ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 181: หลักประกันในการแก้ไขคำคู่ความ
ตัวบทกฎหมาย
เว้นแต่ในกรณีที่คำร้องนั้นอาจทำได้แต่ฝ่ายเดียว
(๑) ห้ามไม่ให้มีคำสั่งยอมรับการแก้ไข เว้นแต่จะได้ส่งสำเนาคำร้องให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งทราบล่วงหน้าอย่างน้อยสามวัน ก่อนกำหนดนัดพิจารณาคำร้องนั้น
(๒) ห้ามมิให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งชี้ขาดในประเด็นที่คู่ความได้แก้ไขคำฟ้อง หรือคำให้การ เว้นแต่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งจะได้มีโอกาสบริบูรณ์ในอันที่จะตรวจโต้แย้งและหักล้างข้อหาหรือข้อต่อสู้ใหม่ หรือข้ออ้าง หรือข้อเถียงใหม่ที่กล่าวไว้ในคำร้องขอแก้ไขนั้น
คำแปลภาษาอังกฤษ
Except in a case where the motion may be made by one party only: (1) the court shall not order acceptance of the amendment unless a copy of the motion has been served on the other party in advance at least three days before the date fixed for hearing that motion; (2) the court shall not give judgment or a ruling on an issue on which a party has amended the complaint or the answer, unless the other party has had a full opportunity to examine, contest, and rebut the new claim or new defence, or the new allegation or argument, stated in the motion for amendment.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 181 คุ้มครองความเป็นธรรมในการต่อสู้คดีเมื่อมีการแก้ไขคำคู่ความตามมาตรา 179 และ 180 มีหลักประกันสองประการ ประการแรก เว้นแต่คำร้องที่อาจทำได้แต่ฝ่ายเดียว ศาลจะยอมรับการแก้ไขไม่ได้หากไม่ได้ส่งสำเนาคำร้องให้อีกฝ่ายทราบล่วงหน้าอย่างน้อยสามวันก่อนวันนัด ประการที่สอง ศาลจะวินิจฉัยประเด็นที่แก้ไขไม่ได้จนกว่าอีกฝ่ายจะมีโอกาสบริบูรณ์ในการตรวจโต้แย้งและหักล้างข้อใหม่ การฝ่าฝืนเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ มักพิจารณาร่วมกับมาตรา 21 และอาจทำให้ศาลสูงเพิกถอนคำสั่งอนุญาต
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
หากคู่ความอีกฝ่ายขอแก้ไข ควรยืนยันสิทธิที่จะได้รับสำเนาและโอกาสในการโต้แย้งอย่างเพียงพอ เพราะไม่ใช่เพียงพิธีการ คำสั่งที่ยอมรับการแก้ไขโดยไม่ส่งสำเนาล่วงหน้าสามวัน หรือคำพิพากษาในประเด็นที่แก้ไขก่อนที่อีกฝ่ายจะได้หักล้าง อาจถูกเพิกถอนในชั้นอุทธรณ์ ในทางกลับกัน หากเป็นฝ่ายขอแก้ไข ควรดูให้มีการส่งสำเนาและให้อีกฝ่ายได้ชี้แจง เพื่อไม่ให้การแก้ไขถูกเพิกถอนภายหลังเพราะผิดระเบียบ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1347/2557 (2014)
เมื่อโจทก์แก้ไขคำฟ้อง มาตรา 181 (2) ให้สิทธิจำเลยที่จะขอแก้ไขคำให้การเพื่อหักล้างข้ออ้างใหม่ของโจทก์ จำเลยที่ไม่ใช้โอกาสนั้นและยินยอมให้ดำเนินคดีต่อไป ย่อมคงเหลือเพียงข้อต่อสู้เดิม
หลังโจทก์แก้ไขคำฟ้องส่วนค่าเสียหาย จำเลยชอบที่จะขอแก้ไขคำให้การตามมาตรา 181 (2) แต่ไม่ยื่น และยินยอมให้สืบพยานจนเสร็จในวันนั้น ศาลถือว่าจำเลยยังคงต่อสู้ตามข้อเดิม
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5598/2551 (2008)
การขอแก้ไขชื่อกรรมการผู้มีอำนาจของโจทก์ที่พิมพ์อักษรบางตัวผิดในคำฟ้องให้ถูกต้องตรงตามความจริง เป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อย ซึ่งกระทำได้แต่ฝ่ายเดียวตามมาตรา 21 (2) และมาตรา 181 (1) ศาลไม่จำต้องส่งสำเนาคำร้องให้จำเลยทราบล่วงหน้าหรือให้จำเลยมีโอกาสคัดค้าน
โจทก์ขอแก้ไขชื่อกรรมการผู้มีอำนาจซึ่งเป็นผู้มอบอำนาจที่พิมพ์อักษรบางตัวผิดในคำฟ้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลภาษีอากรฯ มาตรา 17 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 21 (2) และมาตรา 181 (1) ว่าเป็นการแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยซึ่งกระทำได้แต่ฝ่ายเดียว โดยไม่ต้องส่งสำเนาให้จำเลยทราบล่วงหน้าและไม่ต้องให้จำเลยมีโอกาสคัดค้าน เมื่อฟังได้ว่ากรรมการผู้นั้นเป็นผู้มอบอำนาจจริง โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 551/2550 (2007)
แม้ศาลจะยังมิได้ปฏิบัติตามมาตรา 181 (1) โดยเคร่งครัดก่อนมีคำสั่ง ก็ยังอนุญาตให้แก้ไขได้ หากคำร้องขอแก้ไขยื่นภายในกำหนดตามมาตรา 180 อีกฝ่ายไม่เสียเปรียบ และยังสามารถนำสืบคดีของตนได้
ผู้คัดค้านยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมคำคัดค้านในประเด็นอายุความภายในกำหนดตามมาตรา 180 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามีเหตุสมควรอนุญาตให้แก้ไข เพราะประเด็นที่ขอแก้ไขเป็นประเด็นเดียวกับที่ผู้คัดค้านต่อสู้ไว้เดิม เพียงเปลี่ยนวันที่รู้ถึงมูลเหตุแห่งการเพิกถอนเท่านั้น และผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฝ่ายตรงข้ามยังสามารถนำสืบได้ว่าคดีของตนไม่ขาดอายุความเพราะเหตุใด จึงไม่ทำให้ผู้ร้องเสียเปรียบ
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 27 คดี (พ.ศ. 2497 ถึง 2558)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 15722/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1347/2557 (2014)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5598/2551 (2008)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6975/2549 (2006)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8910/2544 (2001)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7206/2544 (2001)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2403-2430/2543 (2000)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6843/2539 (1996)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ต้องแจ้งคำร้องขอแก้ไขให้อีกฝ่ายทราบหรือไม่
ต้อง เว้นแต่เป็นคำร้องที่ทำได้แต่ฝ่ายเดียว ตามมาตรา 181 (1) ศาลจะยอมรับการแก้ไขไม่ได้ หากไม่ส่งสำเนาให้อีกฝ่ายล่วงหน้าอย่างน้อยสามวันก่อนวันนัด
ศาลวินิจฉัยประเด็นที่แก้ไขได้ทันทีหรือไม่
ไม่ได้ มาตรา 181 (2) ห้ามศาลวินิจฉัยประเด็นที่แก้ไข จนกว่าอีกฝ่ายจะมีโอกาสบริบูรณ์ในการตรวจโต้แย้งและหักล้างข้อหา ข้อต่อสู้ หรือข้ออ้างใหม่
หากไม่ปฏิบัติตามหลักประกันนี้จะเป็นอย่างไร
คำสั่งที่ยอมรับการแก้ไขอาจเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบและถูกเพิกถอนได้ โดยมักพิจารณาร่วมกับมาตรา 21 โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้รับโอกาสโต้แย้ง
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil Procedure Code, s. 181 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 181. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-181/ (accessed 1 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 181 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-181/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-181/"><p>เว้นแต่ในกรณีที่คำร้องนั้นอาจทำได้แต่ฝ่ายเดียว (๑) ห้ามไม่ให้มีคำสั่งยอมรับการแก้ไข เว้นแต่จะได้ส่งสำเนาคำร้องให้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งทราบล่วงหน้าอย่างน้อยสามวัน ก่อนกำหนดนัดพิจารณาคำร้องนั้น (๒) ห้ามมิให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งชี้ขาดในประเด็นที่คู่ความได้แก้ไขคำฟ้อง หรือคำให้การ เว้นแต่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งจะได้มีโอกาสบริบูรณ์ในอันที่จะตรวจโต้แย้งและหักล้างข้อหาหรือข้อต่อสู้ใหม่ หรือข้ออ้าง หรือข้อเถียงใหม่ที่กล่าวไว้ในคำร้องขอแก้ไขนั้น</p><footer>Civil Procedure Code, s. 181 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-181/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา