ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

มาตรา 84/1: ภาระการพิสูจน์และข้อสันนิษฐาน

ตัวบทกฎหมาย

คู่ความฝ่ายใดกล่าวอ้างข้อเท็จจริงเพื่อสนับสนุนคำคู่ความของตน ให้คู่ความฝ่ายนั้นมีภาระการพิสูจน์ข้อเท็จจริงนั้น แต่ถ้ามีข้อสันนิษฐานไว้ในกฎหมายหรือมีข้อสันนิษฐานที่ควรจะเป็นซึ่งปรากฏจากสภาพปกติธรรมดาของเหตุการณ์เป็นคุณแก่คู่ความฝ่ายใด คู่ความฝ่ายนั้นต้องพิสูจน์เพียงว่าตนได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขแห่งการที่ตนจะได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานนั้นครบถ้วนแล้ว

คำแปลภาษาอังกฤษ

A party who asserts a fact in support of its pleading shall bear the burden of proving that fact. However, where there is a presumption laid down by law, or a natural presumption arising from the ordinary course of events, in favor of a party, that party need only prove that it has fully complied with the conditions for obtaining the benefit of that presumption.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 84/1 วางหลักทั่วไปเรื่องภาระการพิสูจน์ว่า ผู้กล่าวอ้างข้อเท็จจริงต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงนั้น แล้วกำหนดผลของข้อสันนิษฐาน ไม่ว่าจะเป็นข้อสันนิษฐานตามกฎหมายหรือข้อสันนิษฐานที่ควรจะเป็นตามสภาพปกติของเหตุการณ์ เมื่อข้อสันนิษฐานเป็นคุณแก่ฝ่ายใด ฝ่ายนั้นเพียงพิสูจน์ว่าตนเข้าเงื่อนไขของข้อสันนิษฐาน แล้วภาระการพิสูจน์หักล้างจึงตกแก่อีกฝ่าย มาตรานี้อยู่คู่กับมาตรา 84 ว่าด้วยสิ่งที่ต้องพิสูจน์ และเชื่อมโยงกับข้อสันนิษฐานในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และกฎหมายอื่น

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

ผู้ที่มีภาระการพิสูจน์มักเป็นตัวชี้ขาดคดี เพราะฝ่ายที่ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงจะแพ้หากพยานหลักฐานก้ำกึ่งกัน ก่อนดำเนินคดีควรพิจารณาว่าท่านต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงใด และมีข้อสันนิษฐานใดเช่นข้อสันนิษฐานความเป็นเจ้าของจากการครอบครอง ที่ผลักภาระไปยังอีกฝ่ายหรือไม่ ตัวอย่างในคดีหนี้ ลูกหนี้ที่อ้างว่าชำระหนี้แล้วต้องเป็นผู้พิสูจน์ ควรวิเคราะห์เรื่องนี้กับทนายความแต่ต้น

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 514/2567 (2024)

    คู่ความที่กล่าวอ้างข้อเท็จจริง เช่น ลูกหนี้ที่อ้างว่าได้ชำระหนี้เงินกู้ครบถ้วนแล้ว มีภาระการพิสูจน์ตามมาตรา 84/1 และคำเบิกความลอย ๆ ที่ไม่มีพยานหลักฐานสนับสนุนย่อมไม่พอที่จะปฏิบัติตามภาระนั้น

    จำเลยที่ 1 อ้างว่าได้ชำระหนี้เงินกู้ครบถ้วนแล้ว จึงมีภาระการพิสูจน์ตามมาตรา 84/1 เมื่อยังปรากฏหนี้เงินกู้ค้างอยู่ในงบการเงินของจำเลยเอง และมีเพียงพยานปากเดียวเบิกความลอย ๆ โดยไม่มีพยานหลักฐานอื่น ศาลจึงเห็นว่าจำเลยไม่อาจปฏิบัติตามภาระการพิสูจน์ได้

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1589/2567 (2024)

    โฉนดที่ดินเป็นเอกสารซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำขึ้น จึงให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นของแท้จริงและถูกต้องตามมาตรา 127 คู่ความที่อ้างโฉนดย่อมเป็นฝ่ายที่ได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานของกฎหมาย ในคดีนี้คือข้อสันนิษฐานว่าที่ดินพิพาทเป็นของผู้มีชื่อในโฉนดตาม ป.พ.พ. มาตรา 1373 ประกอบมาตรา 1599 คู่ความอีกฝ่ายจึงมีภาระการพิสูจน์ข้อเท็จจริงเพื่อสนับสนุนคำคู่ความของตนตามมาตรา 84/1 ข้อสันนิษฐานดังกล่าวมาจากทะเบียนและกฎหมายมรดก มิใช่มาจากการที่คู่ความเข้าครอบครองที่ดินตามความเป็นจริง คำให้การที่บรรยายถึงที่มาของการเข้าครอบครองและอ้างการได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382 ย่อมไม่ทำให้ภาระการพิสูจน์เปลี่ยนไป และเมื่อพยานหลักฐานไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะหักล้างข้อสันนิษฐานได้ คดีย่อมฟังไม่ได้ตามที่อ้าง

    จำเลยที่ 2 ให้การว่าเดิมที่ดินพิพาทเป็นของนายพินิจซึ่งขายให้จำเลยที่ 1 และนายอนุมัติโดยมิได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ แล้วบุคคลทั้งสองยกให้จำเลยที่ 2 ซึ่งครอบครองทำประโยชน์โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเป็นเวลากว่า 10 ปี จึงได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำให้การดังกล่าวเป็นเพียงการบรรยายถึงข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุที่มาของการเข้าครอบครอง หากได้ความจริงก็อาจได้กรรมสิทธิ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382 และเมื่อโฉนดที่ดินเป็นเอกสารซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำขึ้น ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นของแท้จริงและถูกต้องตามมาตรา 127 โจทก์ย่อมได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานว่าที่ดินพิพาทเป็นของนายพินิจตาม ป.พ.พ. มาตรา 1373 ประกอบมาตรา 1599 จำเลยที่ 2 จึงมีภาระการพิสูจน์ตามมาตรา 84/1 เมื่อพยานหลักฐานของจำเลยที่ 2 ไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะหักล้างข้อสันนิษฐานได้ คดีจึงฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 ได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2008/2567 (2024)

    คู่ความจะได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานตามมาตรา ๘๔/๑ ได้ก็เฉพาะบนฐานข้อเท็จจริงที่ตนได้บรรยายฟ้องหรือตั้งประเด็นไว้ เมื่อคำฟ้องกล่าวอ้างเพียงความประมาทเลินเล่อในการไม่ดับเพลิงอย่างทันท่วงที มิได้ตั้งประเด็นว่าเหตุเกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจร การที่ศาลวินิจฉัยว่าเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรและให้โจทก์ได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐาน ย่อมเป็นการนอกฟ้องนอกประเด็นและไม่ชอบด้วยมาตรา ๑๔๒

    โจทก์ผู้รับประกันภัยบรรยายฟ้องว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณลานจอดรถชั้นใต้ดินอันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ ๑ ที่ปล่อยปละละเลยไม่ดับเพลิงอย่างทันท่วงทีจนไฟลุกลามไปไหม้รถยนต์คันที่โจทก์รับประกันภัย คำบรรยายฟ้องเช่นนี้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาว่าจำเลยที่ ๑ กระทำละเมิดตาม ป.พ.พ. มาตรา ๔๒๐ แต่หาได้บรรยายฟ้องหรือตั้งประเด็นว่าเหตุละเมิดเกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจรไม่ ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่า การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าเหตุเกิดจากกระแสไฟฟ้าลัดวงจรและโจทก์ได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานตามมาตรา ๘๔/๑ แล้วพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ รับผิด เป็นการนอกฟ้องนอกประเด็น อันไม่ชอบด้วยมาตรา ๑๔๒

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 29 คดี (พ.ศ. 2548 ถึง 2568)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3615/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2451/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2008/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 514/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1478/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4238/2564 (2021)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1167/2562 (2019)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1518/2561 (2018)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ใครมีภาระการพิสูจน์ตามมาตรา 84/1

คู่ความฝ่ายที่กล่าวอ้างข้อเท็จจริงเพื่อสนับสนุนคำคู่ความของตนต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงนั้น เว้นแต่มีข้อสันนิษฐานเป็นคุณที่ผลักภาระไปยังอีกฝ่าย

ข้อสันนิษฐานตามกฎหมายมีผลต่อภาระการพิสูจน์อย่างไร

ฝ่ายที่ได้ประโยชน์จากข้อสันนิษฐานเพียงพิสูจน์ว่าตนเข้าเงื่อนไขของข้อสันนิษฐาน อีกฝ่ายจึงมีภาระพิสูจน์หักล้างข้อเท็จจริงที่สันนิษฐานไว้

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84/1
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 84/1. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-84-1/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 84/1
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-84-1/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-84-1/"><p>คู่ความฝ่ายใดกล่าวอ้างข้อเท็จจริงเพื่อสนับสนุนคำคู่ความของตน ให้คู่ความฝ่ายนั้นมีภาระการพิสูจน์ข้อเท็จจริงนั้น แต่ถ้ามีข้อสันนิษฐานไว้ในกฎหมายหรือมีข้อสันนิษฐานที่ควรจะเป็นซึ่งปรากฏจากสภาพปกติธรรมดาของเหตุการณ์เป็นคุณแก่คู่ความฝ่ายใด คู่ความฝ่ายนั้นต้องพิสูจน์เพียงว่าตนได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขแห่งการที่ตนจะได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานนั้นครบถ้วนแล้ว</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 84/1 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-84-1/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง