registration of the children as legitimate. The court entered judgment by consent and that case became final. He then brought this suit, in the Prachinburi Juvenile and Family Court, for the same three prayers, and she counterclaimed for 14,000,000 baht of past maintenance and 200,000 baht a month per child going forward. She also asked the court to decide as a preliminary point that the new suit was barred. The trial court agreed, refused to hear any evidence and dismissed. The Court of Appeal for Specialised Cases set that judgment aside and sent the case back to be tried on the evidence, and the Supreme Court affirmed. The earlier proceedings never decided whether the girls were his children: the parties simply agreed to stop, and a consent judgment recording that is not a decision on the issue. Civil and Commercial Code Section 1547 gives three separate routes by which a child born outside marriage becomes the legitimate child of the father, the parents' later marriage, the father's registration of the child, or a judgment of the court, so giving up the registration route left the judgment route open, and using it is to the children's benefit rather than a re-litigation of a decided issue. The suit is therefore not barred by Civil Procedure Code Section 148. Nor is it a claim connected with the enforcement of the earlier judgment, which under Section 7 (2) would have had to be filed in the court that gave it, so the Prachinburi court could hear it. Nothing about the children's paternity has yet been decided: the case returns to the trial court for evidence.
โจทก์บิดาเคยฟ้องจำเลยมารดาต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเมื่อปี 2560 ขอให้ศาลพิพากษาว่าผู้เยาว์ทั้งสองเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ ให้ถอนอำนาจปกครองของจำเลย และให้ส่งมอบบุตร ส่วนจำเลยฟ้องเรียกบุตรคืน ศาลรวมพิจารณาแล้วคู่ความทำสัญญาประนีประนอมยอมความเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2560 โดยจำเลยไม่ติดใจค่าอุปการะเลี้ยงดูและค่าการศึกษา และโจทก์ไม่ติดใจจดทะเบียนผู้เยาว์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย ศาลพิพากษาตามยอมและคดีถึงที่สุด ต่อมาโจทก์ฟ้องคดีนี้ต่อศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดปราจีนบุรีด้วยคำขอเดิมทั้งสามข้อ จำเลยฟ้องแย้งเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูย้อนหลัง 14,000,000 บาท และเดือนละ 200,000 บาทต่อคนต่อไป ทั้งขอให้วินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นว่าเป็นฟ้องซ้ำ ศาลชั้นต้นงดสืบพยานและพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้สืบพยานแล้วพิพากษาใหม่ ศาลฎีกาพิพากษายืน โดยวินิจฉัยว่าคดีเดิมศาลยังมิได้วินิจฉัยชี้ขาดว่าผู้เยาว์เป็นบุตรโจทก์หรือไม่ เป็นเพียงการตกลงยุติคดี จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148 ประกอบ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวฯ มาตรา 6 ทั้ง ป.พ.พ. มาตรา 1547 มีเหตุให้เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย 3 กรณี แม้ไม่ติดใจการจดทะเบียน ก็ยังมีทางที่จะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายโดยคำพิพากษาของศาล อันเป็นประโยชน์แก่ผู้เยาว์ และคำฟ้องคดีนี้มิใช่คำฟ้องเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีในคดีเดิม ตามมาตรา 7 (2) โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องต่อศาลชั้นต้น ทั้งนี้ ประเด็นความเป็นบุตรยังไม่ได้รับการวินิจฉัย คดีกลับไปสืบพยานที่ศาลชั้นต้น

Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

A compromise that ends earlier proceedings does not decide the issues in them. Where the parties agreed only to stop, and the court entered judgment by consent without adjudicating whether the children were the plaintiff's, a fresh suit raising that question is not a re-litigation of a matter already decided and is not barred by Civil Procedure Code Section 148. Civil and Commercial Code Section 1547 makes a child born to parents who were not married to each other the legitimate child of the father in three separate cases: the parents marry afterwards, the father registers the child as his, or the court gives judgment that the child is his. The routes are independent, so a father who abandoned the registration route in the earlier case may still ask the court for judgment, and doing so is to the child's benefit. Such a suit is also not a claim connected with the execution of the earlier judgment, so Section 7 (2) does not require it to be filed in the court that gave that judgment. The consequence is procedural only: the case goes back for trial on the evidence, and paternity remains undecided.
ป.พ.พ. มาตรา 1547 บัญญัติเหตุที่ทำให้เด็กอันเกิดจากบิดามารดาที่มิได้สมรสกันเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดา 3 กรณี ได้แก่ บิดามารดาสมรสกันภายหลัง บิดาจดทะเบียนว่าเป็นบุตร หรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร แม้คดีเดิมโจทก์ไม่ติดใจจดทะเบียนเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย แต่ยังมีกรณีที่จะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายได้โดยคำพิพากษาของศาล โจทก์ฟ้องคดีนี้เพื่อขอให้ศาลพิพากษาว่าผู้เยาว์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ การที่คู่ความตกลงยุติคดีเดิมและศาลพิพากษาตามยอมโดยมิได้วินิจฉัยชี้ขาดประเด็นความเป็นบุตร ย่อมไม่เป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยแล้ว ฟ้องคดีใหม่จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148 ประกอบ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 6 ทั้งคำฟ้องเช่นนี้มิใช่คำฟ้องที่เสนอเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาในคดีเดิมอันจะต้องยื่นต่อศาลเดิมตามมาตรา 7 (2) โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องต่อศาลชั้นต้นได้ ผลของคำวินิจฉัยเป็นเรื่องวิธีพิจารณาเท่านั้น คดีย้อนกลับไปสืบพยานและประเด็นความเป็นบุตรยังไม่ได้รับการวินิจฉัย

Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 3772/2565. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3772/2565 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

English translation is being prepared and will be available soon.

แม้คดีนี้โจทก์จะฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่า ผู้เยาว์ทั้งสองเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ ให้ถอนอำนาจปกครองบุตรของจำเลย และให้จำเลยส่งมอบบุตรผู้เยาว์ทั้งสองให้แก่โจทก์อันเป็นคำขอเช่นเดียวกับคำขอในคดีเดิม ซึ่งมีประเด็นว่าผู้เยาว์ทั้งสองเป็นบุตรของโจทก์หรือไม่ และมีเหตุที่จะถอนอำนาจปกครองบุตรของจำเลยกับให้จำเลยส่งมอบบุตรผู้เยาว์ทั้งสองแก่โจทก์หรือไม่ แต่ประเด็นในคดีเดิมที่ว่า ผู้เยาว์ทั้งสองเป็นบุตรของโจทก์หรือไม่ ศาลยังมิได้วินิจฉัยชี้ขาดเนื่องจากโจทก์ตกลงไม่ติดใจจดทะเบียนบุตรผู้เยาว์ทั้งสองเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย และมิได้มีการตกลงยอมรับกันในประเด็นข้ออื่น อันพอจะถือได้ว่าศาลได้มีคำวินิจฉัยในคดีดังกล่าวแล้ว กรณีจึงเป็นเรื่องที่โจทก์และจำเลยตกลงยุติคดีไม่ดำเนินการต่อในคดีเดิมเท่านั้น ยังถือไม่ได้ว่าศาลมีคำวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นแห่งคดีในคดีเดิมแล้ว ประกอบกับ ป.พ.พ. มาตรา 1547 ได้บัญญัติถึงเหตุที่ทำให้เด็กอันเกิดจากบิดามารดาที่มิได้สมรสกันว่าจะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดาต่อเมื่อบิดามารดาได้สมรสกันในภายหลัง หรือบิดาได้จดทะเบียนว่าเป็นบุตร หรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร รวม 3 กรณีด้วยกัน ถึงแม้ว่าคดีเดิมโจทก์ไม่ติดใจจดทะเบียนผู้เยาว์ทั้งสองเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ แต่ยังมีกรณีที่ผู้เยาว์ทั้งสองจะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ได้โดยคำพิพากษาของศาล การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้เพื่อขอให้ศาลพิพากษาว่า ผู้เยาว์ทั้งสองเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ย่อมเป็นประโยชน์ต่อผู้เยาว์ทั้งสอง มิใช่การรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148 ประกอบ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 6 ฟ้องโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้ำ ทั้งคำฟ้องคดีนี้มิใช่คำฟ้องที่เสนอเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีเดิม อันจะต้องยื่นต่อศาลเดิมตาม ป.วิ.พ. มาตรา 7 (2) ประกอบ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 6 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้น โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าเด็กหญิง ต. และเด็กหญิง อ. เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ ให้ถอนอำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์ทั้งสองของจำเลย โดยให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์ทั้งสองแต่เพียงผู้เดียว และให้จำเลยส่งมอบบุตรผู้เยาว์ทั้งสองให้แก่โจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องและขอให้บังคับโจทก์จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ทั้งสองคนละ 200,000 บาท ต่อเดือน นับแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 จนถึงวันฟ้องแย้ง เป็นเวลา 35 เดือน รวมเป็นเงิน 14,000,000 บาท และให้โจทก์จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ทั้งสองคนละ 200,000 บาท ต่อเดือน นับแต่เดือนพฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไปจนกว่าบุตรผู้เยาว์ทั้งสองจะบรรลุนิติภาวะหรือจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง ระหว่างพิจารณา จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อกฎหมายเบื้องต้นว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขดำที่ พ.474/2560 และ พ.564/2560 หมายเลขแดงที่ พ.923/2560 และ พ.924/2560 ของศาลเยาวชนและครอบครัวกลางหรือไม่ โดยคู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2560 โจทก์เคยฟ้องจำเลยต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ พ.474/2560 เรื่อง รับรองบุตรผู้เยาว์ทั้งสอง ให้ถอนอำนาจปกครองบุตรของจำเลย ให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์ทั้งสองแต่เพียงผู้เดียว และให้จำเลยส่งมอบบุตรผู้เยาว์ทั้งสองแก่โจทก์ ส่วนจำเลยฟ้องโจทก์ต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2560 เป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ พ.564/2560 เรื่อง เรียกบุตรคืน ต่อมาศาลมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาคดีทั้งสองเข้าด้วยกัน และโจทก์กับจำเลยตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ศาลมีคำพิพากษาตามยอมเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2560 เป็นคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ พ.923/2560 คดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์กลับมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงมีคำสั่งงดการสืบพยานโจทก์และพยานจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยแล้วมีคำพิพากษาไปตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นที่ยุติในเบื้องต้นว่า ก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้โจทก์เคยยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ขอให้พิพากษาว่า เด็กหญิง ต. และเด็กหญิง อ. เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ ให้ถอนอำนาจปกครองบุตรของจำเลย และให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองเพียงผู้เดียว เป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ พ.474/2560 และจำเลยฟ้องโจทก์ต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลางขอให้โจทก์นำเด็กหญิง ต. คืนให้แก่จำเลย เป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ พ.564/2560 ศาลมีคำสั่งรวมการพิจารณาคดีทั้งสองสำนวนโดยต่อมาโจทก์กับจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความว่า จำเลยตกลงไม่ติดใจเรียกร้องค่าอุปการะเลี้ยงดูและค่าการศึกษาของบุตรผู้เยาว์ทั้งสอง ส่วนโจทก์ไม่ติดใจจดทะเบียนบุตรผู้เยาว์ทั้งสองเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย และศาลมีคำพิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุด คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำหรือไม่ และโจทก์มีอำนาจยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า แม้คดีนี้โจทก์จะฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าเด็กหญิง ต. และเด็กหญิง อ. เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ ให้ถอนอำนาจปกครองบุตรของจำเลย และให้จำเลยส่งมอบบุตรผู้เยาว์ทั้งสองให้แก่โจทก์อันเป็นคำขอเช่นเดียวกับคำขอในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ พ.474/2560 ของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ซึ่งมีประเด็นว่าเด็กหญิง ต. และเด็กหญิง อ. เป็นบุตรของโจทก์หรือไม่ และมีเหตุที่จะถอนอำนาจปกครองบุตรของจำเลยกับให้จำเลยส่งมอบบุตรผู้เยาว์ทั้งสองแก่โจทก์หรือไม่ แต่ประเด็นในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ พ.474/2560 ของศาลเยาวชนและครอบครัวกลางที่ว่าเด็กหญิง ต. และเด็กหญิง อ. เป็นบุตรของโจทก์หรือไม่ ศาลยังมิได้วินิจฉัยชี้ขาดเนื่องจากโจทก์ตกลงไม่ติดใจจดทะเบียนบุตรผู้เยาว์ทั้งสองเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย และมิได้มีการตกลงยอมรับกันในประเด็นข้ออื่น อันพอจะถือได้ว่าศาลได้มีคำวินิจฉัยในคดีดังกล่าวแล้ว กรณีจึงเป็นเรื่องที่โจทก์และจำเลยตกลงยุติคดีไม่ดำเนินการต่อในคดีเดิมเท่านั้น ยังถือไม่ได้ว่าศาลมีคำวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นแห่งคดีในคดีหมายเลขดำที่ พ.474/2560 หมายเลขแดงที่ พ.923/2560 ของศาลเยาวชนและครอบครัวกลางแล้ว ประกอบกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1547 ได้บัญญัติถึงเหตุที่ทำให้เด็กอันเกิดจากบิดามารดาที่มิได้สมรสกันว่าจะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดาต่อเมื่อบิดามารดาได้สมรสกันในภายหลังหรือบิดาได้จดทะเบียนว่าเป็นบุตรหรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร รวม 3 กรณีด้วยกัน ถึงแม้ว่าคดีเดิมโจทก์ไม่ติดใจจดทะเบียนเด็กหญิง ต. และเด็กหญิง อ. เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ แต่ยังมีกรณีที่เด็กหญิง ต. และเด็กหญิง อ. จะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ได้โดยคำพิพากษาของศาล การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้เพื่อขอให้ศาลพิพากษาว่าเด็กหญิง ต. และเด็กหญิง อ. เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ย่อมเป็นประโยชน์ต่อผู้เยาว์ทั้งสอง มิใช่การรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 ประกอบพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 6 ฟ้องโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้ำ ทั้งคำฟ้องคดีนี้มิใช่คำฟ้องที่เสนอเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีเดิม อันจะต้องยื่นต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลางตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 7 (2) ประกอบพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 6 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้น ที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง

Frequently Asked Questions คำถามที่พบบ่อย

What is the legal principle in Decision 3772/2565? คำพิพากษาฎีกาที่ 3772/2565 วินิจฉัยอย่างไร?

A compromise that ends earlier proceedings does not decide the issues in them. Where the parties agreed only to stop, and the court entered judgment by consent without adjudicating whether the children were the plaintiff's, a fresh suit raising that question is not a re-litigation of a matter already decided and is not barred by Civil Procedure Code Section 148. Civil and Commercial Code Section 1547 makes a child born to parents who were not married to each other the legitimate child of the father in three separate cases: the parents marry afterwards, the father registers the child as his, or the court gives judgment that the child is his. The routes are independent, so a father who abandoned the registration route in the earlier case may still ask the court for judgment, and doing so is to the child's benefit. Such a suit is also not a claim connected with the execution of the earlier judgment, so Section 7 (2) does not require it to be filed in the court that gave that judgment. The consequence is procedural only: the case goes back for trial on the evidence, and paternity remains undecided.

ป.พ.พ. มาตรา 1547 บัญญัติเหตุที่ทำให้เด็กอันเกิดจากบิดามารดาที่มิได้สมรสกันเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดา 3 กรณี ได้แก่ บิดามารดาสมรสกันภายหลัง บิดาจดทะเบียนว่าเป็นบุตร หรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร แม้คดีเดิมโจทก์ไม่ติดใจจดทะเบียนเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย แต่ยังมีกรณีที่จะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายได้โดยคำพิพากษาของศาล โจทก์ฟ้องคดีนี้เพื่อขอให้ศาลพิพากษาว่าผู้เยาว์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ การที่คู่ความตกลงยุติคดีเดิมและศาลพิพากษาตามยอมโดยมิได้วินิจฉัยชี้ขาดประเด็นความเป็นบุตร ย่อมไม่เป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยแล้ว ฟ้องคดีใหม่จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำตาม ป.วิ.พ. มาตรา 148 ประกอบ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 6 ทั้งคำฟ้องเช่นนี้มิใช่คำฟ้องที่เสนอเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาในคดีเดิมอันจะต้องยื่นต่อศาลเดิมตามมาตรา 7 (2) โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องต่อศาลชั้นต้นได้ ผลของคำวินิจฉัยเป็นเรื่องวิธีพิจารณาเท่านั้น คดีย้อนกลับไปสืบพยานและประเด็นความเป็นบุตรยังไม่ได้รับการวินิจฉัย

Did the father win his paternity case in Decision 3772/2565? คดีนี้โจทก์ชนะคดีพิสูจน์ความเป็นบุตรแล้วหรือไม่

No, and the decision does not say he did. It settles only that his suit may proceed: the earlier case had ended in a compromise which decided nothing about paternity, so the new claim is not barred, and it was properly filed in the Prachinburi court rather than the court that approved the compromise. The Supreme Court upheld the Court of Appeal's order sending the case back to the trial court to hear the evidence. Whether the girls are his children remains undecided.

ยังไม่ได้ชนะ และคำพิพากษาก็มิได้วินิจฉัยเช่นนั้น คดีนี้วินิจฉัยเพียงว่าฟ้องของโจทก์ดำเนินต่อไปได้ เพราะคดีเดิมจบลงด้วยสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งมิได้วินิจฉัยประเด็นความเป็นบุตร จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ และยื่นต่อศาลจังหวัดปราจีนบุรีได้โดยชอบ ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ให้ย้อนสำนวนไปสืบพยาน ประเด็นความเป็นบุตรจึงยังไม่ได้รับการวินิจฉัย

paternity thailand section 1547 ccc legitimisation thailand res judicata paternity

📖 Further Reading on ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline

Sebastien H. Brousseau LL.B., B.Sc. Foreign Legal Consultant
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Thai Attorney and Notary

Reviewed and annotated by qualified legal professionals with over 18 years of practice in Thai law.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.

Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content, including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis, is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Scroll to Top
WhatsApp LINE Call Book