ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 232: การตรวจอุทธรณ์ของศาลชั้นต้น
ตัวบทกฎหมาย
เมื่อได้รับอุทธรณ์แล้ว ให้ศาลชั้นต้นตรวจอุทธรณ์และมีคำสั่งให้ส่งหรือปฏิเสธไม่ส่งอุทธรณ์นั้นไปยังศาลอุทธรณ์ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ถ้าศาลปฏิเสธไม่ส่ง ให้ศาลแสดงเหตุที่ไม่ส่งนั้นไว้ในคำสั่งทุกเรื่องไป ถ้าคู่ความทั้งสองฝ่ายได้ยื่นอุทธรณ์ ศาลจะวินิจฉัยอุทธรณ์ทั้งสองฉบับนั้นในคำสั่งฉบับเดียวกันก็ได้
คำแปลภาษาอังกฤษ
When an appeal has been received, the court of first instance shall examine the appeal and make an order either forwarding or refusing to forward it to the appellate court in accordance with the provisions of this Code. If the court refuses to forward it, the court shall state the reasons for the refusal in every such order. If both parties have lodged appeals, the court may rule on both appeals in a single order.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 232 ให้ศาลชั้นต้นมีบทบาทตรวจกลั่นกรองอุทธรณ์ โดยตรวจอุทธรณ์ว่าชอบด้วยประมวลกฎหมายนี้หรือไม่ แล้วส่งไปยังศาลอุทธรณ์หรือปฏิเสธไม่ส่ง โดยต้องแสดงเหตุที่ไม่ส่ง มาตรานี้เป็นบทที่ศาลชั้นต้นใช้ไม่รับอุทธรณ์ที่บกพร่องหรือไม่ชอบ และทำงานประกอบกับมาตรา 234 ซึ่งให้ผู้อุทธรณ์อุทธรณ์คำสั่งไม่รับได้ และมาตรา 236 ซึ่งศาลอุทธรณ์เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดคำร้องนั้นในที่สุด หากทั้งสองฝ่ายอุทธรณ์ ศาลอาจรวมคำสั่งไว้ฉบับเดียว
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
เพราะศาลชั้นต้นอาจไม่รับอุทธรณ์ในชั้นนี้ ควรตรวจให้อุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายก่อนยื่น ทั้งแบบพิธี กำหนดเวลา การวางเงินที่กำหนด และค่าธรรมเนียมที่ต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่าย หากศาลปฏิเสธไม่ส่งอุทธรณ์ ศาลต้องแสดงเหตุผล และท่านอุทธรณ์คำสั่งไม่รับนั้นต่อศาลอุทธรณ์ได้ตามมาตรา 234 อนึ่ง หน้าที่วางเงินบางส่วนต่อคู่ความอีกฝ่ายเป็นหน้าที่ของท่านเอง ศาลไม่จำต้องแจ้งให้แก้ไขก่อนตรวจรับเสมอไป
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 677/2563 (2020)
ศาลชั้นต้นมีหน้าที่ตามมาตรา 232 ที่จะตรวจอุทธรณ์และมีคำสั่งให้ส่งหรือปฏิเสธไม่ส่ง เมื่อคู่ความขอถือเอาอุทธรณ์ฉบับเดิมที่ตกไปแล้วเป็นอุทธรณ์ ย่อมเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ ศาลชั้นต้นชอบที่จะปฏิเสธไม่ส่งและให้ทำอุทธรณ์ยื่นใหม่ภายในเวลาที่กำหนด
หลังคดีเริ่มพิจารณาใหม่และพิพากษาใหม่ โจทก์ขอถือเอาอุทธรณ์ฉบับเดิมที่ตกไปแล้วเป็นอุทธรณ์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเป็นอุทธรณ์ที่ไม่ชอบ และตามมาตรา 232 ศาลชั้นต้นชอบที่จะปฏิเสธไม่ส่งและให้โจทก์ทำอุทธรณ์ยื่นใหม่ภายในเวลาที่กำหนด
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10115/2558 (2015)
การวางเงินค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนอีกฝ่ายตามคำสั่งศาลชั้นต้นเป็นหน้าที่ของผู้อุทธรณ์เอง หากวางไม่ครบ ศาลชั้นต้นไม่ต้องแจ้งให้แก้ไขก่อนตรวจรับอุทธรณ์ เพราะไม่ใช่กรณีไม่ชำระหรือชำระค่าธรรมเนียมศาลไม่ถูกต้องตามมาตรา 18 ประกอบมาตรา 232
จำเลยทั้งสองมิได้วางเงินค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนโจทก์ให้ครบตามคำสั่ง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเป็นหน้าที่ของจำเลยเอง เมื่อไม่ใช่ความบกพร่องเรื่องค่าธรรมเนียมศาลตามมาตรา 18 ประกอบมาตรา 232 ศาลไม่ต้องแจ้งให้แก้ไข แม้ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์มาก็ไม่ทำให้กลายเป็นอุทธรณ์ที่ชอบ
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 46 คดี (พ.ศ. 2485 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 10115/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8584/2553 (2010)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5499/2550 (2007)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1044/2550 (2007)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8749-8750/2550 (2007)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6008/2548 (2005)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2520/2548 (2005)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 665/2548 (2005)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์ก่อนส่งขึ้นศาลอุทธรณ์ได้หรือไม่
ได้ ตามมาตรา 232 ศาลชั้นต้นตรวจอุทธรณ์และอาจปฏิเสธไม่ส่งได้หากไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมาย โดยคำสั่งไม่ส่งต้องแสดงเหตุผล
หากศาลชั้นต้นปฏิเสธไม่ส่งอุทธรณ์จะเป็นอย่างไร
ศาลต้องแสดงเหตุที่ไม่ส่ง ท่านอาจอุทธรณ์คำสั่งไม่รับนั้นต่อศาลอุทธรณ์ตามมาตรา 234 ภายในสิบห้าวันนับแต่วันมีคำสั่ง
หากทั้งสองฝ่ายอุทธรณ์ ศาลต้องพิจารณาแยกกันหรือไม่
ไม่จำเป็น มาตรา 232 อนุญาตให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยอุทธรณ์ของคู่ความทั้งสองฝ่ายในคำสั่งฉบับเดียวกันได้
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil Procedure Code, s. 232 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 232. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-232/ (accessed 1 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 232 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-232/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-232/"><p>เมื่อได้รับอุทธรณ์แล้ว ให้ศาลชั้นต้นตรวจอุทธรณ์และมีคำสั่งให้ส่งหรือปฏิเสธไม่ส่งอุทธรณ์นั้นไปยังศาลอุทธรณ์ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ ถ้าศาลปฏิเสธไม่ส่ง ให้ศาลแสดงเหตุที่ไม่ส่งนั้นไว้ในคำสั่งทุกเรื่องไป ถ้าคู่ความทั้งสองฝ่ายได้ยื่นอุทธรณ์ ศาลจะวินิจฉัยอุทธรณ์ทั้งสองฉบับนั้นในคำสั่งฉบับเดียวกันก็ได้</p><footer>Civil Procedure Code, s. 232 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-232/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา