ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง
มาตรา 236: คำสั่งศาลอุทธรณ์เกี่ยวกับอุทธรณ์ที่ไม่รับ
ตัวบทกฎหมาย
เมื่อคู่ความยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลที่ปฏิเสธไม่ยอมรับอุทธรณ์ ให้ศาลส่งคำร้องเช่นว่านั้นไปยังศาลอุทธรณ์โดยไม่ชักช้าพร้อมด้วยคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดีของศาลชั้นต้นและฟ้องอุทธรณ์ ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นเป็นการจำเป็นที่จะต้องตรวจสำนวน ให้มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ ในกรณีเช่นนี้ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาคำร้อง แล้วมีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นหรือมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ คำสั่งนี้ให้เป็นที่สุดแล้วส่งไปให้ศาลชั้นต้นอ่านเมื่อได้อ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ให้รับอุทธรณ์แล้ว ให้ศาลชั้นต้นส่งสำเนาอุทธรณ์แก่จำเลยอุทธรณ์ และภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันที่จำเลยอุทธรณ์ยื่นคำแก้อุทธรณ์ หรือนับแต่ระยะเวลาที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๓๗ สำหรับการยื่นคำแก้อุทธรณ์ได้สิ้นสุดลง ให้ศาลส่งคำแก้อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์หรือแจ้งให้ทราบว่าไม่มีคำแก้อุทธรณ์ เมื่อศาลอุทธรณ์ได้รับคำแก้อุทธรณ์หรือแจ้งความเช่นว่าแล้วให้นำคดีลงสารบบความของศาลอุทธรณ์โดยพลัน
คำแปลภาษาอังกฤษ
เมื่อคู่ความยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลที่ปฏิเสธไม่ยอมรับอุทธรณ์ ให้ศาลส่งคำร้องเช่นว่านั้นไปยังศาลอุทธรณ์โดยไม่ชักช้าพร้อมด้วยคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดีของศาลชั้นต้นและฟ้องอุทธรณ์ ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นเป็นการจำเป็นที่จะต้องตรวจสำนวน ให้มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ ในกรณีเช่นนี้ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาคำร้อง แล้วมีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นหรือมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ คำสั่งนี้ให้เป็นที่สุดแล้วส่งไปให้ศาลชั้นต้นอ่านเมื่อได้อ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ให้รับอุทธรณ์แล้ว ให้ศาลชั้นต้นส่งสำเนาอุทธรณ์แก่จำเลยอุทธรณ์ และภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันที่จำเลยอุทธรณ์ยื่นคำแก้อุทธรณ์ หรือนับแต่ระยะเวลาที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๓๗ สำหรับการยื่นคำแก้อุทธรณ์ได้สิ้นสุดลง ให้ศาลส่งคำแก้อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์หรือแจ้งให้ทราบว่าไม่มีคำแก้อุทธรณ์ เมื่อศาลอุทธรณ์ได้รับคำแก้อุทธรณ์หรือแจ้งความเช่นว่าแล้วให้นำคดีลงสารบบความของศาลอุทธรณ์โดยพลัน
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 236 ทำให้กลไกที่เริ่มในมาตรา 234 สมบูรณ์ เมื่อมีคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งคำร้องพร้อมคำพิพากษาและฟ้องอุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์ ซึ่งอาจเรียกสำนวนมาตรวจ แล้วศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธหรือสั่งให้รับอุทธรณ์ และที่สำคัญคือคำสั่งนี้เป็นที่สุด ความเป็นที่สุดมีผลสำคัญ คือเมื่อศาลอุทธรณ์ยืนตามคำสั่งไม่รับของศาลชั้นต้น เรื่องย่อมยุติ ต้องห้ามฎีกา หากสั่งให้รับอุทธรณ์ ก็ส่งสำเนาแก่จำเลยอุทธรณ์และส่งคำแก้อุทธรณ์ เช่นเดียวกับมาตรา 235
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
หลักความเป็นที่สุดตามมาตรา 236 ทำให้คู่ความจำนวนมากพลาด หากศาลอุทธรณ์ยืนตามคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของศาลชั้นต้น ย่อมสิ้นสุด ท่านจะฎีกาต่อไปไม่ได้ ศาลชั้นต้นที่รับฎีกาในกรณีเช่นนั้นย่อมไม่ชอบ และศาลฎีกาจะไม่รับวินิจฉัย ดังนั้นการอุทธรณ์คำสั่งไม่รับตามมาตรา 234 ซึ่งศาลอุทธรณ์วินิจฉัยตามมาตรา 236 จึงเป็นโอกาสเดียว ควรเตรียมให้รอบคอบ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4117/2566 (2023)
เมื่อศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์และศาลอุทธรณ์ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับ เท่ากับยืนตามคำสั่งไม่รับ คำสั่งนั้นเป็นที่สุดตามมาตรา 236 วรรคหนึ่ง ต้องห้ามฎีกา
ศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์ของผู้ซื้อทรัพย์ ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของผู้ซื้อทรัพย์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเท่ากับยืนตามคำสั่งไม่รับ ซึ่งเป็นที่สุดตามมาตรา 236 วรรคหนึ่ง การที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาจึงไม่ชอบ
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4439/2558 (2015)
เมื่อศาลอุทธรณ์ยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ คำสั่งนั้นเป็นที่สุดตามมาตรา 236 วรรคหนึ่ง ต้องห้ามฎีกา การที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาจึงไม่ชอบ
หลังศาลชั้นต้นไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์ยืนตามคำสั่งไม่รับ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำสั่งศาลอุทธรณ์เป็นที่สุดตามมาตรา 236 วรรคหนึ่ง จึงไม่รับวินิจฉัยฎีกา และแก้ไขเรื่องคืนค่าขึ้นศาลให้ถูกต้อง
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 136 คดี (พ.ศ. 2497 ถึง 2566)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4117/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8717/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4439/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1582/2556 (2013)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2476/2554 (2011)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1046/2554 (2011)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 11519/2553 (2010)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8584/2553 (2010)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ใครเป็นผู้วินิจฉัยว่าจะรับอุทธรณ์ที่ถูกไม่รับหรือไม่
ศาลอุทธรณ์ ตามมาตรา 236 ศาลอุทธรณ์พิจารณาคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับ แล้วมีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธหรือสั่งให้รับอุทธรณ์
หากศาลอุทธรณ์ยืนตามคำสั่งไม่รับ จะฎีกาได้หรือไม่
ไม่ได้ ตามมาตรา 236 วรรคหนึ่ง คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่ยืนตามคำปฏิเสธเป็นที่สุด จึงต้องห้ามฎีกา
หลังศาลอุทธรณ์สั่งให้รับอุทธรณ์แล้วเป็นอย่างไร
อ่านคำสั่งที่ศาลชั้นต้น จากนั้นศาลชั้นต้นส่งสำเนาอุทธรณ์แก่จำเลยอุทธรณ์ ส่งคำแก้อุทธรณ์ภายในกำหนด และนำคดีลงสารบบความของศาลอุทธรณ์
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil Procedure Code (Thailand), s. 236. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-236/ (accessed 13 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.พ. มาตรา 236 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-236/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-236/"><p>เมื่อคู่ความยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลที่ปฏิเสธไม่ยอมรับอุทธรณ์ ให้ศาลส่งคำร้องเช่นว่านั้นไปยังศาลอุทธรณ์โดยไม่ชักช้าพร้อมด้วยคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดคดีของศาลชั้นต้นและฟ้องอุทธรณ์ ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นเป็นการจำเป็นที่จะต้องตรวจสำนวน ให้มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ ในกรณีเช่นนี้ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาคำร้อง แล้วมีคำสั่งยืนตามคำปฏิเสธของศาลชั้นต้นหรือมีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ คำสั่งนี้ให้เป็นที่สุดแล้วส่งไปให้ศาลชั้นต้นอ่านเมื่อได้อ่านคำสั่งศาลอุทธรณ์ให้รับอุทธรณ์แล้ว ให้ศาลชั้นต้นส่งสำเนาอุทธรณ์แก่จำเลยอุทธรณ์ และภายในกำหนดเจ็ดวันนับแต่วันที่จำเลยอุทธรณ์ยื่นคำแก้อุทธรณ์ หรือนับแต่ระยะเวลาที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๓๗ สำหรับการยื่นคำแก้อุทธรณ์ได้สิ้นสุดลง ให้ศาลส่งคำแก้อุทธรณ์ไปยังศาลอุทธรณ์หรือแจ้งให้ทราบว่าไม่มีคำแก้อุทธรณ์ เมื่อศาลอุทธรณ์ได้รับคำแก้อุทธรณ์หรือแจ้งความเช่นว่าแล้วให้นำคดีลงสารบบความของศาลอุทธรณ์โดยพลัน</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-236/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา