กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

223 — การอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์

คนบทกฎหมาย

ภายใต้บังคับบทบัญญัติมาตรา ๑๓๘, ๑๖๘, ๑๘๘ และ ๒๒๒ และในลักษณะนี้ คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นนั้น ให้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ เว้นแต่คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นจะได้บัญญัติว่าให้เป็นที่สุด

คำแปลภาษาไทย

Subject to the provisions of Sections 138, 168, 188 and 222, and to this Title, a judgment or order of the court of first instance shall be appealed to the Court of Appeal, unless this Code or another law provides that such judgment or order shall be final.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 223 เปิดลักษณะ 1 ว่าด้วยการอุทธรณ์ และวางหลักทั่วไปเรื่องสิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาและคำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์ โดยอยู่ภายใต้บังคับมาตรา 138 (คำพิพากษาตามยอม) มาตรา 168 มาตรา 188 (คดีไม่มีข้อพิพาท) และมาตรา 222 รวมทั้งบทบัญญัติอื่นในลักษณะนี้ ซึ่งมีข้อจำกัดสำคัญ เช่น ข้อห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามทุนทรัพย์ในมาตรา 224 และหลักคำสั่งระหว่างพิจารณาในมาตรา 226 ข้อความท้ายมาตรารักษาความเป็นที่สุดไว้ในกรณีที่ประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นกำหนด เช่น คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการซึ่งโต้แย้งได้เฉพาะตามที่กฎหมายพิเศษนั้นอนุญาต ในทางปฏิบัติมาตรานี้เป็นประตูที่ชี้ทั้งสิ่งที่อุทธรณ์ได้และศาลปลายทางที่ถูกต้อง

ความสำคัญต่อ

คำถามแรกของการอุทธรณ์คือคำวินิจฉัยนั้นอุทธรณ์ได้หรือไม่ และต้องอุทธรณ์ต่อศาลใด มาตรา 223 ตอบทั้งสองข้อ แต่ต้องอ่านประกอบหลักความเป็นที่สุดและข้อจำกัดถัดไปในลักษณะนี้ กับดักที่พบบ่อยคือการพยายามอุทธรณ์สิ่งที่กฎหมายกำหนดให้เป็นที่สุด หรืออุทธรณ์คำสั่งที่เป็นเพียงคำสั่งระหว่างพิจารณา ซึ่งทำให้เสียกำหนดเวลาไปเปล่า ก่อนยื่นควรตรวจสอบช่องทางกับทนายความ

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3427/2562 (2019)

    เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีโดยเห็นว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ย่อมอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อศาลอุทธรณ์ได้ตามมาตรา 223 และศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนั้น

    ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีเพราะเห็นว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ย่อมอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้ตามมาตรา 223 ศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1564/2561 (2018)

    สิทธิอุทธรณ์ตามมาตรา 223 ต้องมีคำสั่งของศาลชั้นต้นที่จะอุทธรณ์ คู่ความที่ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนโดยยื่นคำร้องให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนกระบวนพิจารณาก่อน ย่อมไม่มีคำสั่งเช่นว่านั้นและอุทธรณ์ไม่ได้

    โจทก์ยื่นอุทธรณ์ขอให้เพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา โดยไม่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่อ้างว่าผิดระเบียบตามมาตรา 27 ก่อน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อไม่มีคำสั่งของศาลชั้นต้น โจทก์จึงไม่มีคำสั่งที่จะอุทธรณ์ตามมาตรา 223 การอุทธรณ์จึงไม่ชอบ ที่ศาลอุทธรณ์ยกอุทธรณ์นั้นชอบแล้ว

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12335/2557 (2014)

    บุคคลที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยให้รับผิดโดยตรง แม้จะเป็นเจ้าพนักงานบังคับคดี ย่อมเป็นผู้ได้รับผลกระทบและมีสิทธิอุทธรณ์ตามมาตรา 223

    แม้เจ้าพนักงานบังคับคดีโดยปกติจะไม่ใช่คู่ความหรือผู้มีส่วนได้เสีย แต่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยให้ผู้คัดค้านซึ่งเป็นเจ้าพนักงานบังคับคดีรับผิดโดยตรงต่อโจทก์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าผู้คัดค้านย่อมมีสิทธิอุทธรณ์ได้ตามมาตรา 223 โดยถือว่าผู้ที่ถูกกำหนดให้รับผิดโดยตรงมีสิทธิใช้ช่องทางอุทธรณ์

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นต่อศาลใด

ตามมาตรา 223 คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นให้อุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ เว้นแต่ประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นกำหนดให้คำวินิจฉัยนั้นเป็นที่สุด

คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นทุกเรื่องอุทธรณ์ได้หรือไม่

ไม่ มาตรา 223 อยู่ภายใต้บังคับมาตรา 138, 168, 188 และ 222 และข้อจำกัดในลักษณะนี้ และไม่ใช้บังคับเมื่อประมวลกฎหมายหรือกฎหมายอื่นกำหนดให้คำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นที่สุด

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น