ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

126 — การแก้หรือถอนคำร้องทุกข์

คนบทกฎหมาย

ผู้ร้องทุกข์จะแก้คำร้องทุกข์ระยะใด หรือจะถอนคำร้องทุกข์เสียเมื่อใดก็ได้ในคดีซึ่งมิใช่ความผิดต่อส่วนตัว การถอนคำร้องทุกข์เช่นนั้นย่อมไม่ตัดอำนาจพนักงานสอบสวนที่จะสอบสวนหรือพนักงานอัยการที่จะฟ้องคดีนั้น

คำแปลภาษาไทย

A complainant may amend his complaint at any stage, or withdraw his complaint at any time. In a case that is not a compoundable offence, such withdrawal of the complaint does not deprive the investigating officer of the power to investigate, or the public prosecutor of the power to file that case.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

บทบัญญัติในหมวดหลักทั่วไปนี้ยืนยันสิทธิของผู้ร้องทุกข์ที่จะแก้หรือถอนคำร้องทุกข์ และขีดเส้นแบ่งสำคัญระหว่างความผิดต่อส่วนตัวกับความผิดอาญาแผ่นดิน สำหรับความผิดต่อส่วนตัว การถอนคำร้องทุกข์โดยชอบทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับตามมาตรา 39 (2) ส่วนความผิดอาญาแผ่นดิน การถอนไม่มีผลเช่นนั้นและคดีดำเนินต่อไป ศาลเน้นว่าเฉพาะการถอนที่ชอบด้วยกฎหมาย ทำก่อนคดีถึงที่สุดและโดยผู้มีอำนาจ จึงจะมีผลระงับสิทธิ

ความสำคัญต่อ

หากข้อพิพาทเป็นความผิดต่อส่วนตัว เช่น ยักยอก ฉ้อโกงระหว่างเอกชน หรือหมิ่นประมาท การถอนคำร้องทุกข์อาจทำให้คดีอาญาสิ้นสุดถาวร ซึ่งมักเป็นส่วนหนึ่งของการตกลงกัน แต่การถอนต้องทำโดยชอบและโดยผู้มีอำนาจ มิฉะนั้นจะไม่มีผล ส่วนความผิดอาญาแผ่นดิน เช่น ฉ้อโกงประชาชน การถอนไม่มีผล อัยการยังฟ้องได้ ควรพิจารณาทางเลือกในการตกลงกันกับทนายก่อนถอน

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4903/2565 (2022)

    สิทธิถอนคำร้องทุกข์เมื่อใดก็ได้ตามมาตรา 126 วรรคหนึ่ง ใช้กับความผิดต่อส่วนตัวเช่นยักยอก แต่การถอนต้องชอบด้วยกฎหมายจึงจะทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ เมื่อการถอนเกี่ยวกับสิทธิในทรัพย์สินของเด็ก ต้องมีอำนาจโดยชอบ

    คดีฟ้องยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 353 และ 354 ซึ่งมาตรา 356 บัญญัติให้เป็นความผิดอันยอมความได้ ศาลฎีกายืนยันสิทธิถอนคำร้องทุกข์ตามมาตรา 126 วรรคหนึ่ง แต่เห็นว่าการถอนที่จะทำให้สิทธินำคดีมาฟ้องระงับตามมาตรา 39 (2) ต้องเป็นการถอนโดยชอบ และเมื่อสิทธิถอนในความผิดฐานยักยอกเป็นสิทธิเกี่ยวกับทรัพย์สิน จึงต้องมีอำนาจโดยชอบ

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 747/2565 (2022)

    ฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 343 และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน แม้ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ก็ไม่ตัดอำนาจอัยการที่จะฟ้อง และสิทธินำคดีมาฟ้องไม่ระงับตามมาตรา 126

    ศาลฎีกาเห็นว่าฉ้อโกงประชาชนและความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ตามมาตรา 126 แม้ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ก็ไม่ตัดอำนาจอัยการที่จะฟ้อง และสิทธินำคดีอาญามาฟ้องไม่ระงับ

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6844/2554 (2011)

    ผู้ร้องทุกข์มีสิทธิถอนคำร้องทุกข์ได้ก่อนคดีถึงที่สุดตามมาตรา 126 วรรคหนึ่ง คำร้องที่มีข้อความว่าผู้เสียหายไม่ประสงค์จะดำเนินคดีอีกต่อไปย่อมมีลักษณะเป็นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์

    ผู้เสียหายยื่นคำร้องว่าไม่ประสงค์จะดำเนินคดีแก่จำเลยอีกต่อไป และโจทก์มิได้คัดค้าน ศาลฎีกาเห็นว่าคำร้องดังกล่าวมีลักษณะเป็นคำร้องขอถอนคำร้องทุกข์ ซึ่งผู้เสียหายมีสิทธิถอนได้ก่อนคดีถึงที่สุดตามมาตรา 126 วรรคหนึ่ง

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

ถอนคำร้องทุกข์ได้หรือไม่

ได้ ตามมาตรา 126 ผู้ร้องทุกข์ถอนคำร้องทุกข์เมื่อใดก็ได้ แต่ถ้าเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน การถอนไม่ตัดอำนาจสอบสวนหรืออำนาจฟ้อง

การถอนคำร้องทุกข์ทำให้คดีความผิดต่อส่วนตัวสิ้นสุดหรือไม่

อาจสิ้นสุดได้ การถอนโดยชอบก่อนคดีถึงที่สุดทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องความผิดต่อส่วนตัวระงับตามมาตรา 39 (2) แต่ต้องทำโดยชอบและโดยผู้มีอำนาจ

การถอนคำร้องทุกข์ช่วยในคดีฉ้อโกงประชาชนได้หรือไม่

ไม่ ฉ้อโกงประชาชนเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ตามมาตรา 126 การถอนคำร้องทุกข์ไม่ตัดอำนาจอัยการที่จะฟ้อง

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น