ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 245: ผลของคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ต่อคู่ความ

ตัวบทกฎหมาย

คำพิพากษาหรือคำสั่งชั้นอุทธรณ์ให้มีผลเฉพาะระหว่างคู่ความชั้นอุทธรณ์ เว้นแต่ในกรณีต่อไปนี้
(๑) ถ้าคำพิพากษาหรือคำสั่งที่อุทธรณ์นั้นเกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ และคู่ความแต่บางฝ่ายเป็นผู้อุทธรณ์ซึ่งทำให้คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นมีผลเป็นที่สุด ระหว่างคู่ความอื่น ๆ ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นว่าควรกลับคำพิพากษาหรือคำสั่งที่อุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์มีอำนาจชี้ขาดว่าคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลอุทธรณ์ ให้มีผลระหว่างคู่ความทุกฝ่ายในคดีในศาลชั้นต้นด้วย
(๒) ถ้าได้มีการอนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้ามาในคดีแทนคู่ความฝ่ายใด คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ย่อมมีผลบังคับแก่คู่ความฝ่ายนั้นด้วย

คำแปลภาษาอังกฤษ

A judgment or order at the appellate level shall take effect only between the parties to the appeal, except in the following cases:
(1) If the judgment or order appealed against concerns the performance of an indivisible obligation, and only some of the parties are the appellants, so that the judgment or order becomes final between the other parties, then if the Court of Appeal is of the view that the judgment or order appealed against should be reversed, the Court of Appeal shall have power to rule that its judgment or order takes effect between all parties in the case in the court of first instance as well.
(2) If an intervener has been permitted to enter the case in place of a party, the judgment of the Court of Appeal shall also be binding on that party.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 245 กำหนดขอบเขตตัวบุคคลที่ผูกพันตามคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ หลักคือมีผลเฉพาะผู้ที่อุทธรณ์ ซึ่งคุ้มครองคู่ความที่เลือกไม่อุทธรณ์ไม่ให้ตกอยู่ในฐานะเสียเปรียบ อนุมาตรา (1) เป็นข้อยกเว้นเพื่อความเป็นธรรมในกรณีหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ กล่าวคือ เมื่อการกลับคำพิพากษาต้องมีผลเป็นคุณแก่ทุกฝ่ายโดยสภาพ ศาลอาจขยายผลไปถึงคู่ความที่มิได้อุทธรณ์เพื่อมิให้ผลคดีขัดกัน ส่วนอนุมาตรา (2) ผูกพันคู่ความที่มีผู้ร้องสอดเข้าแทน เมื่ออ่านประกอบมาตรา 246 และ 252 หลักเดียวกันนี้ให้ศาลฎีกาขยายผลที่เป็นคุณไปถึงจำเลยร่วมที่มิได้ฎีกาได้

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

หากคุณเป็นจำเลยร่วมคนหนึ่งที่ถูกฟ้องในหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ เช่น หนี้ที่ต้องรับผิดอย่างเดียวกัน การที่จำเลยอีกคนชนะในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกาอาจเป็นคุณแก่คุณแม้คุณจะไม่ได้อุทธรณ์เอง ในทางกลับกัน การไม่อุทธรณ์ก็ไม่ได้ทำให้เสียเปรียบเสมอไป แต่ไม่ควรวางใจโดยไม่ตรวจสอบเพราะข้อยกเว้นนี้แคบ ควรให้ทนายความตรวจว่าหลักหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ใช้กับคดีของคุณหรือไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1279/2568 (2025)

    เมื่อเป็นเรื่องหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้และเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลอาจยกขึ้นวินิจฉัยเองและขยายผลที่เป็นคุณไปถึงคู่ความที่มิได้ฎีกาได้ ตามมาตรา 245 (1) ประกอบมาตรา 246 และ 252

    โจทก์ไม่มีอำนาจบังคับคดีแก่จำเลยที่ 2 อันเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยและเป็นหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองและให้มีผลเป็นคุณแก่จำเลยที่ 3 และที่ 4 ที่มิได้ฎีกาด้วย ตามมาตรา 245 (1) ประกอบมาตรา 246 และ 252

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3524/2567 (2024)

    เมื่อจำเลยร่วมต้องชำระหนี้อย่างเดียวกันอันถือเป็นหนี้ที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ ศาลย่อมพิพากษาให้มีผลเป็นคุณแก่จำเลยร่วมที่มิได้ฎีกาได้ ตามมาตรา 245 (1) ประกอบมาตรา 252

    จำเลยที่ 2 ต้องชำระหนี้อย่างเดียวกับจำเลยที่ 1 อันเป็นหนี้ที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ จำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดเช่นเดียวกัน ศาลฎีกาเห็นว่าพิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ 2 ที่มิได้ฎีกาได้ ตามมาตรา 245 (1) ประกอบมาตรา 252

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4980/2567 (2024)

    ลูกหนี้ตามคำพิพากษาที่ต้องรับผิดในหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้อย่างเดียวกัน ย่อมไม่ต้องรับผิดเมื่ออีกฝ่ายไม่ต้องรับผิด และศาลขยายผลนั้นไปถึงจำเลยร่วมที่มิได้ฎีกาได้ ตามมาตรา 245 (1) ประกอบมาตรา 252

    เมื่อจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดในหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้อย่างเดียวกับจำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์เช่นกัน ศาลฎีกาเห็นว่าพิพากษาให้มีผลถึงจำเลยที่ 2 ที่มิได้ฎีกาได้ ตามมาตรา 245 (1) ประกอบมาตรา 252

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 203 คดี (พ.ศ. 2497 ถึง 2568)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5054/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3524/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1879/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1480/2563 (2020)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4455/2562 (2019)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8725/2561 (2018)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8402/2560 (2017)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 15116/2558 (2015)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

คำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ผูกพันจำเลยที่ไม่ได้อุทธรณ์หรือไม่

โดยหลักไม่ผูกพัน มาตรา 245 ให้มีผลเฉพาะคู่ความที่อุทธรณ์ แต่ในหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ การกลับคำพิพากษาอาจขยายผลถึงคู่ความที่ไม่ได้อุทธรณ์ได้

หนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้คืออะไร

คือหนี้ที่ไม่อาจแบ่งแยกความรับผิดระหว่างคู่ความได้ เช่น การต้องรับผิดอย่างเดียวกันในหนี้รายเดียว ซึ่งผลที่เป็นคุณแก่จำเลยคนหนึ่งต้องมีผลถึงคนอื่นโดยสภาพ

ศาลฎีกาใช้หลักเดียวกันหรือไม่

ใช่ โดยมาตรา 246 และ 252 ศาลฎีกาขยายผลที่เป็นคุณในหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ไปถึงจำเลยร่วมที่มิได้ฎีกาได้

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Civil Procedure Code, s. 245 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 245. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-245/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 245
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-245/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-245/"><p>คำพิพากษาหรือคำสั่งชั้นอุทธรณ์ให้มีผลเฉพาะระหว่างคู่ความชั้นอุทธรณ์ เว้นแต่ในกรณีต่อไปนี้ (๑) ถ้าคำพิพากษาหรือคำสั่งที่อุทธรณ์นั้นเกี่ยวด้วยการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ และคู่ความแต่บางฝ่ายเป็นผู้อุทธรณ์ซึ่งทำให้คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นมีผลเป็นที่สุด ระหว่างคู่ความอื่น ๆ ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นว่าควรกลับคำพิพากษาหรือคำสั่งที่อุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์มีอำนาจชี้ขาดว่าคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลอุทธรณ์ ให้มีผลระหว่างคู่ความทุกฝ่ายในคดีในศาลชั้นต้นด้วย (๒) ถ้าได้มีการอนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้ามาในคดีแทนคู่ความฝ่ายใด คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ย่อมมีผลบังคับแก่คู่ความฝ่ายนั้นด้วย</p><footer>Civil Procedure Code, s. 245 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-245/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง