มาตรา 1547 — การที่บิดารับรองบุตร — สามช่องทาง
ตัวบทกฎหมาย
เด็กเกิดจากบิดามารดาที่มิได้สมรสกัน จะเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายต่อเมื่อบิดามารดาได้สมรสกันในภายหลังหรือบิดาได้จดทะเบียนว่าเป็นบุตรหรือศาลพิพากษาว่าเป็นบุตรมาตรา ๑๕๔๘[224] บิดาจะจดทะเบียนเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมของเด็กและมารดาเด็ก ในกรณีที่เด็กและมารดาเด็กไม่ได้มาให้ความยินยอมต่อหน้านายทะเบียนให้นายทะเบียนแจ้งการขอจดทะเบียนของบิดาไปยังเด็กและมารดาเด็ก ถ้าเด็กหรือมารดาเด็กไม่คัดค้านหรือไม่ให้ความยินยอมภายในหกสิบวันนับแต่การแจ้งนั้นถึงเด็กหรือมารดาเด็ก ให้สันนิษฐานว่าเด็กหรือมารดาเด็กไม่ให้ความยินยอม ถ้าเด็กหรือมารดาเด็กอยู่นอกประเทศไทยให้ขยายเวลานั้นเป็นหนึ่งร้อยแปดสิบวัน ในกรณีที่เด็กหรือมารดาเด็กคัดค้านว่าผู้ขอจดทะเบียนไม่ใช่บิดา หรือไม่ให้ความยินยอม หรือไม่อาจให้ความยินยอมได้ การจดทะเบียนเด็กเป็นบุตรต้องมีคำพิพากษาของศาล เมื่อศาลได้พิพากษาให้บิดาจดทะเบียนเด็กเป็นบุตรได้ และบิดาได้นำคำพิพากษาไปขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียนให้นายทะเบียนดำเนินการจดทะเบียนให้
คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
คำแปลภาษาอังกฤษ
A child born of the parents who are not married to each other is legitimate by the subsequent marriage of the parents, or by the registration made on application by the father, or by a judgment of the Court.
คำแปลนี้ยังไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงาน — โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 1547 เป็นเส้นทางจากการเป็นบุตรนอกสมรสตามมาตรา 1546 สู่ความสัมพันธ์บิดามารดา-บุตรเต็มทางกฎหมาย ช่องทางที่ 1 (สมรส) เป็นอัตโนมัติ — การจดทะเบียนสมรสกับมารดารับรองบุตรย้อนหลังตั้งแต่วันเกิด ช่องทางที่ 2 (จดทะเบียนรับรองโดยความยินยอม) เร็วและง่ายที่อำเภอ ต้องมีความยินยอมจากมารดาและจากบุตร (ถ้าอายุ 7 ปีขึ้นไป) ช่องทางที่ 3 (คำสั่งศาล) สำหรับกรณีปฏิเสธความยินยอม — มักต้องมีหลักฐาน DNA และผลประโยชน์ของบุตรเป็นสำคัญ บิดาต่างชาติมักใช้ช่องทางที่ 2 เพื่อรับสิทธิปกครอง สิทธิรับมรดกของบุตร และโอกาสสปอนเซอร์วีซ่า
ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ
สำหรับทนายความ: เมื่อให้คำแนะนำกับบิดามารดาที่ไม่ได้สมรส เน้นว่าการจดทะเบียนรับรองบุตรต้องได้รับความยินยอมจากมารดา และหากบุตรอายุเกิน 7 ปีต้องได้รับความยินยอมจากบุตรด้วย การพิพาทเรื่องความเป็นบิดาต้องใช้หลักฐาน DNA สำหรับประชาชน: ช่องทางเร็วที่สุดคือจดทะเบียนที่อำเภอ (ต้องได้รับความยินยอมจากมารดาและบุตร) หากมารดาปฏิเสธต้องฟ้องศาล
ความเป็นมาทางกฎหมาย
มาตรา 1547 ใช้บังคับมาตั้งแต่การปรับปรุง พ.ศ. 2519 พระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียม (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 ขยายช่องทางการสมรสภายหลังให้ครอบคลุมคู่รักเพศเดียวกัน บุตรที่เกิดจากคู่รักเพศเดียวกันสามารถทำให้ชอบด้วยกฎหมายได้เมื่อบิดามารดาจดทะเบียนสมรส
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 452/2553 (2010)
การทำให้บุตรชอบด้วยกฎหมายโดยการสมรสภายหลังตามมาตรา 1547 มีผลตั้งแต่วันสมรส ไม่ย้อนหลัง
ตามมาตรา 1547 บุตรที่เกิดจากบิดามารดาที่ไม่ได้สมรสกันจะเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดาเมื่อบิดามารดาสมรสกันในภายหลัง อย่างไรก็ตาม ความชอบด้วยกฎหมายมีผลตั้งแต่วันสมรส ไม่ใช่ย้อนหลังตั้งแต่เกิด
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3019/2541 (1998)
ช่องทางทำให้ชอบด้วยกฎหมายทั้งสามตามมาตรา 1547 ให้สิทธิพ่อแม่อย่างครบถ้วนเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้น
บุตรสามารถเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดาตามมาตรา 1547 ได้โดยการสมรสภายหลัง การจดทะเบียนรับรองบุตร หรือคำพิพากษาศาล เมื่อทำให้ชอบด้วยกฎหมายแล้วบุตรได้รับสิทธิพ่อแม่อย่างครบถ้วน
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
คำถามที่พบบ่อย
หากแต่งงานกับพ่อหรือแม่ของบุตรหลังจากบุตรเกิดแล้ว บุตรจะเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของทั้งสองฝ่ายโดยอัตโนมัติหรือไม่?
ใช่ ตามมาตรา 1547(1) เมื่อบิดามารดาที่ไม่ได้สมรสกันจดทะเบียนสมรสในภายหลัง บุตรจะเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของทั้งสองฝ่ายนับตั้งแต่วันที่สมรส บุตรได้รับสิทธิมรดกจากพ่อแม่ทั้งสองและมีสิทธิได้รับการอุปการะเลี้ยงดูจากทั้งสองฝ่าย