กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

131: วิธีที่ศาลจัดการคดี

คนบทกฎหมาย

คดีที่ยื่นฟ้องต่อศาลนั้นให้ศาลปฏิบัติดังนี้
(๑) คำขอซึ่งคู่ความต้องการยื่นพิจารณาคดีนั้น โดยทำเป็นคำร้องขอหรือขอด้วยวาจาก็ดีเพื่อให้ศาลมีคำสั่งหรือยกเสียซึ่งร้องขอเช่นว่าโดยทำเป็นหนังสือหรือด้วยวาจาก็ได้ แต่หากศาลมีคำสั่งด้วยวาจาให้ศาลจดคำสั่งนั้นรายงานพิสดาร
(๒) ประเด็นสำคัญของคดีพิพากษาให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดโดยทำเป็นคำพิพากษาหรือคำสั่งหรือให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความศาลพิพากษาไว้ในกรณีนี้

คำแปลภาษาไทย

ในกรณีที่มีการยื่นฟ้องต่อศาล ศาลจะดำเนินการดังต่อไปนี้:
(1) สำหรับคำร้องที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยื่นในระหว่างการดำเนินคดี ไม่ว่าจะยื่นในรูปแบบของคำร้องหรือยื่นด้วยวาจา ศาลจะต้องสั่งอนุมัติหรือปฏิเสธคำร้องนั้น ไม่ว่าจะด้วยลายลักษณ์อักษรหรือด้วยวาจา แต่ถ้าศาลสั่งด้วยวาจา ศาลจะต้องบันทึกคำสั่งนั้นไว้ในรายงานฉบับเต็ม;
(2) ในส่วนของประเด็นของคดี ศาลจะต้องตัดสินโดยออกคำพิพากษาหรือคำสั่ง หรือจะต้องตัดคดีออกจากบันทึกตามที่กำหนดไว้ในหัวข้อนี้.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

ส่วน 131 เป็นบทเปิดของลักษณะว่าด้วยการชี้ขาดการพิจารณาคดี โดยส่วนต่างๆ ของศาลเป็นสองแบบตาม (1) คำขอระหว่างการพิจารณาคอลัมน์เป็นคำร้องหรือด้วยวาจา ศาลสั่งหรือยกคำขอและคำสั่งด้วยวาจาต้องจดในรายงานพิสดารเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานตาม (2) เนื้อหาสืบสวนหรือประเด็นแห่งคดีศาลวินิจฉัยโดยทำเป็นคำศาลหรือคำสั่งหรือจำหน่ายคดีตามบทต่อไปความแตกต่างนี้สำคัญเพราะเป็นจุดแห่งการพิจารณาคดีเป็นยกการพิจารณาโดยพิจารณาจากคำคู่ความวิธีที่จะชี้ขาดตาม 131 (2) ใช่เพียงการไม่รับคำวิจารณ์ มาตรานี้อ่านประกอบมาตรา 132 และมาตรา 133

ความสำคัญต่อ

ส่วนของศาลได้วินิจฉัยประเด็นของคุณตาม 131 (2) หรือเพียงสั่งการร้องขอตาม 131 (1) ส่งผลต่อสิทธิและเสรีภาพของเอกสารควรอ่านคำสั่งทุกฉบับอย่างละเอียดหากศาลยกเซิร์ฟเวอร์หลังพิจารณาคำและเอกสารท้ายไฟล์ มักจะเป็นคำพิพากษาในเนื้อหามิใช่การไม่รับคำตัดสินซึ่งเปลี่ยนที่คุณจะทำได้ต่อไป ก่อนการพิจารณาคดีใดหรือจะให้ความสำคัญกับการปรึกษาทนายโดยเร็วเพราะเป็นศูนย์กลางความยุติธรรมเดินเร็ว

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 3278/2563 (2020)

    เมื่อศาลรับการพิจารณาคดีส่วนแพ่งแล้วยกการพิจารณาโดยพิจารณาข้อเท็จจริงในสารคดีและเอกสารท้ายคำตอบ ย่อมเป็นประเด็นตามคดีตามมาตรา 131 (2) การพิจารณาคดีในเนื้อหามิใช่การไม่รับหรือคืนคำวินิจฉัยในมาตรา 18

    ศาลชั้นต้นรับการพิจารณาคดีส่วนแพ่งนำข้อเท็จจริงในการพิจารณาและเอกสารท้ายการพิจารณามาวินิจฉัยแล้วพิจารณาคดียกศาลฎีกาพิจารณาเป็นประเด็นแห่งคดีตามมาตรา 131 (2) และถือเป็นการพิจารณาพิพากษาคดี มิใช่การไม่รับหรือคืนคำตัดสินตามมาตรา 18 ข้อมูลไม่มีการสอบสวนขึ้นศาล

  2. คำพิพากษาฎีกาที่ 9375/2559 (2016)

    การยกคำร้องเพราะผู้ร้องไม่มีความจำเป็นมาสวนสนับสนุนเป็นจุดศูนย์กลางคดีตามมาตรา 131 (2) คำร้องฉบับหลังในเหตุเดียวกันเพื่อให้ดำเนินการพิจารณาซ้ำอีกครั้งตามมาตรา 144

    ผู้ร้องขอเข้าสวมสิทธิเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาแต่ไม่มาศาลในเวลาต่อมาสวนศาลจึงยกคำร้องศาลฏีกาเห็นว่าเป็นการดำเนินการชี้ขาดคดีตามมาตรา 131 (2) คำร้องฉบับในเหตุดังกล่าวรับโอนสิทธิในเวลาเดียวกันการดำเนินการดำเนินการพิจารณาซ้ำอีกครั้งตามมาตรา 144

  3. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 4819/2566 (2023)

    มาตรา 131 และมาตรา 133 เรื่องของคอนโซลวินิจฉัยชี้ขาดประเด็นแห่งคดีที่พิพากษาจำหน่ายจากสารบบความโดยทำเป็นคำพิพากษาหรือคำสั่งในวันที่ขาดการวินิจฉัย

    เพื่อให้เหตุผลเพิกถอนขั้นตอนในการพิจารณาที่ผิดกฎเกณฑ์ของศาลฎีกาที่มีประสิทธิภาพสำหรับคดีที่ยื่นฟ้องและพิจารณาจากสารบบความ มาตรา 131 และมาตรา 133 ส่วนของศาลวินิจฉัยประเด็นโดยทำเป็นคำตัดสินหรือการดำเนินการในวันที่ไม่มีการรับฟังโดยศาลอีกครั้งและสืบสวนสอบสวนตามมาตรา 104

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 47 คดี (พ.ศ. 2493 ถึง 2566)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4819/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3278/2563 (2020)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 9375/2559 (2016)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 9835/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3532/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6927/2557 (2014)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 11417/2553 (2010)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5261/2551 (2008)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

ศาลจัดเก็บคำร้องที่ยื่นระหว่างคดีอย่างไร

ตามมาตรา 131 (1) ศาลสั่งเป็นพิเศษหรือยกคำขอเป็นพิเศษเป็นหนังสือหรือด้วยวาจาและคำสั่งด้วยวาจาต้องจดบันทึกรายงานพิสดาร

การยกฟ้องจากคำคู่ถือเป็นเนื้อหาหรือไม่

เหตุผลใช่จะทำให้ประเด็นแห่งคดีพิพากษายกฟ้องหลังพิจารณาคำตัดสินที่ชี้ขาดตามมาตรา 131 (2) มิใช่การไม่รับคำวิจารณ์

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Civil Procedure Code, s. 131 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 131. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-131/ (accessed 11 สิงหาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 131
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-131/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-131/"><p>คดีที่ยื่นต่อศาลนั้นเพื่อให้ศาลปฏิบัติดังนี้ (๑) ให้คุณขอซึ่งคู่ยื่นการพิจารณาคดีนั้น โดยทำเป็นคำร้องหรือขอด้วยวาจาที่ดีเพื่อให้ศาลมีคำสั่งหรือยกเสียซึ่งร้องขอเช่นว่าโดยทำเป็นหนังสือหรือด้วยวาจาก็ได้ในขณะที่ศาลมีคำสั่งด้วยวาจาให้ศาลจดคำสั่งนั้นรายงานพิสดาร (๒) ประเด็นแห่งคดีให้วินิจฉัยชี้ขาดโดยทำเป็นคำหรือดำเนินการหรือให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความเป็นส่วนสำคัญของเรื่องนี้</p><footer>Civil Procedure Code, s. 131 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-131/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง