ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา · ใบอนุญาตทนายความเลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) WhatsApp

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 206: ชนะเพราะขาดนัดอย่างเดียวไม่ได้

ตัวบทกฎหมาย

คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะร้องต่อศาลให้วินิจฉัยชี้ขาดคดีให้ตนเป็นฝ่ายชนะโดยอาศัยเหตุแต่เพียงว่าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งขาดนัดพิจารณานั้นหาได้ไม่ ให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดคดีให้คู่ความที่มาศาลเป็นฝ่ายชนะต่อเมื่อศาลเห็นว่าข้ออ้างของคู่ความเช่นว่านี้มีมูลและไม่ขัดต่อกฎหมาย ในการนี้ ศาลจะยกขึ้นอ้างโดยลำพัง ซึ่งข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนก็ได้
เพื่อประโยชน์ในการวินิจฉัยชี้ขาดคดีตามวรรคหนึ่ง ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๙๘ ทวิ วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคับแก่คดีของคู่ความฝ่ายที่มาศาลโดยอนุโลม
ในระหว่างการพิจารณาคดีฝ่ายเดียว ถ้าคู่ความฝ่ายที่ขาดนัดพิจารณามาศาลภายหลังที่เริ่มต้นสืบพยานไปบ้างแล้ว และแจ้งต่อศาลในโอกาสแรกว่าตนประสงค์จะดำเนินคดี เมื่อศาลเห็นว่าการขาดนัดพิจารณานั้นมิได้เป็นไปโดยจงใจหรือมีเหตุอันสมควรและศาลไม่เคยมีคำสั่งให้พิจารณาคดีใหม่ตามคำขอของคู่ความฝ่ายนั้นมาก่อนตามมาตรา ๑๙๙ ตรี ซึ่งให้นำมาใช้บังคับกับการขาดนัดพิจารณาตามมาตรา ๒๐๗ ด้วย ให้ศาลมีคำสั่งให้พิจารณาคดีนั้นใหม่ ในกรณีเช่นนี้ หากคู่ความนั้นขาดนัดพิจารณาอีก จะขอให้พิจารณาคดีใหม่ตามมาตรานี้ไม่ได้
ในกรณีตามวรรคสาม ถ้าคู่ความฝ่ายที่ขาดนัดพิจารณามิได้แจ้งต่อศาลก็ดีหรือศาลเห็นว่าการขาดนัดพิจารณานั้นเป็นไปโดยจงใจหรือไม่มีเหตุอันสมควรก็ดี หรือคำขอให้พิจารณาคดีใหม่นั้นต้องห้ามตามกฎหมายก็ดี ให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป แต่
(๑) ห้ามไม่ให้ศาลอนุญาตให้คู่ความที่ขาดนัดพิจารณานำพยานเข้าสืบถ้าคู่ความนั้นมาศาลเมื่อพ้นเวลาที่จะนำพยานของตนเข้าสืบแล้ว
(๒) ถ้าคู่ความที่ขาดนัดพิจารณามาศาลเมื่อคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งได้นำพยานหลักฐานเข้าสืบไปแล้ว ห้ามไม่ให้ศาลยอมให้คู่ความที่ขาดนัดพิจารณาคัดค้านพยานหลักฐานเช่นว่านั้น โดยวิธีถามค้านพยานของคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งที่ได้สืบไปแล้วหรือโดยวิธีคัดค้านการระบุเอกสารหรือคัดค้านคำขอที่ให้ศาลไปทำการตรวจหรือให้ตั้งผู้เชี่ยวชาญของศาล แต่ถ้าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งนำพยานหลักฐานเข้าสืบยังไม่บริบูรณ์ ให้ศาลอนุญาตให้คู่ความที่ขาดนัดพิจารณาหักล้างได้แต่เฉพาะพยานหลักฐานที่นำสืบภายหลังที่ตนมาศาล
(๓) ในกรณีเช่นนี้ คู่ความที่ขาดนัดพิจารณาไม่มีสิทธิที่จะร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่

คำแปลภาษาอังกฤษ

คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะร้องต่อศาลให้วินิจฉัยชี้ขาดคดีให้ตนเป็นฝ่ายชนะโดยอาศัยเหตุแต่เพียงว่าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งขาดนัดพิจารณานั้นหาได้ไม่ ให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดคดีให้คู่ความที่มาศาลเป็นฝ่ายชนะต่อเมื่อศาลเห็นว่าข้ออ้างของคู่ความเช่นว่านี้มีมูลและไม่ขัดต่อกฎหมาย ในการนี้ ศาลจะยกขึ้นอ้างโดยลำพัง ซึ่งข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนก็ได้
เพื่อประโยชน์ในการวินิจฉัยชี้ขาดคดีตามวรรคหนึ่ง ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๙๘ ทวิ วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคับแก่คดีของคู่ความฝ่ายที่มาศาลโดยอนุโลม
ในระหว่างการพิจารณาคดีฝ่ายเดียว ถ้าคู่ความฝ่ายที่ขาดนัดพิจารณามาศาลภายหลังที่เริ่มต้นสืบพยานไปบ้างแล้ว และแจ้งต่อศาลในโอกาสแรกว่าตนประสงค์จะดำเนินคดี เมื่อศาลเห็นว่าการขาดนัดพิจารณานั้นมิได้เป็นไปโดยจงใจหรือมีเหตุอันสมควรและศาลไม่เคยมีคำสั่งให้พิจารณาคดีใหม่ตามคำขอของคู่ความฝ่ายนั้นมาก่อนตามมาตรา ๑๙๙ ตรี ซึ่งให้นำมาใช้บังคับกับการขาดนัดพิจารณาตามมาตรา ๒๐๗ ด้วย ให้ศาลมีคำสั่งให้พิจารณาคดีนั้นใหม่ ในกรณีเช่นนี้ หากคู่ความนั้นขาดนัดพิจารณาอีก จะขอให้พิจารณาคดีใหม่ตามมาตรานี้ไม่ได้
ในกรณีตามวรรคสาม ถ้าคู่ความฝ่ายที่ขาดนัดพิจารณามิได้แจ้งต่อศาลก็ดีหรือศาลเห็นว่าการขาดนัดพิจารณานั้นเป็นไปโดยจงใจหรือไม่มีเหตุอันสมควรก็ดี หรือคำขอให้พิจารณาคดีใหม่นั้นต้องห้ามตามกฎหมายก็ดี ให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป แต่
(๑) ห้ามไม่ให้ศาลอนุญาตให้คู่ความที่ขาดนัดพิจารณานำพยานเข้าสืบถ้าคู่ความนั้นมาศาลเมื่อพ้นเวลาที่จะนำพยานของตนเข้าสืบแล้ว
(๒) ถ้าคู่ความที่ขาดนัดพิจารณามาศาลเมื่อคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งได้นำพยานหลักฐานเข้าสืบไปแล้ว ห้ามไม่ให้ศาลยอมให้คู่ความที่ขาดนัดพิจารณาคัดค้านพยานหลักฐานเช่นว่านั้น โดยวิธีถามค้านพยานของคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งที่ได้สืบไปแล้วหรือโดยวิธีคัดค้านการระบุเอกสารหรือคัดค้านคำขอที่ให้ศาลไปทำการตรวจหรือให้ตั้งผู้เชี่ยวชาญของศาล แต่ถ้าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งนำพยานหลักฐานเข้าสืบยังไม่บริบูรณ์ ให้ศาลอนุญาตให้คู่ความที่ขาดนัดพิจารณาหักล้างได้แต่เฉพาะพยานหลักฐานที่นำสืบภายหลังที่ตนมาศาล
(๓) ในกรณีเช่นนี้ คู่ความที่ขาดนัดพิจารณาไม่มีสิทธิที่จะร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 206 เป็นหลักประกันสำคัญของการพิจารณาคดีฝ่ายเดียวตามมาตรา 202 และ 204 วรรคหนึ่งห้ามชนะเพราะขาดนัดอย่างเดียวและต้องมีมูล ทั้งให้ศาลยกข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยขึ้นเองได้ วรรคสองนำมาตรา 198 ทวิ วรรคสองและสาม มาใช้ให้ฝ่ายที่มาศาลส่งเอกสารแทนการสืบพยานได้ วรรคสามให้ทางแก้ระหว่างพิจารณา คือคู่ความที่ขาดนัดโดยไม่จงใจและมาศาลระหว่างสืบพยานพร้อมแจ้งในโอกาสแรก อาจได้พิจารณาคดีใหม่ เว้นแต่เคยขอมาก่อนตามมาตรา 199 ตรี (นำมาใช้กับการขาดนัดพิจารณาโดยมาตรา 207) วรรคสี่กำหนดผลจำกัดสิทธิเมื่อไม่เข้าเงื่อนไข

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

สำหรับโจทก์ที่จำเลยไม่มาศาล อย่าถือว่าการพิจารณาเป็นเพียงพิธี ควรเตรียมเอกสารและพยานให้พร้อม เพราะศาลยังต้องพอใจว่าข้ออ้างมีมูล สำหรับจำเลยที่มาสายแต่ยังทันไปศาล ความรวดเร็วสำคัญ ให้ไปศาล แจ้งในโอกาสแรกว่าประสงค์จะต่อสู้คดี และพร้อมแสดงว่าการขาดนัดมิได้จงใจ เพราะช่องทางตามวรรคสามปิดเร็ว และวรรคสี่จะตัดสิทธิสำคัญไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14216/2558 (2015)

    การพิจารณาคดีใหม่ตามมาตรา 206 วรรคสาม ที่คู่ความซึ่งขาดนัดมาศาลระหว่างพิจารณาคดีฝ่ายเดียว ไม่ตกอยู่ในข้อจำกัดที่ทำให้คำสั่งอนุญาตพิจารณาคดีใหม่เป็นที่สุดตามมาตรา 199 ตรี และ 207 ประกอบมาตรา 199 เบญจ วรรคสี่ จึงอุทธรณ์ฎีกาได้

    จำเลยมาศาลหลังโจทก์สืบพยานไปบ้างแล้วและขอพิจารณาคดีใหม่ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นกรณีตามมาตรา 206 วรรคสาม ซึ่งไม่มีบทจำกัดสิทธิอุทธรณ์ฎีกา ต่างจากการขอพิจารณาคดีใหม่หลังแพ้คดีฝ่ายเดียวตามมาตรา 199 ตรี และ 207 โจทก์จึงฎีกาปัญหาการจงใจขาดนัดได้

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14892/2551 (2008)

    มาตรา 206 วรรคสอง ให้นำมาตรา 198 ทวิ วรรคสองและวรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม เมื่อจำเลยขาดนัดพิจารณา โจทก์จึงส่งหนังสือรับรองและหนังสือมอบอำนาจแทนการสืบพยานได้ และเอกสารนั้นรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้โดยไม่ต้องมีพยานบุคคลมาสืบประกอบ

    จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและไม่มาศาล ส่วนจำเลยที่ 2 ขาดนัดพิจารณา ศาลฎีกาเห็นว่าตามมาตรา 206 วรรคสอง ประกอบมาตรา 198 ทวิ วรรคสองและสาม โจทก์ส่งหนังสือรับรองและหนังสือมอบอำนาจแทนการสืบพยานได้ และเอกสารนั้นรับฟังได้โดยไม่ต้องมีพยานบุคคลมาสืบประกอบ

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2509/2551 (2008)

    คู่ความที่ขาดนัดพิจารณาโดยไม่จงใจ มีสิทธิขอพิจารณาคดีใหม่ได้เพียง 2 กรณี คือ ระหว่างพิจารณาคดีฝ่ายเดียวโดยมาศาลหลังเริ่มสืบพยานตามมาตรา 206 วรรคสาม หรือหากขาดนัดตลอดจนแพ้คดีฝ่ายเดียว ให้ขอตามมาตรา 207 เว้นแต่ต้องด้วยข้อห้ามตามกฎหมาย

    ศาลฎีกาวางกรอบสองทางของการขอพิจารณาคดีใหม่กรณีขาดนัดพิจารณาโดยไม่จงใจ คือ มาศาลระหว่างพิจารณาตามมาตรา 206 วรรคสาม หรือขาดนัดจนแพ้คดีฝ่ายเดียวแล้วขอตามมาตรา 207 และนำมาปรับกับการขาดนัดของคู่ความและการที่ศาลชั้นต้นจำหน่ายคดี

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 10 คดี (พ.ศ. 2544 ถึง 2558)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 14216/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 13138/2557 (2014)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5597/2552 (2009)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2509/2551 (2008)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2685/2548 (2005)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 14892/2551 (2008)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 15018/2551 (2008)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 7877/2546 (2003)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ถ้าคู่ความอีกฝ่ายไม่มาศาล ฉันชนะอัตโนมัติไหม

ไม่ มาตรา 206 ห้ามชนะเพราะการขาดนัดของอีกฝ่ายอย่างเดียว ศาลจะตัดสินให้คุณชนะต่อเมื่อข้ออ้างมีมูลและไม่ขัดต่อกฎหมาย คุณจึงยังต้องนำสืบพยานหลักฐาน

คู่ความที่ขาดนัดแล้วมาศาลระหว่างพิจารณายังเข้าร่วมได้ไหม

ตามวรรคสาม หากมาศาลระหว่างพิจารณา แจ้งในโอกาสแรกว่าจะดำเนินคดี และการขาดนัดมิได้จงใจหรือมีเหตุอันสมควร ศาลอาจสั่งพิจารณาคดีใหม่ เว้นแต่เคยได้รับอนุญาตมาก่อน

ถ้าจงใจขาดนัด จะเสียสิทธิอะไรบ้าง

ตามวรรคสี่ คู่ความนั้นนำพยานเข้าสืบเมื่อพ้นเวลาแล้วไม่ได้ ถามค้านพยานที่สืบไปแล้วหรือคัดค้านพยานหลักฐานที่สืบแล้วไม่ได้ และไม่มีสิทธิขอพิจารณาคดีใหม่

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 206
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 206. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-206/ (accessed 13 ตุลาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 206
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-206/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-206/"><p>คู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะร้องต่อศาลให้วินิจฉัยชี้ขาดคดีให้ตนเป็นฝ่ายชนะโดยอาศัยเหตุแต่เพียงว่าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งขาดนัดพิจารณานั้นหาได้ไม่ ให้ศาลวินิจฉัยชี้ขาดคดีให้คู่ความที่มาศาลเป็นฝ่ายชนะต่อเมื่อศาลเห็นว่าข้ออ้างของคู่ความเช่นว่านี้มีมูลและไม่ขัดต่อกฎหมาย ในการนี้ ศาลจะยกขึ้นอ้างโดยลำพัง ซึ่งข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนก็ได้ เพื่อประโยชน์ในการวินิจฉัยชี้ขาดคดีตามวรรคหนึ่ง ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๙๘ ทวิ วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคับแก่คดีของคู่ความฝ่ายที่มาศาลโดยอนุโลม ในระหว่างการพิจารณาคดีฝ่ายเดียว ถ้าคู่ความฝ่ายที่ขาดนัดพิจารณามาศาลภายหลังที่เริ่มต้นสืบพยานไปบ้างแล้ว และแจ้งต่อศาลในโอกาสแรกว่าตนประสงค์จะดำเนินคดี เมื่อศาลเห็นว่าการขาดนัดพิจารณานั้นมิได้เป็นไปโดยจงใจหรือมีเหตุอันสมควรและศาลไม่เคยมีคำสั่งให้พิจารณาคดีใหม่ตามคำขอของคู่ความฝ่ายนั้นมาก่อนตามมาตรา ๑๙๙ ตรี ซึ่งให้นำมาใช้บังคับกับการขาดนัดพิจารณาตามมาตรา ๒๐๗ ด้วย ให้ศาลมีคำสั่งให้พิจารณาคดีนั้นใหม่ ในกรณีเช่นนี้ หากคู่ความนั้นขาดนัดพิจารณาอีก จะขอให้พิจารณาคดีใหม่ตามมาตรานี้ไม่ได้ ในกรณีตามวรรคสาม ถ้าคู่ความฝ่ายที่ขาดนัดพิจารณามิได้แจ้งต่อศาลก็ดีหรือศาลเห็นว่าการขาดนัดพิจารณานั้นเป็นไปโดยจงใจหรือไม่มีเหตุอันสมควรก็ดี หรือคำขอให้พิจารณาคดีใหม่นั้นต้องห้ามตามกฎหมายก็ดี ให้ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป แต่ (๑) ห้ามไม่ให้ศาลอนุญาตให้คู่ความที่ขาดนัดพิจารณานำพยานเข้าสืบถ้าคู่ความนั้นมาศาลเมื่อพ้นเวลาที่จะนำพยานของตนเข้าสืบแล้ว (๒) ถ้าคู่ความที่ขาดนัดพิจารณามาศาลเมื่อคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งได้นำพยานหลักฐานเข้าสืบไปแล้ว ห้ามไม่ให้ศาลยอมให้คู่ความที่ขาดนัดพิจารณาคัดค้านพยานหลักฐานเช่นว่านั้น โดยวิธีถามค้านพยานของคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งที่ได้สืบไปแล้วหรือโดยวิธีคัดค้านการระบุเอกสารหรือคัดค้านคำขอที่ให้ศาลไปทำการตรวจหรือให้ตั้งผู้เชี่ยวชาญของศาล แต่ถ้าคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งนำพยานหลักฐานเข้าสืบยังไม่บริบูรณ์ ให้ศาลอนุญาตให้คู่ความที่ขาดนัดพิจารณาหักล้างได้แต่เฉพาะพยานหลักฐานที่นำสืบภายหลังที่ตนมาศาล (๓) ในกรณีเช่นนี้ คู่ความที่ขาดนัดพิจารณาไม่มีสิทธิที่จะร้องขอให้พิจารณาคดีใหม่</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 206 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-206/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง