ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 230: การรับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริง

ตัวบทกฎหมาย

คดีตามมาตรา ๒๒๔ ถ้าคู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ให้ศาลชั้นต้นตรวจเสียก่อนว่าฟ้องอุทธรณ์นั้นจะรับไว้พิจารณาได้หรือไม่ถ้าผู้พิพากษาที่ได้พิจารณาคดีนั้นมีความเห็นแย้ง หรือได้รับรองไว้แล้ว หรือรับรองในเวลาที่ตรวจอุทธรณ์นั้นว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงนั้นได้ ก็ให้ศาลมีคำสั่งรับอุทธรณ์นั้นไว้พิจารณาในปัญหาข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้วถ้าไม่มีความเห็นแย้งหรือคำรับรองเช่นว่านั้น ให้ศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงที่กล่าวแล้ว ในกรณีเช่นนี้ ถ้าอธิบดีผู้พิพากษาหรืออธิบดีผู้พิพากษาภาคมิได้เป็นคณะในคำสั่งนั้น ผู้อุทธรณ์ชอบที่จะยื่นคำร้องต่อศาลถึงอธิบดีผู้พิพากษาหรืออธิบดีผู้พิพากษาภาคภายในเจ็ดวัน เมื่อศาลได้รับคำร้องเช่นว่านั้น ให้ศาลส่งคำร้องนั้นพร้อมด้วยสำนวนความไปยังอธิบดีผู้พิพากษาหรืออธิบดีผู้พิพากษาภาคเพื่อมีคำสั่งยืนตามหรือกลับคำสั่งของศาลนั้น คำสั่งของอธิบดีผู้พิพากษา หรืออธิบดีผู้พิพากษาภาค เช่นว่านี้ ให้เป็นที่สุดบทบัญญัติแห่งมาตรานี้ ไม่ห้ามศาลในอันที่จะมีคำสั่งตามมาตรา ๒๓๒ ปฏิเสธไม่ส่งอุทธรณ์ในเหตุอื่น หรือในอันที่ศาลจะมีคำสั่งให้ส่งอุทธรณ์นั้นไปเท่าที่เป็นอุทธรณ์ในข้อกฎหมาย

คำแปลภาษาอังกฤษ

In a case under Section 224, if a party appeals on a question of fact, the court of first instance shall first examine whether the appeal may be accepted for consideration. If the judge who tried the case has expressed a dissenting opinion, or has already certified, or certifies at the time of examining the appeal, that there is reasonable ground to appeal on that question of fact, the court shall order that the appeal be accepted for consideration on that question of fact. If there is no such dissenting opinion or certification, the court shall order that the appeal on the said question of fact not be accepted. In such a case, if the Chief Judge or the Regional Chief Judge was not a member of the panel that made the order, the appellant may file a petition with the court addressed to the Chief Judge or the Regional Chief Judge within seven days. When the court receives such a petition, it shall forward the petition together with the case file to the Chief Judge or the Regional Chief Judge to make an order affirming or reversing the court's order. Such an order of the Chief Judge or the Regional Chief Judge shall be final. The provisions of this Section do not prohibit the court from making an order under Section 232 refusing to forward the appeal on other grounds, or from ordering the appeal to be forwarded only to the extent that it is an appeal on a question of law.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 230 เป็นกลไกกลั่นกรองการอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงในคดีที่มาตรา 224 จำกัดให้อุทธรณ์ได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายเพราะทุนทรัพย์น้อย ศาลชั้นต้นตรวจอุทธรณ์ และอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงจะดำเนินต่อได้ต่อเมื่อผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีมีความเห็นแย้งหรือรับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ การไม่รับมิใช่ที่สุด ผู้อุทธรณ์อาจยื่นคำร้องต่ออธิบดีผู้พิพากษาหรืออธิบดีผู้พิพากษาภาคภายในเจ็ดวัน คำสั่งของท่านเป็นที่สุด วรรคท้ายยังคงอำนาจศาลตามมาตรา 232 ที่จะไม่ส่งอุทธรณ์ด้วยเหตุอื่นหรือส่งเฉพาะส่วนที่เป็นข้อกฎหมาย

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

กำหนดเจ็ดวันสั้นและเคร่งครัด หากศาลชั้นต้นไม่รับรองอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องยื่นคำร้องต่ออธิบดีผู้พิพากษาหรืออธิบดีผู้พิพากษาภาคภายในเจ็ดวัน ศาลเคยถือว่าคำร้องที่ยื่นเมื่อล่วงเลยกำหนดอุทธรณ์เป็นการยื่นช้าเกินไป ในทางปฏิบัติควรขอให้ผู้พิพากษารับรองแต่เนิ่น และเตรียมคำร้องไว้ล่วงหน้าเผื่อไม่ได้รับรอง เพราะเป็นคดีทุนทรัพย์น้อยที่ค่าใช้จ่ายอาจสูงกว่าจำนวนที่พิพาท

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1438/2558 (2015)

    คดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ถ้าไม่มีความเห็นแย้งหรือคำรับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ได้ ให้ศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ในกรณีเช่นนี้ผู้อุทธรณ์ชอบที่จะยื่นคำร้องต่อศาลถึงอธิบดีผู้พิพากษาหรืออธิบดีผู้พิพากษาภาคภายในเจ็ดวันตามมาตรา 230 วรรคสาม ซึ่งบัญญัติถึงทางแก้เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ กำหนดเวลาเจ็ดวันดังกล่าวจึงต้องนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง มิใช่นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริง

    โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ชำระเงิน 12,000 บาท คดีจึงต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริง แล้วต่อมามีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง โจทก์ยื่นคำร้องต่ออธิบดีผู้พิพากษาภาคตามมาตรา 230 วรรคสาม ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ากำหนดเวลาเจ็ดวันตามวรรคดังกล่าวต้องนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง เพราะวรรคนั้นบัญญัติถึงทางแก้เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ มิใช่นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับรองให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริง เมื่อนับแต่วันที่มีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์แล้ว คำร้องของโจทก์ยื่นเกินกำหนดไปหนึ่งวัน จึงล่วงพ้นกำหนดเวลา

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1932/2568 (2025)

    เมื่อคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ไม่ชอบ ศาลอุทธรณ์อาจเพิกถอนคำสั่งนั้นและให้ศาลชั้นต้นตรวจรับอุทธรณ์ตามมาตรา 230 และ 232 แล้วดำเนินการต่อไป

    ศาลฎีกาเพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย และให้ศาลชั้นต้นตรวจรับอุทธรณ์ตามมาตรา 230 และ 232 ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค แล้วดำเนินการต่อไป

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 18 คดี (พ.ศ. 2494 ถึง 2568)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1438/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6428/2556 (2013)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8200/2549 (2006)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2662/2538 (1995)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4156/2536 (1993)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 628/2532 (1989)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 479/2530 (1987)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 789/2521 (1978)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงในคดีทุนทรัพย์น้อยได้เมื่อใด

ตามมาตรา 230 ในคดีตามมาตรา 224 อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้ต่อเมื่อผู้พิพากษาที่พิจารณาคดีมีความเห็นแย้งหรือรับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงนั้น

หากศาลไม่รับรองอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงจะทำอย่างไร

ยื่นคำร้องต่อศาลถึงอธิบดีผู้พิพากษาหรืออธิบดีผู้พิพากษาภาคภายในเจ็ดวัน คำสั่งยืนตามหรือกลับคำสั่งของท่านเป็นที่สุด

คำสั่งของอธิบดีผู้พิพากษาเรื่องการรับรองอุทธรณ์ได้หรือไม่

ไม่ได้ มาตรา 230 กำหนดว่าคำสั่งของอธิบดีผู้พิพากษาหรืออธิบดีผู้พิพากษาภาคในคำร้องขอรับรองเป็นที่สุด

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Civil Procedure Code, s. 230 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 230. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-230/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 230
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-230/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-230/"><p>คดีตามมาตรา ๒๒๔ ถ้าคู่ความอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ให้ศาลชั้นต้นตรวจเสียก่อนว่าฟ้องอุทธรณ์นั้นจะรับไว้พิจารณาได้หรือไม่ถ้าผู้พิพากษาที่ได้พิจารณาคดีนั้นมีความเห็นแย้ง หรือได้รับรองไว้แล้ว หรือรับรองในเวลาที่ตรวจอุทธรณ์นั้นว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงนั้นได้ ก็ให้ศาลมีคำสั่งรับอุทธรณ์นั้นไว้พิจารณาในปัญหาข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้วถ้าไม่มีความเห็นแย้งหรือคำรับรองเช่นว่านั้น ให้ศาลมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงที่กล่าวแล้ว ในกรณีเช่นนี้ ถ้าอธิบดีผู้พิพากษาหรืออธิบดีผู้พิพากษาภาคมิได้เป็นคณะในคำสั่งนั้น ผู้อุทธรณ์ชอบที่จะยื่นคำร้องต่อศาลถึงอธิบดีผู้พิพากษาหรืออธิบดีผู้พิพากษาภาคภายในเจ็ดวัน เมื่อศาลได้รับคำร้องเช่นว่านั้น ให้ศาลส่งคำร้องนั้นพร้อมด้วยสำนวนความไปยังอธิบดีผู้พิพากษาหรืออธิบดีผู้พิพากษาภาคเพื่อมีคำสั่งยืนตามหรือกลับคำสั่งของศาลนั้น คำสั่งของอธิบดีผู้พิพากษา หรืออธิบดีผู้พิพากษาภาค เช่นว่านี้ ให้เป็นที่สุดบทบัญญัติแห่งมาตรานี้ ไม่ห้ามศาลในอันที่จะมีคำสั่งตามมาตรา ๒๓๒ ปฏิเสธไม่ส่งอุทธรณ์ในเหตุอื่น หรือในอันที่ศาลจะมีคำสั่งให้ส่งอุทธรณ์นั้นไปเท่าที่เป็นอุทธรณ์ในข้อกฎหมาย</p><footer>Civil Procedure Code, s. 230 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-230/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง