ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 179: การแก้ไขคำฟ้องหรือคำให้การ
ตัวบทกฎหมาย
โจทก์หรือจำเลยจะแก้ไขข้อหา ข้อต่อสู้ข้ออ้าง หรือข้อเถียง อันกล่าวไว้ในคำฟ้องหรือคำให้การที่เสนอต่อศาลแต่แรกก็ได้การแก้ไขนั้น โดยเฉพาะอาจเป็นการแก้ไขในข้อต่อไปนี้
(๑) เพิ่ม หรือลด จำนวนทุนทรัพย์ หรือราคาทรัพย์สินที่พิพาทในฟ้องเดิม หรือ
(๒) สละข้อหาในฟ้องเดิมเสียบางข้อ หรือเพิ่มเติมฟ้องเดิมให้บริบูรณ์โดยวิธีเสนอคำฟ้องเพิ่มเติม หรือเสนอคำฟ้องเพื่อคุ้มครองสิทธิของตนในระหว่างการพิจารณาหรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง หรือ
(๓) ยกข้อต่อสู้ขึ้นใหม่ เป็นข้อแก้ข้อหาเดิม หรือที่ยื่นภายหลัง หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้ออ้าง หรือข้อเถียงเพื่อสนับสนุนข้อหา หรือเพื่อหักล้างข้อหาของคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งแต่ห้ามมิให้คู่ความฝ่ายใดเสนอคำฟ้องใดต่อศาล ไม่ว่าโดยวิธีฟ้องเพิ่มเติมหรือฟ้องแย้ง ภายหลังที่ได้ยื่นคำฟ้องเดิมต่อศาลแล้ว เว้นแต่คำฟ้องเดิมและคำฟ้องภายหลังนี้จะเกี่ยวข้องกันพอที่จะรวมการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้
คำแปลภาษาอังกฤษ
The plaintiff or the defendant may amend the claim, the defence, the allegation, or the argument stated in the complaint or the answer originally submitted to the court. Such amendment may in particular be an amendment of the following: (1) increasing or reducing the amount of the sum in dispute or the value of the property in dispute in the original complaint; or (2) abandoning some of the claims in the original complaint, or supplementing the original complaint to make it complete by submitting a supplementary complaint, or submitting a complaint to protect one's rights during the proceedings or to enforce a judgment or order; or (3) raising a new defence to answer the original claim or one submitted later, or altering the allegation or argument in support of a claim or to rebut the claim of the other party. However, no party shall submit any complaint to the court, whether by way of a supplementary complaint or a counterclaim, after the original complaint has been submitted to the court, unless the original complaint and this later complaint are connected closely enough to be tried and adjudicated together.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 179 กำหนดขอบเขตการแก้ไขคำฟ้องหรือคำให้การ และแจกแจงการแก้ไขที่พบทั่วไป ได้แก่ การเพิ่มหรือลดทุนทรัพย์ การสละหรือเพิ่มเติมข้อหา และการยกข้อต่อสู้หรือข้ออ้างใหม่ วรรคท้ายเป็นบทควบคุม คือห้ามคู่ความเสนอคำฟ้องใหม่โดยวิธีฟ้องเพิ่มเติมหรือฟ้องแย้งภายหลังฟ้องเดิม เว้นแต่ทั้งสองเกี่ยวข้องกันพอที่จะรวมพิจารณาได้ ขอบเขตการแก้ไขตามมาตรานี้ต่างจากกำหนดเวลาและวิธีการตามมาตรา 180 และหลักประกันตามมาตรา 181 ศาลตีความเรื่องความเกี่ยวข้องอย่างกว้าง โดยอนุญาตการแก้ไขที่สืบเนื่องจากการกระทำที่ฟ้องอยู่แล้ว
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
การแก้ไขคำฟ้องเป็นเครื่องมือสำคัญ แต่มีข้อจำกัดเคร่งครัด โดยทั่วไปสามารถเพิ่มหรือลดทุนทรัพย์ สละข้อหาที่อ่อน หรือปรับข้ออ้างให้ชัดขึ้น และศาลมักอนุญาตการแก้ไขที่สืบเนื่องจากข้อเท็จจริงในคดีเดิม แต่ไม่อาจสอดข้อเรียกร้องใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาภายหลังฟ้องได้ เนื่องจากขอบเขตการแก้ไขและกำหนดเวลาเป็นคนละเรื่อง ควรวางแผนแต่เนิ่น ๆ และพิจารณาควบคู่กับมาตรา 180
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4269/2565 (2022)
เมื่อพบความเสียหายของอาคารเพิ่มขึ้น โจทก์ขอแก้ไขเพิ่มเติมคำฟ้องเดิมโดยเพิ่มทุนทรัพย์ที่พิพาทได้ และเพราะฟ้องเดิมกับฟ้องภายหลังเกี่ยวข้องกันพอที่จะรวมพิจารณาได้ การแก้ไขจึงชอบด้วยมาตรา 179 (1) (2) และวรรคท้าย ประกอบมาตรา 180
หลังวิศวกรตรวจพบความเสียหายของอาคารเรียนเพิ่มขึ้นก่อนวันสืบพยาน ศาลวินิจฉัยว่าการขอแก้ไขเพิ่มทุนทรัพย์ชอบแล้ว เพราะฟ้องเดิมกับฟ้องภายหลังเกี่ยวข้องกันพอที่จะรวมพิจารณาได้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3365/2558 (2015)
การแก้ไขคำฟ้องที่สืบเนื่องจากการกระทำตามฟ้องเดิมเป็นการแก้ไขที่เกี่ยวกับฟ้องเดิม พอที่จะรวมพิจารณาและชี้ขาดได้ตามมาตรา 179 หาจำต้องจำกัดเฉพาะการสละข้อหาในฟ้องเดิมบางข้อหรือเพิ่มเติมฟ้องให้บริบูรณ์ไม่
โจทก์ซึ่งไม่อาจนำที่ดินพิพาทในเขตปฏิรูปที่ดินมาใช้ได้ ขอแก้ไขเรียกค่าเสียหายที่สืบเนื่องจากการกระทำเดิม ศาลวินิจฉัยว่าการแก้ไขเกี่ยวกับฟ้องเดิมและอนุญาตได้โดยชอบ ไม่ตีความการแก้ไขอย่างแคบ
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8036/2561 (2018)
เมื่อศาลรับคำฟ้องเกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ไว้พิจารณาโดยชอบแล้ว การที่โจทก์แก้ไขเพิ่มเติมฟ้องโดยเพิ่มข้อหาละเมิดและไม่ได้ขอให้บังคับโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์อีก เป็นเพียงเหตุเปลี่ยนแปลงในพฤติการณ์ ย่อมไม่ตัดอำนาจของศาลที่รับฟ้องไว้แล้วที่จะพิจารณาและชี้ขาดตัดสินคดีนั้นต่อไปตามมาตรา 173 วรรคสอง (2)
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน 10 แปลง ต่อมาแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องเพิ่มข้อหาละเมิดโดยไม่ได้ขอให้บังคับโอนกรรมสิทธิ์อีก ซึ่งศาลฎีกาได้เคยพิพากษาให้ศาลชั้นต้นรับคำฟ้องที่ขอแก้ไขเพิ่มเติมไว้พิจารณารวมกับคำฟ้องเดิมแล้ว แต่ศาลชั้นต้นกลับหยิบยกเรื่องเขตอำนาจศาลขึ้นพิจารณาและพิพากษายกฟ้องเพราะเหตุการแก้ไขคำฟ้องนั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น และศาลฎีกาพิพากษายืน โดยวินิจฉัยว่าเป็นเพียงเหตุเปลี่ยนแปลงในพฤติการณ์ซึ่งไม่ตัดอำนาจศาลชั้นต้นตามมาตรา 173 วรรคสอง (2) คงแก้ไขเพียงคำสั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียม
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 137 คดี (พ.ศ. 2493 ถึง 2565)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4269/2565 (2022)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 500-501/2565 (2022)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3202/2559 (2016)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 15722/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 12437/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 10811/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3365/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 11902/2557 (2014)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ฟ้องแล้วขอเพิ่มหรือลดจำนวนเงินที่เรียกร้องได้หรือไม่
ได้ มาตรา 179 (1) อนุญาตให้เพิ่มหรือลดจำนวนทุนทรัพย์หรือราคาทรัพย์สินที่พิพาทในฟ้องเดิมได้ ภายใต้กำหนดเวลาและวิธีการตามมาตรา 180 และ 181
เพิ่มข้อเรียกร้องใหม่หลังฟ้องแล้วได้หรือไม่
ได้เฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับฟ้องเดิมพอที่จะรวมพิจารณาได้ ข้อเรียกร้องใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องเพิ่มโดยการแก้ไขหรือฟ้องแย้งไม่ได้ ต้องแยกฟ้องต่างหาก
การแก้ไขจำกัดเฉพาะการสละข้อหาหรือเพิ่มเติมฟ้องให้บริบูรณ์เท่านั้นหรือไม่
ไม่ ศาลวินิจฉัยว่าการแก้ไขไม่ได้จำกัดเพียงเท่านั้น การแก้ไขที่สืบเนื่องจากข้อเท็จจริงที่ฟ้องอยู่แล้วและเกี่ยวกับฟ้องเดิมย่อมอนุญาตได้
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 179 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 179. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-179/ (accessed 1 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 179 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-179/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-179/"><p>โจทก์หรือจำเลยจะแก้ไขข้อหา ข้อต่อสู้ข้ออ้าง หรือข้อเถียง อันกล่าวไว้ในคำฟ้องหรือคำให้การที่เสนอต่อศาลแต่แรกก็ได้การแก้ไขนั้น โดยเฉพาะอาจเป็นการแก้ไขในข้อต่อไปนี้ (๑) เพิ่ม หรือลด จำนวนทุนทรัพย์ หรือราคาทรัพย์สินที่พิพาทในฟ้องเดิม หรือ (๒) สละข้อหาในฟ้องเดิมเสียบางข้อ หรือเพิ่มเติมฟ้องเดิมให้บริบูรณ์โดยวิธีเสนอคำฟ้องเพิ่มเติม หรือเสนอคำฟ้องเพื่อคุ้มครองสิทธิของตนในระหว่างการพิจารณาหรือเพื่อบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง หรือ (๓) ยกข้อต่อสู้ขึ้นใหม่ เป็นข้อแก้ข้อหาเดิม หรือที่ยื่นภายหลัง หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้ออ้าง หรือข้อเถียงเพื่อสนับสนุนข้อหา หรือเพื่อหักล้างข้อหาของคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งแต่ห้ามมิให้คู่ความฝ่ายใดเสนอคำฟ้องใดต่อศาล ไม่ว่าโดยวิธีฟ้องเพิ่มเติมหรือฟ้องแย้ง ภายหลังที่ได้ยื่นคำฟ้องเดิมต่อศาลแล้ว เว้นแต่คำฟ้องเดิมและคำฟ้องภายหลังนี้จะเกี่ยวข้องกันพอที่จะรวมการพิจารณาและชี้ขาดตัดสินเข้าด้วยกันได้</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 179 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-179/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา