กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

230: การรับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริง

คนบทกฎหมาย

คดีตามมาตรา ๒๒๔ ดาวคู่ความแจ้งความในข้อเท็จจริงในศาลชั้นต้นตรวจสอบเสียก่อนว่าการร้องขอความเป็นธรรมของรัฐสภามีการพิจารณาคดีต่างๆ ถ้าไม่มีการพิจารณาคดีหรือแย้งหรือรับรองไว้แล้วหรือรับรองที่ตรวจสอบการร้องขอจดหมายเหตุและควรร้องขอความเป็นธรรมในปัญหาข้อเท็จจริงนั้นได้ให้ศาลมีคำสั่งรับจดหมายเหตุนั้นไว้พิจารณาในปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วถ้าไม่มีการพิจารณาแยมหรือคำรับรองเช่นว่านั้นให้ศาลมีคำสั่งไม่รับความยุติธรรมในปัญหาที่กล่าวมานี้แล้ว บดีเพดานหรืออธิบดีเพดานภาคส่วนต่างๆ เป็นคณะในคำสั่งนั้นผู้ส่งจดหมายชอบที่จะยื่นคำร้องต่อศาลถึงอภิสิทธิ์บดีเกรดหรืออภิสิทธิ์บดีส่วนส่วนภายในเจ็ดวันเพื่อให้ศาลได้รับคำร้องเช่นว่าเพื่อให้อนุสาวรีย์ส่งคำร้องนั้นร่วมกับสแนปความไปยังอธิบดีผิวหนังหรืออภิสิทธิ์บดีเภสัชภาคเพื่อมีคำสั่งยืนตามหรือกลับคำสั่งของศาลนั้น คำสั่งของอธิบดีลิฟท์ที่สุดหรือบดีเภสัชภาคเช่นว่านี้ให้เป็นบทอภิสิทธิ์แห่งมาตรานี้ไม่ใช่ห้ามศาลในอันที่จะดำเนินการตาม ๒๓๒๒ ปฏิเสธไม่ส่งหนังสือร้องเรียนในเหตุอื่นหรือในอันที่ศาลจะต้องส่งหนังสือร้องขอนั้นไปเท่าที่เป็นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมในข้อกฎหมาย

คำแปลภาษาไทย

ในกรณีที่อยู่ภายใต้มาตรา 224 หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยื่นอุทธรณ์ในประเด็นข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นจะต้องตรวจสอบก่อนว่าควรรับพิจารณาอุทธรณ์หรือไม่ หากผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีได้แสดงความเห็นแย้ง หรือได้ให้การรับรองแล้ว หรือให้การรับรองในขณะที่ตรวจสอบอุทธรณ์ว่ามีเหตุผลอันสมควรที่จะอุทธรณ์ในประเด็นข้อเท็จจริงนั้น ศาลจะสั่งให้รับพิจารณาอุทธรณ์ในประเด็นข้อเท็จจริงนั้น หากไม่มีความเห็นแย้งหรือการรับรองดังกล่าว ศาลจะสั่งให้ไม่รับพิจารณาอุทธรณ์ในประเด็นข้อเท็จจริงนั้น ในกรณีเช่นนี้ หากประธานศาลหรือประธานศาลประจำภูมิภาคไม่ได้เป็นสมาชิกของคณะผู้พิพากษาที่ออกคำสั่ง ผู้ยื่นอุทธรณ์อาจยื่นคำร้องต่อศาลถึงประธานศาลหรือประธานศาลประจำภูมิภาคภายในเจ็ดวัน เมื่อศาลได้รับคำร้องดังกล่าว ศาลจะส่งคำร้องพร้อมกับสำนวนคดีไปยังประธานศาลหรือประธานศาลประจำภูมิภาคเพื่อออกคำสั่งยืนยันหรือยกเลิกคำสั่งของศาล คำสั่งดังกล่าวของหัวหน้าผู้พิพากษาหรือหัวหน้าผู้พิพากษาประจำภูมิภาคถือเป็นที่สิ้นสุด บทบัญญัติในมาตรานี้ไม่ห้ามศาลจากการออกคำสั่งภายใต้มาตรา 232 ปฏิเสธการส่งต่ออุทธรณ์ด้วยเหตุผลอื่น หรือจากการสั่งให้ส่งต่ออุทธรณ์เฉพาะในส่วนที่เป็นอุทธรณ์เกี่ยวกับข้อกฎหมายเท่านั้น.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 230 เป็นสากลกลั่นกรองการร้องขอความเป็นธรรมในข้อเท็จจริงในคดีที่มาตรา 224 จำกัดให้ความยุติธรรมได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายเพราะทุนทรัพย์น้อย ศาลชั้นต้นตรวจสอบความยุติธรรมและความยุติธรรมในข้อเท็จจริงจะดำเนินการต่อได้ต่อเมื่อตรวจสอบที่พิจารณาคดีมีในแย้งหรือรับรองในคดีและควรร้องขอความเป็นธรรม การไม่รับมิใช่ที่สุด ผู้จัดทำจดหมายอาจยื่นคำร้องขอต่ออภิสิทธิ์บดีละเอียดอ่อนหรืออภิสิทธิ์บริบูรณ์ภายในเจ็ดวัน การพิจารณาคดีเป็นที่สุด วรรคท้ายยังคงศาลตามมาตรา 232 ที่จะไม่ส่งจดหมายเหตุอื่นหรือส่งเฉพาะส่วนที่เป็นข้อกฎหมาย

ความสำคัญต่อ

กำหนดเจ็ดวันสั้นและเคร่งครัดสำหรับศาลชั้นต้นไม่รับรองการร้องขอความเป็นธรรมในข้อเท็จจริงยื่นคำร้องต่ออภิสิทธิ์บดีภายในรสชาติหรืออภิสิทธิ์บดีส่วนประกอบเผื่อไม่ได้รับรองเพราะเป็นคดีทุนล่วงหน้าทรัพย์น้อยที่ค่าใช้จ่ายอาจต้องใช้จำนวนที่พิพาท

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 1438/2558 (2015)

    คำร้องขอให้อภิสิทธิ์บดีภาคส่วนในวารสารในข้อเท็จจริงในข้อเท็จจริงตามมาตรา 230 ยื่นยื่นภายในร้องขอจดหมายหากคุณยื่นเมื่อมีการยื่นเลยเลย บันทึกจดหมายแล้วยื่นเกินกำหนด

    คดีในบางกรณี บาทในข้อเท็จจริงเพราะทุนทรัพย์ไม่เกิน 50,0000 ศาลชั้นต้นไม่รับรองให้ร้องขอความเป็นธรรมโจทก์ยื่นคำร้องขอให้อภิสิทธิ์บดีน้ำหนักภาคส่วนตามมาตรา 230 วรรคสามเมื่อร้องขอเลยยื่นร้องขอความเป็นธรรมแล้วกรอกคำร้องเพราะยื่นเกินกำหนด

  2. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 1932/2568 (2025)

    หากต้องการสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับจดหมายไม่ชอบศาลร้องขอร้องขออาจร้องขอคำสั่งนั้นศาลชั้นต้นตรวจสอบรับจดหมายตามมาตรา 230 และ 232 แล้วดำเนินการต่อไป

    ฎีกาเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นโดยไม่รับจดหมายของจำเลย และให้ชั้นศาลตรวจสอบรับจดหมายตามมาตรา 230 และ 232 ช่องทางการพิจารณาคดีผู้บริโภคก่อนดำเนินการต่อไป

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 18 คดี (พ.ศ. 2494 ถึง 2568)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1438/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6428/2556 (2013)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8200/2549 (2006)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2662/2538 (1995)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4156/2536 (1993)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 628/2532 (1989)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 479/2530 (1987)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 789/2521 (1978)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

จดหมายในข้อเท็จจริงในคดีทุนทรัพย์น้อยได้เมื่อใด

ตามมาตรา 230 ในคดีตามมาตรา 224 จดหมายในข้อเท็จจริงได้ต่อเมื่อพิจารณาคดีมีแย้งหรือรับรองในกรณีที่เหตุอันควรร้องขอความเป็นธรรมในข้อเท็จจริงนั้น

หากศาลไม่รับรองการร้องขอหนังสือร้องเรียนในเหตุการณ์ดังกล่าว

ยื่นคำร้องต่อศาลถึงอธิบดีเนื้อหรืออธิบดีเนื้อส่วนภายในเจ็ดวันคำสั่งยืนตามหรือกลับคำสั่งของท่านเป็นที่สุด

คำสั่งของอธิบดีในเรื่องเรื่องร้องเรียนในรัฐสภา

ส่วนมาตรา 230 กำหนดว่าคำสั่งของอธิบดีผู้อ่านหรืออธิบดีรสชาติภาคในคำขอรับรองเป็นที่สุด

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Civil Procedure Code, s. 230 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 230. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-230/ (accessed 11 สิงหาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 230
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-230/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-230/"><p>คดีตามมาตรา ๒๒๔ ดาวคู่ความแจ้งความในข้อเท็จจริงในศาลชั้นต้นตรวจสอบเสียก่อนว่าการร้องขอความเป็นธรรมของรัฐสภามีการพิจารณาคดีต่างๆ ถ้าไม่มีการพิจารณาคดีหรือแย้งหรือรับรองไว้แล้วหรือรับรองที่ตรวจสอบการร้องขอจดหมายเหตุและควรร้องขอความเป็นธรรมในปัญหาข้อเท็จจริงนั้นได้ให้ศาลมีคำสั่งรับจดหมายเหตุนั้นไว้พิจารณาในปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วถ้าไม่มีการพิจารณาแยมหรือคำรับรองเช่นว่านั้นให้ศาลมีคำสั่งไม่รับความยุติธรรมในปัญหาที่กล่าวมานี้แล้ว บดีเพดานหรืออธิบดีเพดานภาคส่วนต่างๆ เป็นคณะในคำสั่งนั้นผู้ส่งจดหมายชอบที่จะยื่นคำร้องต่อศาลถึงอภิสิทธิ์บดีเกรดหรืออภิสิทธิ์บดีส่วนส่วนภายในเจ็ดวันเพื่อให้ศาลได้รับคำร้องเช่นว่าเพื่อให้อนุสาวรีย์ส่งคำร้องนั้นร่วมกับสแนปความไปยังอธิบดีผิวหนังหรืออภิสิทธิ์บดีเภสัชภาคเพื่อมีคำสั่งยืนตามหรือกลับคำสั่งของศาลนั้น คำสั่งของอธิบดีลิฟท์ที่สุดหรือบดีเภสัชภาคเช่นว่านี้ให้เป็นบทอภิสิทธิ์แห่งมาตรานี้ไม่ใช่ห้ามศาลในอันที่จะดำเนินการตาม ๒๓๒๒ ปฏิเสธไม่ส่งหนังสือร้องเรียนในเหตุอื่นหรือในอันที่ศาลจะต้องส่งหนังสือร้องขอนั้นไปเท่าที่เป็นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมในข้อกฎหมาย</p><footer>Civil Procedure Code, s. 230 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-230/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง