ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 223: การอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์

ตัวบทกฎหมาย

ภายใต้บังคับบทบัญญัติมาตรา ๑๓๘, ๑๖๘, ๑๘๘ และ ๒๒๒ และในลักษณะนี้ คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นนั้น ให้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ เว้นแต่คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นจะได้บัญญัติว่าให้เป็นที่สุด

คำแปลภาษาอังกฤษ

Subject to the provisions of Sections 138, 168, 188 and 222, and to this Title, a judgment or order of the court of first instance shall be appealed to the Court of Appeal, unless this Code or another law provides that such judgment or order shall be final.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 223 เปิดลักษณะ 1 ว่าด้วยการอุทธรณ์ และวางหลักทั่วไปเรื่องสิทธิอุทธรณ์คำพิพากษาและคำสั่งของศาลชั้นต้นต่อศาลอุทธรณ์ โดยอยู่ภายใต้บังคับมาตรา 138 (คำพิพากษาตามยอม) มาตรา 168 มาตรา 188 (คดีไม่มีข้อพิพาท) และมาตรา 222 รวมทั้งบทบัญญัติอื่นในลักษณะนี้ ซึ่งมีข้อจำกัดสำคัญ เช่น ข้อห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามทุนทรัพย์ในมาตรา 224 และหลักคำสั่งระหว่างพิจารณาในมาตรา 226 ข้อความท้ายมาตรารักษาความเป็นที่สุดไว้ในกรณีที่ประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นกำหนด เช่น คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการซึ่งโต้แย้งได้เฉพาะตามที่กฎหมายพิเศษนั้นอนุญาต ในทางปฏิบัติมาตรานี้เป็นประตูที่ชี้ทั้งสิ่งที่อุทธรณ์ได้และศาลปลายทางที่ถูกต้อง

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

คำถามแรกของการอุทธรณ์คือคำวินิจฉัยนั้นอุทธรณ์ได้หรือไม่ และต้องอุทธรณ์ต่อศาลใด มาตรา 223 ตอบทั้งสองข้อ แต่ต้องอ่านประกอบหลักความเป็นที่สุดและข้อจำกัดถัดไปในลักษณะนี้ กับดักที่พบบ่อยคือการพยายามอุทธรณ์สิ่งที่กฎหมายกำหนดให้เป็นที่สุด หรืออุทธรณ์คำสั่งที่เป็นเพียงคำสั่งระหว่างพิจารณา ซึ่งทำให้เสียกำหนดเวลาไปเปล่า ก่อนยื่นควรตรวจสอบช่องทางกับทนายความ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3427/2562 (2019)

    เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีโดยเห็นว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ย่อมอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อศาลอุทธรณ์ได้ตามมาตรา 223 และศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนั้น

    ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีเพราะเห็นว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ย่อมอุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้ตามมาตรา 223 ศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี ฎีกาของจำเลยในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1564/2561 (2018)

    สิทธิอุทธรณ์ตามมาตรา 223 ต้องมีคำสั่งของศาลชั้นต้นที่จะอุทธรณ์ คู่ความที่ไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนโดยยื่นคำร้องให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนกระบวนพิจารณาก่อน ย่อมไม่มีคำสั่งเช่นว่านั้นและอุทธรณ์ไม่ได้

    โจทก์ยื่นอุทธรณ์ขอให้เพิกถอนการอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา โดยไม่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่อ้างว่าผิดระเบียบตามมาตรา 27 ก่อน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อไม่มีคำสั่งของศาลชั้นต้น โจทก์จึงไม่มีคำสั่งที่จะอุทธรณ์ตามมาตรา 223 การอุทธรณ์จึงไม่ชอบ ที่ศาลอุทธรณ์ยกอุทธรณ์นั้นชอบแล้ว

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12335/2557 (2014)

    บุคคลที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยให้รับผิดโดยตรง แม้จะเป็นเจ้าพนักงานบังคับคดี ย่อมเป็นผู้ได้รับผลกระทบและมีสิทธิอุทธรณ์ตามมาตรา 223

    แม้เจ้าพนักงานบังคับคดีโดยปกติจะไม่ใช่คู่ความหรือผู้มีส่วนได้เสีย แต่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยให้ผู้คัดค้านซึ่งเป็นเจ้าพนักงานบังคับคดีรับผิดโดยตรงต่อโจทก์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าผู้คัดค้านย่อมมีสิทธิอุทธรณ์ได้ตามมาตรา 223 โดยถือว่าผู้ที่ถูกกำหนดให้รับผิดโดยตรงมีสิทธิใช้ช่องทางอุทธรณ์

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 81 คดี (พ.ศ. 2492 ถึง 2563)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3427/2562 (2019)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1564/2561 (2018)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5150/2552 (2009)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3474/2551 (2008)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3667/2550 (2007)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6930/2549 (2006)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3310/2549 (2006)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3137/2549 (2006)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นต่อศาลใด

ตามมาตรา 223 คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นให้อุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ เว้นแต่ประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นกำหนดให้คำวินิจฉัยนั้นเป็นที่สุด

คำวินิจฉัยของศาลชั้นต้นทุกเรื่องอุทธรณ์ได้หรือไม่

ไม่ มาตรา 223 อยู่ภายใต้บังคับมาตรา 138, 168, 188 และ 222 และข้อจำกัดในลักษณะนี้ และไม่ใช้บังคับเมื่อประมวลกฎหมายหรือกฎหมายอื่นกำหนดให้คำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นที่สุด

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Civil Procedure Code, s. 223 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 223. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-223/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 223
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-223/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-223/"><p>ภายใต้บังคับบทบัญญัติมาตรา ๑๓๘, ๑๖๘, ๑๘๘ และ ๒๒๒ และในลักษณะนี้ คำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลชั้นต้นนั้น ให้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ เว้นแต่คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นจะได้บัญญัติว่าให้เป็นที่สุด</p><footer>Civil Procedure Code, s. 223 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-223/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง