Landmark คำพิพากษาสำคัญ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ป.พ.พ. Decision 3772/2565 คำพิพากษาที่ 3772/2565 2022 (B.E. 2565)

Father May Re-File Paternity Claim if Prior Case Ended in Settlement Rather Than Adjudication ฟ้องพิสูจน์บุตร — คดีก่อนเลิกโดยการตกลงไม่ใช่การวินิจฉัยชี้ขาด ไม่ใช่ฟ้องซ้ำ

CCC Sections: มาตรา ป.พ.พ.:

⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ

CCC §1547 lists three ways an out-of-wedlock child may be legitimised: subsequent marriage of the parents, paternal registration, or court judgment. Where a father previously sued for legitimisation by registration and dropped that claim by settlement (without the court adjudicating paternity), the dismissal is not res judicata on the paternity question. The father may re-file seeking legitimisation by court judgment — a separate route under §1547 that the prior settlement did not foreclose.

ป.พ.พ. มาตรา 1547 บัญญัติเหตุที่ทำให้เด็กอันเกิดจากบิดามารดาที่มิได้สมรสกันเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดา 3 กรณี ได้แก่ บิดามารดาสมรสกันภายหลัง บิดาจดทะเบียนว่าเป็นบุตร หรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร แม้คดีเดิมโจทก์ไม่ติดใจจดทะเบียนเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย แต่ยังมีกรณีที่จะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายได้โดยคำพิพากษาของศาล โจทก์ฟ้องคดีนี้เพื่อขอให้ศาลพิพากษาว่าผู้เยาว์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ

Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร

The plaintiff-father previously sued his children's mother seeking both a court declaration of paternity AND registration. He withdrew the registration claim by settlement; the court never adjudicated paternity. He later re-filed seeking only the §1547 court-judgment route to legitimisation. The defendant raised res judicata. The Supreme Court rejected it: the prior dismissal was a settlement, not an adjudication on paternity. §1547's three legitimisation routes (subsequent marriage, paternal registration, court judgment) are independent — abandoning one does not bar the others.
บิดาโจทก์เคยฟ้องมารดาเด็กขอให้ศาลพิพากษาว่าเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายและให้จดทะเบียน ต่อมาตกลงเลิกประเด็นจดทะเบียน ศาลไม่ได้วินิจฉัยประเด็นเป็นบุตร โจทก์ฟ้องใหม่ขอใช้ทางคำพิพากษาตามมาตรา 1547 จำเลยอ้างฟ้องซ้ำ ศาลฎีกาปฏิเสธ — คดีเดิมเลิกโดยการตกลง ไม่ใช่การวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นการเป็นบุตร เหตุทั้งสามตามมาตรา 1547 (สมรสภายหลัง จดทะเบียน คำพิพากษา) เป็นอิสระต่อกัน การเลิกเหตุหนึ่งไม่ตัดอีกเหตุ

Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

CCC §1547 lists three ways an out-of-wedlock child may be legitimised: subsequent marriage of the parents, paternal registration, or court judgment. Where a father previously sued for legitimisation by registration and dropped that claim by settlement (without the court adjudicating paternity), the dismissal is not res judicata on the paternity question. The father may re-file seeking legitimisation by court judgment — a separate route under §1547 that the prior settlement did not foreclose.
ป.พ.พ. มาตรา 1547 บัญญัติเหตุที่ทำให้เด็กอันเกิดจากบิดามารดาที่มิได้สมรสกันเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดา 3 กรณี ได้แก่ บิดามารดาสมรสกันภายหลัง บิดาจดทะเบียนว่าเป็นบุตร หรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร แม้คดีเดิมโจทก์ไม่ติดใจจดทะเบียนเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย แต่ยังมีกรณีที่จะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายได้โดยคำพิพากษาของศาล โจทก์ฟ้องคดีนี้เพื่อขอให้ศาลพิพากษาว่าผู้เยาว์เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ

Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 3772/2565. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3772/2565 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

English translation is being prepared and will be available soon.

่คำฟ้องที่เสนอเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีเดิม อันจะต้องยื่นต่อศาลเดิมตาม ป.วิ.พ. มาตรา 7 (2) ประกอบ พ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 6 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้น โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าเด็กหญิง ต. และเด็กหญิง อ. เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ ให้ถอนอำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์ทั้งสองของจำเลย โดยให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์ทั้งสองแต่เพียงผู้เดียว และให้จำเลยส่งมอบบุตรผู้เยาว์ทั้งสองให้แก่โจทก์ จำเลยให้การและฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องและขอให้บังคับโจทก์จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ทั้งสองคนละ 200,000 บาท ต่อเดือน นับแต่เดือนพฤศจิกายน 2559 จนถึงวันฟ้องแย้ง เป็นเวลา 35 เดือน รวมเป็นเงิน 14,000,000 บาท และให้โจทก์จ่ายค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ทั้งสองคนละ 200,000 บาท ต่อเดือน นับแต่เดือนพฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไปจนกว่าบุตรผู้เยาว์ทั้งสองจะบรรลุนิติภาวะหรือจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง ระหว่างพิจารณา จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อกฎหมายเบื้องต้นว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขดำที่ พ.474/2560 และ พ.564/2560 หมายเลขแดงที่ พ.923/2560 และ พ.924/2560 ของศาลเยาวชนและครอบครัวกลางหรือไม่ โดยคู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2560 โจทก์เคยฟ้องจำเลยต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลางเป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ พ.474/2560 เรื่อง รับรองบุตรผู้เยาว์ทั้งสอง ให้ถอนอำนาจปกครองบุตรของจำเลย ให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรผู้เยาว์ทั้งสองแต่เพียงผู้เดียว และให้จำเลยส่งมอบบุตรผู้เยาว์ทั้งสองแก่โจทก์ ส่วนจำเลยฟ้องโจทก์ต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2560 เป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ พ.564/2560 เรื่อง เรียกบุตรคืน ต่อมาศาลมีคำสั่งให้รวมการพิจารณาคดีทั้งสองเข้าด้วยกัน และโจทก์กับจำเลยตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ศาลมีคำพิพากษาตามยอมเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2560 เป็นคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ พ.923/2560 คดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์กลับมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ โจทก์ยื่นคำคัดค้าน ศาลชั้นต้นเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงมีคำสั่งงดการสืบพยานโจทก์และพยานจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยแล้วมีคำพิพากษาไปตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีเยาวชนและครอบครัววินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นที่ยุติในเบื้องต้นว่า ก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้โจทก์เคยยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ขอให้พิพากษาว่า เด็กหญิง ต. และเด็กหญิง อ. เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ ให้ถอนอำนาจปกครองบุตรของจำเลย และให้โจทก์เป็นผู้ใช้อำนาจปกครองเพียงผู้เดียว เป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ พ.474/2560 และจำเลยฟ้องโจทก์ต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลางขอให้โจทก์นำเด็กหญิง ต. คืนให้แก่จำเลย เป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ พ.564/2560 ศาลมีคำสั่งรวมการพิจารณาคดีทั้งสองสำนวนโดยต่อมาโจทก์กับจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความว่า จำเลยตกลงไม่ติดใจเรียกร้องค่าอุปการะเลี้ยงดูและค่าการศึกษาของบุตรผู้เยาว์ทั้งสอง ส่วนโจทก์ไม่ติดใจจดทะเบียนบุตรผู้เยาว์ทั้งสองเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย และศาลมีคำพิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุด คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำหรือไม่ และโจทก์มีอำนาจยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้นหรือไม่ เห็นว่า แม้คดีนี้โจทก์จะฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าเด็กหญิง ต. และเด็กหญิง อ. เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ ให้ถอนอำนาจปกครองบุตรของจำเลย และให้จำเลยส่งมอบบุตรผู้เยาว์ทั้งสองให้แก่โจทก์อันเป็นคำขอเช่นเดียวกับคำขอในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ พ.474/2560 ของศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ซึ่งมีประเด็นว่าเด็กหญิง ต. และเด็กหญิง อ. เป็นบุตรของโจทก์หรือไม่ และมีเหตุที่จะถอนอำนาจปกครองบุตรของจำเลยกับให้จำเลยส่งมอบบุตรผู้เยาว์ทั้งสองแก่โจทก์หรือไม่ แต่ประเด็นในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ พ.474/2560 ของศาลเยาวชนและครอบครัวกลางที่ว่าเด็กหญิง ต. และเด็กหญิง อ. เป็นบุตรของโจทก์หรือไม่ ศาลยังมิได้วินิจฉัยชี้ขาดเนื่องจากโจทก์ตกลงไม่ติดใจจดทะเบียนบุตรผู้เยาว์ทั้งสองเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย และมิได้มีการตกลงยอมรับกันในประเด็นข้ออื่น อันพอจะถือได้ว่าศาลได้มีคำวินิจฉัยในคดีดังกล่าวแล้ว กรณีจึงเป็นเรื่องที่โจทก์และจำเลยตกลงยุติคดีไม่ดำเนินการต่อในคดีเดิมเท่านั้น ยังถือไม่ได้ว่าศาลมีคำวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นแห่งคดีในคดีหมายเลขดำที่ พ.474/2560 หมายเลขแดงที่ พ.923/2560 ของศาลเยาวชนและครอบครัวกลางแล้ว ประกอบกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1547 ได้บัญญัติถึงเหตุที่ทำให้เด็กอันเกิดจากบิดามารดาที่มิได้สมรสกันว่าจะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดาต่อเมื่อบิดามารดาได้สมรสกันในภายหลังหรือบิดาได้จดทะเบียนว่าเป็นบุตรหรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร รวม 3 กรณีด้วยกัน ถึงแม้ว่าคดีเดิมโจทก์ไม่ติดใจจดทะเบียนเด็กหญิง ต. และเด็กหญิง อ. เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ แต่ยังมีกรณีที่เด็กหญิง ต. และเด็กหญิง อ. จะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ได้โดยคำพิพากษาของศาล การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้เพื่อขอให้ศาลพิพากษาว่าเด็กหญิง ต. และเด็กหญิง อ. เป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของโจทก์ย่อมเป็นประโยชน์ต่อผู้เยาว์ทั้งสอง มิใช่การรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 ประกอบพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 6 ฟ้องโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้ำ ทั้งคำฟ้องคดีนี้มิใช่คำฟ้องที่เสนอเกี่ยวเนื่องกับการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่งในคดีเดิม อันจะต้องยื่นต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลางตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 7 (2) ประกอบพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553 มาตรา 6 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยต่อศาลชั้นต้น ที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง

คำถามที่พบบ่อย เลย

What is the legal principle in Decision 3772/2565? คำพิพากษาฎีกาที่ 3772/2565 วินิจฉัยอย่างไร?

CCC §1547 lists three ways an out-of-wedlock child may be legitimised: subsequent marriage of the parents, paternal registration, or court judgment. Where a father previously sued for legitimisation by registration and dropped that claim by settlement (without the court…

ป.พ.พ. มาตรา 1547 บัญญัติเหตุที่ทำให้เด็กอันเกิดจากบิดามารดาที่มิได้สมรสกันเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของบิดา 3 กรณี ได้แก่ บิดามารดาสมรสกันภายหลัง บิดาจดทะเบียนว่าเป็นบุตร หรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตร แม้คดีเดิมโจทก์ไม่ติดใจจดทะเบียนเป็นบุตรชอบด้วย…

Which CCC section applies? มาตราใดในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่เกี่ยวข้อง?

CCC Section 1547

มาตรา 1547

paternity thailand section 1547 ccc legitimisation thailand res judicata paternity

📖 Further Reading on ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline

เซบาสเตียน เอช. บรูสโซ LL.B., B.Sc. Foreign Legal Consultant
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Thai Attorney and Notary

Reviewed and annotated by qualified legal professionals with over 18 years of practice in Thai law.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

ข้อสงวนสิทธิ์: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (รัชกิตชันนุเบกษา). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.

Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content — including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis — is the copyrighted intellectual property of ไทยลอว์ออนไลน์ and its editors, เซบาสเตียน เอช. บรูสโซ (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ไทยลอว์ออนไลน์ และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

เริ่มดำเนินคดีของคุณ
Scroll to Top