ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา · ใบอนุญาตทนายความเลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) WhatsApp

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 232: การตรวจอุทธรณ์ของศาลชั้นต้น

ตัวบทกฎหมาย

เมื่อได้รับอุทธรณ์แล้ว ให้ศาลชั้นต้นตรวจอุทธรณ์และมีคำสั่งให้ส่งหรือปฏิเสธไม่ส่งอุทธรณ์นั้นไปยังศาลอุทธรณ์ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ถ้าศาลปฏิเสธไม่ส่ง ให้ศาลแสดงเหตุที่ไม่ส่งนั้นไว้ในคำสั่งทุกเรื่องไป ถ้าคู่ความทั้งสองฝ่ายได้ยื่นอุทธรณ์ ศาลจะวินิจฉัยอุทธรณ์ทั้งสองฉบับนั้นในคำสั่งฉบับเดียวกันก็ได้

คำแปลภาษาอังกฤษ

เมื่อได้รับอุทธรณ์แล้ว ให้ศาลชั้นต้นตรวจอุทธรณ์และมีคำสั่งให้ส่งหรือปฏิเสธไม่ส่งอุทธรณ์นั้นไปยังศาลอุทธรณ์ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ถ้าศาลปฏิเสธไม่ส่ง ให้ศาลแสดงเหตุที่ไม่ส่งนั้นไว้ในคำสั่งทุกเรื่องไป ถ้าคู่ความทั้งสองฝ่ายได้ยื่นอุทธรณ์ ศาลจะวินิจฉัยอุทธรณ์ทั้งสองฉบับนั้นในคำสั่งฉบับเดียวกันก็ได้

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 232 ให้ศาลชั้นต้นมีบทบาทตรวจกลั่นกรองอุทธรณ์ โดยตรวจอุทธรณ์ว่าชอบด้วยประมวลกฎหมายนี้หรือไม่ แล้วส่งไปยังศาลอุทธรณ์หรือปฏิเสธไม่ส่ง โดยต้องแสดงเหตุที่ไม่ส่ง มาตรานี้เป็นบทที่ศาลชั้นต้นใช้ไม่รับอุทธรณ์ที่บกพร่องหรือไม่ชอบ และทำงานประกอบกับมาตรา 234 ซึ่งให้ผู้อุทธรณ์อุทธรณ์คำสั่งไม่รับได้ และมาตรา 236 ซึ่งศาลอุทธรณ์เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดคำร้องนั้นในที่สุด หากทั้งสองฝ่ายอุทธรณ์ ศาลอาจรวมคำสั่งไว้ฉบับเดียว

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

เพราะศาลชั้นต้นอาจไม่รับอุทธรณ์ในชั้นนี้ ควรตรวจให้อุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายก่อนยื่น ทั้งแบบพิธี กำหนดเวลา การวางเงินที่กำหนด และค่าธรรมเนียมที่ต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่าย หากศาลปฏิเสธไม่ส่งอุทธรณ์ ศาลต้องแสดงเหตุผล และท่านอุทธรณ์คำสั่งไม่รับนั้นต่อศาลอุทธรณ์ได้ตามมาตรา 234 อนึ่ง หน้าที่วางเงินบางส่วนต่อคู่ความอีกฝ่ายเป็นหน้าที่ของท่านเอง ศาลไม่จำต้องแจ้งให้แก้ไขก่อนตรวจรับเสมอไป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 677/2563 (2020)

    ศาลชั้นต้นมีหน้าที่ตามมาตรา 232 ที่จะตรวจอุทธรณ์และมีคำสั่งให้ส่งหรือปฏิเสธไม่ส่ง เมื่อคู่ความขอถือเอาอุทธรณ์ฉบับเดิมที่ตกไปแล้วเป็นอุทธรณ์ ย่อมเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ ศาลชั้นต้นชอบที่จะปฏิเสธไม่ส่งและให้ทำอุทธรณ์ยื่นใหม่ภายในเวลาที่กำหนด

    หลังคดีเริ่มพิจารณาใหม่และพิพากษาใหม่ โจทก์ขอถือเอาอุทธรณ์ฉบับเดิมที่ตกไปแล้วเป็นอุทธรณ์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ และตามมาตรา 232 ศาลชั้นต้นชอบที่จะปฏิเสธไม่ส่งและให้โจทก์ทำอุทธรณ์ยื่นใหม่ภายในเวลาที่กำหนด

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10115/2558 (2015)

    การวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนอีกฝ่ายตามคำสั่งศาลชั้นต้นเป็นหน้าที่ของผู้อุทธรณ์เอง หากวางไม่ครบ ศาลชั้นต้นไม่ต้องแจ้งให้แก้ไขก่อนตรวจรับอุทธรณ์ เพราะไม่ใช่กรณีไม่ชำระหรือชำระค่าธรรมเนียมศาลไม่ถูกต้องตามมาตรา 18 ประกอบมาตรา 232

    จำเลยทั้งสองมิได้วางเงินค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนโจทก์ให้ครบตามคำสั่ง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเป็นหน้าที่ของจำเลยเอง เมื่อไม่ใช่ความบกพร่องเรื่องค่าธรรมเนียมศาลตามมาตรา 18 ประกอบมาตรา 232 ศาลไม่ต้องแจ้งให้แก้ไข แม้ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์มาก็ไม่ทำให้กลายเป็นอุทธรณ์ที่ชอบ

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 46 คดี (พ.ศ. 2485 ถึง 2568)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 10115/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8584/2553 (2010)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5499/2550 (2007)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1044/2550 (2007)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8749-8750/2550 (2007)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6008/2548 (2005)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2520/2548 (2005)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 665/2548 (2005)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์ก่อนส่งขึ้นศาลอุทธรณ์ได้หรือไม่

ได้ ตามมาตรา 232 ศาลชั้นต้นตรวจอุทธรณ์และอาจปฏิเสธไม่ส่งได้หากไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมาย โดยคำสั่งไม่ส่งต้องแสดงเหตุผล

หากศาลชั้นต้นปฏิเสธไม่ส่งอุทธรณ์จะเป็นอย่างไร

ศาลต้องแสดงเหตุที่ไม่ส่ง ท่านอาจอุทธรณ์คำสั่งไม่รับนั้นต่อศาลอุทธรณ์ตามมาตรา 234 ภายในสิบห้าวันนับแต่วันมีคำสั่ง

หากทั้งสองฝ่ายอุทธรณ์ ศาลต้องพิจารณาแยกกันหรือไม่

ไม่จำเป็น มาตรา 232 อนุญาตให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยอุทธรณ์ของคู่ความทั้งสองฝ่ายในคำสั่งฉบับเดียวกันได้

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 232
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 232. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-232/ (accessed 13 ตุลาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 232
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-232/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-232/"><p>เมื่อได้รับอุทธรณ์แล้ว ให้ศาลชั้นต้นตรวจอุทธรณ์และมีคำสั่งให้ส่งหรือปฏิเสธไม่ส่งอุทธรณ์นั้นไปยังศาลอุทธรณ์ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ถ้าศาลปฏิเสธไม่ส่ง ให้ศาลแสดงเหตุที่ไม่ส่งนั้นไว้ในคำสั่งทุกเรื่องไป ถ้าคู่ความทั้งสองฝ่ายได้ยื่นอุทธรณ์ ศาลจะวินิจฉัยอุทธรณ์ทั้งสองฉบับนั้นในคำสั่งฉบับเดียวกันก็ได้</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 232: <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-232/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง