ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา · ใบอนุญาตทนายความเลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) WhatsApp

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 164: การแก้ฟ้องต้องไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบ

ตัวบทกฎหมาย

คำร้องขอแก้หรือเพิ่มเติมฟ้องนั้น ถ้าจะทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี ห้ามมิให้ศาลอนุญาต แต่การแก้ฐานความผิดหรือรายละเอียดซึ่งต้องแถลงในฟ้องก็ดี การเพิ่มเติมฐานความผิดหรือรายละเอียดซึ่งมิได้กล่าวไว้ก็ดี ไม่ว่าจะทำเช่นนี้ในระยะใดระหว่างพิจารณาในศาลชั้นต้น มิให้ถือว่าทำให้จำเลยเสียเปรียบ เว้นแต่จำเลยได้หลงต่อสู้ในข้อที่ผิดหรือที่มิได้กล่าวไว้นั้น

คำแปลภาษาอังกฤษ

คำร้องขอแก้หรือเพิ่มเติมฟ้องนั้น ถ้าจะทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี ห้ามมิให้ศาลอนุญาต แต่การแก้ฐานความผิดหรือรายละเอียดซึ่งต้องแถลงในฟ้องก็ดี การเพิ่มเติมฐานความผิดหรือรายละเอียดซึ่งมิได้กล่าวไว้ก็ดี ไม่ว่าจะทำเช่นนี้ในระยะใดระหว่างพิจารณาในศาลชั้นต้น มิให้ถือว่าทำให้จำเลยเสียเปรียบ เว้นแต่จำเลยได้หลงต่อสู้ในข้อที่ผิดหรือที่มิได้กล่าวไว้นั้น

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรานี้วางขอบเขตเนื้อหาของอำนาจแก้ฟ้องตามมาตรา 163 หลักชี้นำคือความเป็นธรรมต่อการต่อสู้คดีของจำเลย ศาลต้องปฏิเสธการแก้ฟ้องใดที่จะทำให้จำเลยเสียเปรียบ แล้วเปิดช่องกว้างให้แก้หรือเพิ่มฐานความผิดหรือรายละเอียดที่ต้องระบุในระหว่างพิจารณาในศาลชั้นต้น ซึ่งไม่ถือว่าทำให้เสียเปรียบในตัวเอง โดยมีข้อยกเว้นเดียวคือจำเลยต้องไม่ได้หลงต่อสู้ในข้อที่ผิด แนวคำพิพากษาที่ยึดถือคือ การแก้ฟ้องตั้งอยู่บนคำฟ้องเดิมที่สมบูรณ์อยู่แล้ว จึงใช้เพื่อยกข้อเรียกร้องใหม่โดยแท้ไม่ได้ เช่น คำขอทางแพ่งที่ไม่ได้ฟ้องมาพร้อมคดีอาญาเดิม

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

สำหรับจำเลย คำถามสำคัญคือการแก้ฟ้องทำให้ท่านหลงต่อสู้ผิดคดีหรือไม่ หากไม่ ศาลอาจอนุญาตให้แก้ฐานความผิดหรือรายละเอียดระหว่างพิจารณาได้ สำหรับโจทก์ พึงจำว่าการแก้ฟ้องต่อยอดจากคำฟ้องเดิมที่สมบูรณ์ และนำข้อเรียกร้องใหม่โดยแท้เข้ามาไม่ได้ คำขอทางแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับความผิดจึงต้องฟ้องมาพร้อมคดีอาญาตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เพิ่มภายหลัง หากการแก้ฟ้องเปลี่ยนคดีที่กล่าวหาท่านอย่างมีสาระ ควรเตรียมแสดงว่าท่านหลงต่อสู้จริง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4081/2564 (2021)

    การขอแก้หรือเพิ่มเติมฟ้องตามมาตรา 164 ตั้งอยู่บนคำฟ้องเดิมที่ต้องสมบูรณ์อยู่แล้ว เมื่อโจทก์ฟ้องเฉพาะคดีอาญา จะมายื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องให้จำเลยรับผิดทางแพ่งภายหลังไม่ได้ เพราะคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาต้องฟ้องมาพร้อมกันตั้งแต่แรก

    หลังฟ้องเฉพาะคดีอาญาและศาลประทับฟ้องกับจำเลยให้การแล้ว โจทก์ขอเพิ่มเติมฟ้องให้จำเลยรับผิดทางแพ่ง ศาลวินิจฉัยว่าการแก้ฟ้องตามมาตรา 164 ต้องมีคำฟ้องเดิมที่สมบูรณ์ และใช้ยกข้อเรียกร้องทางแพ่งใหม่ไม่ได้ การอนุญาตให้เพิ่มเติมฟ้องจึงไม่ชอบ

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11066/2558 (2015)

    คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาต้องฟ้องมาพร้อมกับคดีอาญาตั้งแต่แรก เมื่อศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องคดีส่วนอาญาแล้วมีคำสั่งประทับฟ้อง ย่อมเป็นการสั่งรับฟ้องคดีส่วนแพ่งด้วย โดยไม่จำต้องสั่งรับฟ้องคดีส่วนแพ่งอีก ดังนั้นโจทก์ที่ฟ้องเฉพาะคดีส่วนอาญา เมื่อศาลประทับฟ้องและจำเลยให้การแล้ว จะขอเพิ่มเติมฟ้องตามมาตรา ๑๖๔ ประกอบมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙ ให้จำเลยรับผิดในทางแพ่งไม่ได้ เพราะการขอเพิ่มเติมฟ้องนั้นฟ้องเดิมจะต้องสมบูรณ์อยู่แล้ว การกล่าวอ้างความรับผิดทางแพ่งขึ้นใหม่จึงเป็นข้อเรียกร้องใหม่ มิใช่การเพิ่มเติมฟ้อง

    โจทก์ซึ่งเป็นบริษัทฟ้องจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ และ ๓๕๓ เมื่อศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องและมีคำสั่งประทับฟ้อง กับจำเลยให้การปฏิเสธแล้ว โจทก์จึงยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องให้จำเลยคืนเงิน ๑๙๐,๖๔๒.๑๙ บาท พร้อมดอกเบี้ย โดยอ้างว่าโจทก์ต้องจ่ายเงินให้แก่บริษัทแห่งหนึ่ง ห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งหนึ่ง และบุคคลธรรมดาอีกรายหนึ่ง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญาต้องฟ้องมาพร้อมคดีอาญาตั้งแต่แรก การที่ศาลสั่งประทับฟ้องคดีส่วนอาญาย่อมเป็นการรับฟ้องคดีส่วนแพ่งด้วย และการขอเพิ่มเติมฟ้องตามมาตรา ๑๖๔ ฟ้องเดิมจะต้องสมบูรณ์อยู่แล้ว คำร้องดังกล่าวเป็นการกล่าวอ้างความรับผิดทางแพ่งของจำเลยขึ้นมาใหม่ จึงขอเพิ่มเติมฟ้องเช่นนั้นไม่ได้ การที่ศาลชั้นต้นอนุญาตและรับคดีส่วนแพ่งไว้พิจารณาเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค ๙ ในคดีส่วนแพ่ง และให้คืนค่าขึ้นศาลทั้งสามศาล

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 53 คดี (พ.ศ. 2483 ถึง 2566)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5234-5238/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8429/2559 (2016)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 11066/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 10758/2556 (2013)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 9860/2552 (2009)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6996/2551 (2008)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ศาลไม่อนุญาตให้แก้ฟ้องได้เมื่อใด

ตามมาตรา 164 ศาลต้องไม่อนุญาตการแก้ฟ้องที่ทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี เว้นแต่การแก้หรือเพิ่มฐานความผิดหรือรายละเอียดระหว่างพิจารณาในศาลชั้นต้นไม่ได้ทำให้จำเลยหลงต่อสู้

เพิ่มคำขอทางแพ่งเข้าไปในฟ้องคดีอาญาโดยการแก้ฟ้องได้หรือไม่

ไม่ได้ แนวคำพิพากษาตามมาตรา 164 วางหลักว่าการแก้ฟ้องต้องตั้งอยู่บนคำฟ้องเดิมที่สมบูรณ์ และนำคำขอทางแพ่งใหม่เข้ามาไม่ได้ คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องต้องฟ้องมาพร้อมคดีอาญาตั้งแต่ต้น

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 164 (ประเทศไทย)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 164. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-164/ (accessed 12 ตุลาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 164
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-164/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-164/"><p>คำร้องขอแก้หรือเพิ่มเติมฟ้องนั้น ถ้าจะทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี ห้ามมิให้ศาลอนุญาต แต่การแก้ฐานความผิดหรือรายละเอียดซึ่งต้องแถลงในฟ้องก็ดี การเพิ่มเติมฐานความผิดหรือรายละเอียดซึ่งมิได้กล่าวไว้ก็ดี ไม่ว่าจะทำเช่นนี้ในระยะใดระหว่างพิจารณาในศาลชั้นต้น มิให้ถือว่าทำให้จำเลยเสียเปรียบ เว้นแต่จำเลยได้หลงต่อสู้ในข้อที่ผิดหรือที่มิได้กล่าวไว้นั้น</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 164 (ประเทศไทย): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-164/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง