ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 135: ห้ามจูงใจให้ผู้ต้องหาให้การ

ตัวบทกฎหมาย

ในการถามคำให้การผู้ต้องหา
ห้ามมิให้พนักงานสอบสวนทำหรือจัดให้ทำการใด ๆ ซึ่งเป็นการให้คำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ
หลอกลวง ทรมาน ใช้กำลังบังคับ หรือกระทำโดยมิชอบประการใด ๆ
เพื่อจูงใจให้เขาให้การอย่างใด ๆ ในเรื่องที่ต้องหานั้น

คำแปลภาษาอังกฤษ

In taking the accused's statement, the inquiry official is prohibited from doing or causing to be done any act that constitutes a promise, threat, deception, torture, use of force, or any unlawful means, in order to induce the accused to make any statement regarding the matter with which he is charged.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรานี้เป็นหลักประกันความสมัครใจในหมวด 1 การสอบสวนสามัญ ห้ามพนักงานสอบสวนใช้คำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวง ทรมาน ใช้กำลังบังคับ หรือวิธีมิชอบอื่นเพื่อจูงใจให้ผู้ต้องหาให้การในเรื่องที่ถูกกล่าวหา เสริมกับการแจ้งสิทธิตามมาตรา 134/4 และประกอบกับมาตรา 226 ในการชี้ว่าคำรับสารภาพจะรับฟังยันผู้ต้องหาได้หรือไม่ แนวคำพิพากษาแยกการกระทำที่เป็นการบังคับข่มขู่จริงออกจากขั้นตอนการสืบสวนที่ชอบ มิใช่ทุกการกล่าวข้อเท็จจริงคลาดเคลื่อนต่อผู้ต้องหาจะเป็นการหลอกลวงโดยมิชอบตามมาตรานี้

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

คำรับสารภาพจะชอบด้วยกฎหมายก็ต่อเมื่อให้การด้วยความสมัครใจ หากตำรวจใช้การขู่เข็ญ คำมั่นสัญญาเท็จ การทรมาน หรือกำลังบังคับให้ท่านพูด คำรับสารภาพนั้นย่อมถูกโต้แย้งและตัดออกได้ อย่างไรก็ดี มิใช่ทุกวิธีการของตำรวจจะเข้าข่าย ศาลฎีกาวางแนวว่าคำรับสารภาพที่ให้โดยสมัครใจ แม้จะตามหลังคำพูดที่คลาดเคลื่อนของพนักงานสอบสวน ก็ไม่ถือว่าเป็นผลจากการจูงใจโดยมิชอบเสมอไป หากเห็นว่าถูกบังคับให้การควรยกขึ้นแต่เนิ่น ๆ และปรึกษาทนายความ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2215/2548 (2005)

    คำรับสารภาพที่ให้โดยสมัครใจ มิได้เกิดจากการจูงใจ คำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวง หรือวิธีมิชอบอื่น ใช้เป็นพยานหลักฐานยันผู้ต้องหาได้ตามมาตรา 135

    จำเลยรับสารภาพหลังญาติที่มาเยี่ยมแนะนำให้รับสารภาพ ศาลฎีกาเห็นว่าแสดงว่าจำเลยรับสารภาพโดยสมัครใจ มิได้เกิดจากการจูงใจ ขู่เข็ญ หรือหลอกลวง จึงใช้เป็นพยานหลักฐานยันจำเลยได้ตามมาตรา 135

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 924/2544 (2001)

    การที่พนักงานสอบสวนบอกผู้ต้องหาผิดไปจากความจริง (ว่าผู้ตายยังไม่ตาย) เพื่อทราบข้อเท็จจริง ไม่ถือเป็นการล่อลวงเพื่อจูงใจให้รับสารภาพตามมาตรา 135 คำรับจึงไม่เสียไปเพราะเหตุนี้

    ในชั้นสอบสวนจำเลยรับว่าเป็นผู้ขับรถ พนักงานสอบสวนบอกจำเลยว่าผู้ตายยังไม่ตายซึ่งผิดจากความจริง ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นการกระทำเพื่อทราบข้อเท็จจริงตามอำนาจกฎหมาย มิใช่การล่อลวงเพื่อจูงใจให้รับสารภาพตามมาตรา 135 คำรับของจำเลยจึงรับฟังได้

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2140/2545 (2002)

    มาตรา 135 ประกอบมาตรา 134 และมาตรา 226 ใช้ทดสอบว่าคำรับถูกจูงใจโดยมิชอบหรือไม่ เมื่อจำเลยไม่ได้นำสืบโต้แย้งข้อเท็จจริงในชั้นพิจารณาและบันทึกแสดงว่ารับสารภาพหลังแจ้งข้อหา คำรับจึงไม่ปรากฏว่าไม่ชอบ

    จำเลยอ้างว่าคำรับถูกนำมาใช้ก่อนตกอยู่ในฐานะผู้ต้องหาและไม่มีการแจ้งสิทธิที่ถูกต้อง ขัดต่อมาตรา 134 มาตรา 135 และมาตรา 226 ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยมิได้นำสืบโต้แย้งข้อเท็จจริงในชั้นพิจารณา และบันทึกแสดงว่ารับสารภาพหลังแจ้งข้อหา คำรับจึงไม่ปรากฏว่าไม่ชอบ

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 10 คดี (พ.ศ. 2501 ถึง 2548)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2215/2548 (2005)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 924/2544 (2001)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1542/2540 (1997)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6651/2538 (1995)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3632/2535 (1992)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1341/2509 (1966)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4020/2540 (1997)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2140/2545 (2002)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ตำรวจขู่เข็ญหรือหลอกให้รับสารภาพได้หรือไม่

ไม่ได้ มาตรา 135 ห้ามพนักงานสอบสวนใช้คำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวง ทรมาน ใช้กำลังบังคับ หรือวิธีมิชอบอื่นเพื่อจูงใจให้ผู้ต้องหาให้การ

การที่ตำรวจพูดคลาดเคลื่อนถือเป็นการหลอกลวงเสมอหรือไม่

ไม่เสมอไป ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำรับสารภาพที่ให้โดยสมัครใจไม่ถือเป็นผลจากการจูงใจโดยมิชอบตามมาตรา 135 เพียงเพราะพนักงานสอบสวนกล่าวข้อความคลาดเคลื่อนขณะหาข้อเท็จจริง

คำรับสารภาพที่ได้มาโดยการบังคับมีผลอย่างไร

คำรับสารภาพที่ได้มาโดยวิธีต้องห้ามตามมาตรา 135 เป็นการได้มาโดยไม่ชอบ และเมื่ออ่านประกอบมาตรา 226 จะใช้ยันผู้ต้องหาเป็นพยานหลักฐานไม่ได้

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Criminal Procedure Code, s. 135 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 135. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-135/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 135
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-135/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-135/"><p>ในการถามคำให้การผู้ต้องหา ห้ามมิให้พนักงานสอบสวนทำหรือจัดให้ทำการใด ๆ ซึ่งเป็นการให้คำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวง ทรมาน ใช้กำลังบังคับ หรือกระทำโดยมิชอบประการใด ๆ เพื่อจูงใจให้เขาให้การอย่างใด ๆ ในเรื่องที่ต้องหานั้น</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 135 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-135/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง