21 — คำขอ คำร้อง และสิทธิคัดค้าน
คนบทกฎหมาย
เมื่อคู่ความฝ่ายใดเสนอคำขอหรือคำแถลงต่อศาล
(๑) ถ้าประมวลกฎหมายนี้มิได้บัญญัติว่า คำขอหรือคำแถลงจะต้องทำเป็นคำร้องหรือเป็นหนังสือ ก็ให้ศาลมีอำนาจที่จะยอมรับคำขอหรือคำแถลงที่คู่ความได้ทำในศาลด้วยวาจาได้ แต่ศาลต้องจดข้อความนั้นลงไว้ในรายงาน หรือจะกำหนดให้คู่ความฝ่ายนั้นยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องหรือยื่นคำแถลงเป็นหนังสือก็ได้ แล้วแต่ศาลจะเห็นสมควร
(๒) ถ้าประมวลกฎหมายนี้มิได้บัญญัติไว้ว่า คำขออันใดจะทำได้แต่ฝ่ายเดียว ห้ามมิให้ศาลทำคำสั่งในเรื่องนั้น ๆ โดยมิให้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือคู่ความอื่น ๆ มีโอกาสคัดค้านก่อน แต่ทั้งนี้ ต้องอยู่ในบังคับแห่งบทบัญญัติของประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยการขาดนัด
(๓) ถ้าประมวลกฎหมายนี้บัญญัติไว้ว่า คำขออันใดอาจทำได้แต่ฝ่ายเดียวแล้ว ให้ศาลมีอำนาจที่จะฟังคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งหรือคู่ความอื่น ๆ ก่อนออกคำสั่งในเรื่องนั้น ๆ ได้ เว้นแต่ในกรณีที่คำขอนั้นเป็นเรื่องขอหมายเรียกให้ให้การ หรือเพื่อยึดหรืออายัดทรัพย์สินก่อนคำพิพากษา หรือเพื่อให้ออกหมายบังคับ หรือเพื่อจับหรือกักขังจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษา
(๔) ถ้าประมวลกฎหมายนี้มิได้บัญญัติไว้ว่าศาลต้องออกคำสั่งอนุญาตตามคำขอที่ได้เสนอต่อศาลนั้นโดยไม่ต้องทำการไต่สวนแล้ว ก็ให้ศาลมีอำนาจทำการไต่สวนได้ตามที่เห็นสมควรก่อนมีคำสั่งตามคำขอนั้นในกรณีเรื่องใดที่ศาลอาจออกคำสั่งได้เองหรือต่อเมื่อคู่ความมีคำขอ ให้ใช้บทบัญญัติอนุมาตรา
(๒),
(๓) และ
(๔) แห่งมาตรานี้บังคับในกรณีเรื่องใดที่คู่ความไม่มีอำนาจขอให้ศาลมีคำสั่ง แต่หากศาลอาจมีคำสั่งในกรณีเรื่องนั้นได้เอง ให้ศาลมีอำนาจภายในบังคับบทบัญญัติแห่งมาตรา ๑๐๓ และ ๑๘๑
(๒) ที่จะงดฟังคู่ความหรืองดทำการไต่สวนก่อนออกคำสั่งได้
คำแปลภาษาไทย
When any party submits an application or a statement to the court:
(1) if this Code does not provide that the application or statement must be made in the form of a motion or in writing, the court has the power to accept the application or statement that the party has made orally in court, but the court must record such content in the report; or the court may require that party to submit the application in the form of a motion, or to submit the statement in writing, as the court thinks fit;
(2) if this Code does not provide that any application may be made ex parte, the court is prohibited from making an order in such matter without first giving the other party or other parties an opportunity to object; but this is subject to the provisions of this Code concerning default;
(3) if this Code provides that any application may be made ex parte, the court has the power to hear the other party or other parties before making its order in such matter, except in the case where the application is a matter of requesting a summons to file a defence, or to seize or attach property before judgment, or to have a writ of execution issued, or to arrest or detain the defendant or the judgment debtor;
(4) if this Code does not provide that the court must make an order granting an application submitted to it without holding an inquiry, the court has the power to hold an inquiry as it thinks fit before making its order on that application.
In any matter in which the court may make an order of its own motion, or only upon the application of a party, the provisions of sub-sections (2), (3) and (4) of this section shall apply. In any matter in which a party has no power to apply for a court order, but in which the court may make an order in that matter of its own motion, the court shall have the power, subject to sections 103 and 181(2), to dispense with hearing the parties or with holding an inquiry before making its order.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 21 เป็นบทวิธีพิจารณาทั่วไปในหมวด 3 ที่กำหนดรูปแบบของคำขอและหลักการฟังความสองฝ่าย อนุมาตรา (1) ให้ทำคำขอด้วยวาจาได้เมื่อไม่ต้องทำเป็นหนังสือ แต่ต้องจดไว้ อนุมาตรา (2) วางหลักว่าห้ามศาลสั่งตามคำขอโดยไม่ฟังอีกฝ่าย เว้นแต่เรื่องการขาดนัด อนุมาตรา (3) ว่าด้วยคำขอที่ทำฝ่ายเดียวได้จริง โดยศาลจะฟังอีกฝ่ายก่อนก็ได้แต่ไม่จำต้องฟัง เว้นแต่เรื่องเร่งด่วนที่ระบุไว้ เช่น การยึดหรืออายัดก่อนพิพากษา การออกหมายบังคับคดี หรือการจับกักขังจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษา ซึ่งต้องอาศัยการไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว อนุมาตรา (4) คงดุลพินิจของศาลที่จะไต่สวนก่อนมีคำสั่ง วรรคท้ายขยาย (2) (3) และ (4) ไปยังเรื่องที่ศาลสั่งได้เอง และสำหรับเรื่องที่เป็นอำนาจของศาลเองล้วน ให้งดฟังคู่ความหรืองดไต่สวนได้ภายใต้บังคับมาตรา 103 และ 181 (2)
ความสำคัญต่อ
บทเรียนในทางปฏิบัติคือ ในกรณีส่วนใหญ่อีกฝ่ายมีสิทธิคัดค้านก่อนศาลมีคำสั่ง ท่านจึงควรส่งสำเนาคำร้องและเปิดโอกาสให้เขาคัดค้าน การข้ามขั้นตอนนี้อาจทำให้คำสั่งถูกเพิกถอน ข้อยกเว้นที่แคบคือมาตรการเร่งด่วนที่ต้องไม่ให้รู้ตัว เช่น การอายัดก่อนพิพากษาหรือการออกหมายบังคับคดี ซึ่งทำฝ่ายเดียวได้ การรู้ว่าคำขอของท่านอยู่ประเภทใดกำหนดวิธีและเวลาในการยื่น หากไม่แน่ใจควรปรึกษาทนายความเรื่องขั้นตอนที่ถูกต้อง
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2674/2565 (2022)
คำร้องขอให้ศาลถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามมาตรา 357 มิใช่คำร้องที่ประมวลกฎหมายให้ทำได้แต่ฝ่ายเดียว ตามมาตรา 21 (2) ศาลจึงสั่งโดยไม่ให้อีกฝ่ายมีโอกาสคัดค้านก่อนไม่ได้
เจ้าหนี้ตามคำพิพากษายื่นคำร้องขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของลูกหนี้ตามคำพิพากษาตามมาตรา 357 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเป็นคำร้องที่ประมวลกฎหมายมิได้บัญญัติว่าให้ทำได้แต่ฝ่ายเดียว มาตรา 21 (2) จึงห้ามศาลสั่งโดยไม่ให้อีกฝ่ายมีโอกาสคัดค้านก่อน
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2280/2559 (2016)
ตามมาตรา 21 (4) หากศาลเห็นว่าข้อเท็จจริงแห่งคดีเพียงพอที่จะวินิจฉัยคำขอได้แล้ว ก็ไม่จำต้องไต่สวนคำขอก่อนมีคำสั่ง
ในคำร้องขอให้งดการบังคับคดี ศาลวินิจฉัยว่าเมื่อข้อเท็จจริงในสำนวนเพียงพอที่จะวินิจฉัยคำร้องได้ ก็ไม่จำต้องไต่สวน โดยนำพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ มาตรา 26 ประกอบมาตรา 21 (4) มาใช้ ดุลพินิจที่จะงดไต่สวนเป็นของศาลเมื่อข้อเท็จจริงเพียงพอ
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2742/2559 (2016)
เมื่อคำร้องมิใช่คำขอที่ประมวลกฎหมายบัญญัติให้ทำได้แต่ฝ่ายเดียวตามมาตรา 21 (2) การดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำสั่งโดยไม่ส่งสำเนาคำร้องให้คู่ความอีกฝ่ายย่อมไม่ชอบ และเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยที่ศาลสูงยกขึ้นวินิจฉัยเองได้
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตามคำร้องของผู้ร้องโดยไม่ส่งสำเนาคำร้องให้โจทก์และจำเลยที่ 2 ทั้งที่คำร้องมิใช่คำขอที่ทำได้แต่ฝ่ายเดียวตามมาตรา 21 (2) ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการดำเนินกระบวนพิจารณาและมีคำสั่งเช่นนั้นไม่ชอบ และเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามมาตรา 142 (5)
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
ศาลสั่งตามคำร้องโดยไม่ฟังอีกฝ่ายได้หรือไม่?
โดยทั่วไปไม่ได้ มาตรา 21 (2) ห้ามศาลสั่งตามคำขอโดยไม่ให้อีกฝ่ายมีโอกาสคัดค้านก่อน เว้นแต่ประมวลกฎหมายให้ทำคำขอนั้นฝ่ายเดียวได้
คำขอใดทำฝ่ายเดียวได้?
คำขอที่ประมวลกฎหมายอนุญาต และมาตรา 21 (3) ระบุเรื่องเร่งด่วนไว้ เช่น การยึดหรืออายัดก่อนพิพากษา การออกหมายบังคับคดี และการจับหรือกักขังจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษา
คำขอต้องทำเป็นหนังสือเสมอหรือไม่?
ไม่ ตามมาตรา 21 (1) หากประมวลกฎหมายไม่ได้กำหนดให้ทำเป็นคำร้องหรือหนังสือ ศาลรับคำขอด้วยวาจาในศาลได้ แต่ต้องจดข้อความนั้นไว้ในรายงาน