146: คำพิพากษาที่ขัดกัน จะถือตามใด
คนบทกฎหมาย
ค้นหาคำพิพากษาหรือสั่งอันเป็นที่สุดของสองศาลซึ่งชั้นต่างๆกันต่าง ๆ เพื่อดำเนินการชำระหนี้อันแบ่งจากกันไม่ได้และคำตัดสินหรือคำสั่งนั้นขัดกันเพื่อถือตามคำพิพากษาหรือสั่งของศาลที่ถือถ้าศาลชั้นต้นอนุสาวรีย์หรือศาลชั้นต้นสองศาลในชั้นเดียวกันหรือศาลยุติธรรมสามารถพิพากษาได้ในการดำเนินการนี้คู่ความในการพิจารณาคดีแห่งคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นมักจะยื่นคำร้องขอต่อศาลฎีกาเพื่อเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการให้ถือตามคำพิพากษาหรือคำสั่งใด ๆ เช่นว่านี้ให้เป็น
คำแปลภาษาไทย
ในกรณีที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดจากศาลสองระดับที่แตกต่างกัน โดยแต่ละศาลพิจารณาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามภาระผูกพันที่แบ่งแยกไม่ได้ และคำพิพากษาหรือคำสั่งเหล่านั้นขัดแย้งกัน ให้ยึดถือคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลที่สูงกว่า หากศาลชั้นต้นเป็นศาลเดียวกัน หรือศาลชั้นต้นสองแห่งในระดับเดียวกัน หรือศาลอุทธรณ์ ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งดังกล่าว ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในคดีที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น มีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลระดับสูงกว่าเพื่อขอคำสั่งกำหนดว่าควรปฏิบัติตามคำพิพากษาหรือคำสั่งใด คำสั่งดังกล่าวถือเป็นที่สิ้นสุด.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 146 นักสืบไม่บ่อยที่คำตัดสินถึงที่สุดสองฉบับขัดกันที่การชำระหนี้อันแบ่งแยกไม่ได้สำหรับคำพิพากษาที่ขัดกันจากศาลในชั้นกันที่ถือตามศาลที่เพิ่มขึ้นจากสิ่งก่อสร้างเดียวกันศาลชั้นต้นสองศาลในชั้นเดียวกันหรือศาลยุติธรรม บทนี้ให้คู่ความยื่นคำต่อศาลฎีกาในการสืบค้นตามคำใดและการดำเนินการที่สุด แนวคำราชาฎีกามาตรานี้ใช้เฉพาะคำร้องถึงที่สุดที่ขัดกันจริงในการแบ่งที่แยกไม่ได้ มิใช่ทุกคู่คำพิพากษาที่จะต้องกันบทนี้เสริมกับมาตรา 145 และ 148 โดยระบบการขัดกันของผลถึงที่สุดสองฉบับ
ความสำคัญต่อ
ประธานหลักเฉพาะเมื่อคำพิพากษาถึงที่สุดสองฉบับขัดกันจริงในหนี้เดียวกันที่แบ่งแยกไม่ได้ถ้ามาจากศาลต่างชั้นให้ถือตามศาลที่ด้านในก่อนชั้นเดียวกันท่านประธานขอให้ศาลพิจารณาไปพิจารณาถือตามฉบับใดได้และคำสั่งเป็นที่สุด มาตรานี้แคบใช้เฉพาะคำตัดสินถึงที่สุดที่ขัดกันในหนี้ที่แบ่งแยกไม่ได้มิใช่คำพิพากษาสองฉบับใด ๆ ที่ค่อนข้างจะน่ารังเกียจเนื่องจากเป็นเรื่องของเทคนิคและการพิจารณารีบปรึกษาทนาย
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 674/2566 (2023)
มาตรา 146 วรรคหนึ่งใช้เฉพาะกรณีที่มีคำพิพากษาอันเป็นที่สุดของสองศาลต่างชั้นกันและแนวทางปฏิบัติในการชำระหนี้ที่แบ่งแยกจากกันไม่ได้
ศาลฎีกาเปิดเผยของมาตรา 146 วรรคหนึ่งคือการขัดกันของคำพิพากษาถึงที่สุดของสองศาลต่างชั้นในหนี้ที่แยกแบ่งชั้นไม่ได้ และวินิจฉัยว่าคำตัดสินศาลฎีกาขัดกับคำตัดสินศาลยุติธรรมในคดีสาขาชั้นบังคับคดีหรือไม่
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 3196/2567 (2024)
คู่ความที่กล่าวอ้างคำพิพากษาศาลฎีกาสองฉบับขัดกันอาจขอให้กำหนดเพื่อให้ถือตามฉบับใดตามมาตรา 146 วรรคสอง
โจทก์ดูดีคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับหนึ่งขัดกับอีกฉบับที่ตัดสินในคดีนี้ และขอตามมาตรา 146 วรรคสองเบราว์เซอร์กฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 4 วรรคสองปล่อยให้เขียนถือตามฉบับใดคดีดำเนินการขึ้นสู่ศาลฎีกาในอีกครั้ง
-
คำพิพากษาฎีกาที่ 8195/2561 (2018)
ในกรณีที่มีคำพิพากษาสองฉบับขัดกันในหนี้ที่แบ่งแยกไม่ได้คู่ความอาจอ้างมาตรา 146 ต้องถือตามคำพิพากษาฎีกาฎีกาที่ถือ
คู่ความพิพากษาคำพิพากษาเรื่องแบ่งที่ดินมรดกเป็นหนี้ที่แบ่งแยกไม่ได้และตามมาตรา 146 การพิจารณาคดีถือตามคำตัดสินศาลฎีกาที่ถือที่ดินจึงขายบังคับตามคำตัดสินศาลยุติธรรมไม่ได้ศาลพิจารณาคดีเพื่อพิจารณาว่าการพิจารณาคดีขัดกันใช้บังคับหรือไม่
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 38 คดี (พ.ศ. 2493 ถึง 2569)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 674/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 785/2560 (2017)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8383/2559 (2016)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7977/2559 (2016)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2252/2559 (2016)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 12447/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5687/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 10565/2557 (2014)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
หากคำพิพากษาถึงที่สุดสองฉบับขัดกัน
ตามมาตรา 146 หากคุณเป็นหนี้ที่แบ่งแยกไม่ได้และมาจากศาลต่างชั้นกันให้ถือตามศาลที่อาจจะเป็นชั้นเดียวกันคู่ความขอให้ศาลอุทธรณ์ไปกำหนดได้
มาตรา 146 เทศนาคำพิพากษาที่ร่วมกันทุกคู่หรือไม่
ไม่ใช้เฉพาะคำพิพากษาถึงที่สุดที่ขัดกันในการชำระหนี้อันแยกไม่ได้ใช่ทุกคู่คำพิพากษาที่ไม่เกิดขึ้นกัน
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil Procedure Code, s. 146 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 146. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-146/ (accessed 11 สิงหาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 146 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-146/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-146/"><p>ค้นหาคำพิพากษาหรือสั่งอันเป็นที่สุดของสองศาลซึ่งชั้นต่างๆกันต่าง ๆ เพื่อดำเนินการชำระหนี้อันแบ่งจากกันไม่ได้และคำตัดสินหรือคำสั่งนั้นขัดกันเพื่อถือตามคำพิพากษาหรือสั่งของศาลที่ถือถ้าศาลชั้นต้นอนุสาวรีย์หรือศาลชั้นต้นสองศาลในชั้นเดียวกันหรือศาลยุติธรรมสามารถพิพากษาได้ในการดำเนินการนี้คู่ความในการพิจารณาคดีแห่งคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นมักจะยื่นคำร้องขอต่อศาลฎีกาเพื่อเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการให้ถือตามคำพิพากษาหรือคำสั่งใด ๆ เช่นว่านี้ให้เป็น</p><footer>Civil Procedure Code, s. 146 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-146/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา