กฎหมายวิธีพิจารณาอาญา

164: การแก้ฟ้องต้องไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบ

คนบทกฎหมาย

คำร้องขอแก้หรือเพิ่มเติมประกอบนั้นทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดีในศาลมิให้ศาลแต่การแก้ฐานความผิดหรือรายละเอียดซึ่งต้องอธิบายในฉากที่น่าสนใจเพิ่มเติมฐานความผิดหรือรายละเอียดซึ่งความโดดเด่นนั้นจะเกิดขึ้นจนเกิดการใดระหว่างการพิจารณาในศาลชั้นต้น มิให้ถือว่าทำให้จำเลยเสียเปรียบอีกครั้งจำเลยได้หลงการต่อสู้ในข้อที่ผิดหรือที่กล่าวถึงอีกครั้งนั้น

คำแปลภาษาไทย

สำหรับการยื่นคำร้องขอแก้ไขหรือเพิ่มเติมข้อกล่าวหา หากการกระทำดังกล่าวจะทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดี ศาลจะไม่อนุมัติ อย่างไรก็ตาม การแก้ไขข้อกล่าวหาหรือรายละเอียดที่ต้องระบุในข้อกล่าวหา หรือการเพิ่มเติมข้อกล่าวหาหรือรายละเอียดที่ไม่ได้ระบุไว้ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะกระทำในระหว่างการพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นเมื่อใด จะไม่ถือว่าเป็นการทำให้จำเลยเสียเปรียบ เว้นแต่จำเลยจะถูกทำให้เข้าใจผิดในการต่อสู้คดีในประเด็นที่ผิดพลาดหรือไม่ได้ระบุไว้.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรานี้วางขอบเขตอำนาจแก้ขอบเขตตามมาตรา 163 หลักชี้นำคือความเป็นธรรมต่อการต่อสู้คดีของจำเลยศาลต้องปฏิเสธการแก้ใด ๆ ในขอบเขตจำเสียเลยมองเห็นแล้วเปิดช่องขอบเขตให้แก้หรือเพิ่มฐานความผิดรายละเอียดหรือที่ต้องระบุการพิจารณาในศาลชั้นต้นซึ่งไม่ถือว่าเสียประโยชน์ในการตรวจสอบเพียงอย่างเดียวคือจำเลยต้องไม่หลงต่อสู้ข้อในที่ผิดแนวคำพิพากษาที่ยึดถือคือ การแก้การพิจารณาคดีคำวิจารณ์โดยทั่วไปมักจะเป็นส่วนรวมยกข้อเรียกร้องใหม่โดยแท้ไม่ได้แปลว่าตัวเอง คำขอทางแพ่งไม่ได้แนบมากับคดีอาญาเดิม

ความสำคัญต่อ

สำหรับจำเลยที่มีความสำคัญคือแก้จุดที่ทำให้ท่านหลงต่อสู้ผิดคดีหรือไม่ เนื่องจากไม่ศาลอาจแก้ฐานความผิดหรือรายละเอียดระหว่างการพิจารณาคดีได้แก้ฐานความผิดหรือรายละเอียดระหว่างการพิจารณาคดีได้แก้คดีโจทก์ จำไว้ว่าการแก้การพิจารณาต่อยอดจากคำวิจารณ์และนำข้อเรียกร้องใหม่โดยแท้เข้ามาไม่ได้ร้องขอทางแพ่งที่ที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาคดีฟ้องคดีมาพร้อมคดีอาญาตั้งแต่ต้นสอบสวนเพิ่มเติมสำหรับการพิจารณาคดีและแก้การพิจารณาเปลี่ยนคดีที่พิจารณาท่านอย่างมีสาระประกอบการพิจารณาท่านหลงจริง

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาฎีกาที่ 4081/2564 (2021)

    การขอแก้หรือเพิ่มเติมตามลำดับตามมาตรา 164 โดยทั่วไปคำตัดสินเดิมจะต้องมีการประกอบธุรกิจในโจทก์คดีเฉพาะคดีอาญา ผู้นำยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมประกอบให้จำเลยรับผิดทางแพ่งอย่างเห็นได้ชัดไม่ได้เพราะคดีแพ่งที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณากับคดีอาญาต้องต่อเนื่องมาต่อเนื่องตั้งแต่แรก

    เบื้องหลังการพิจารณาเฉพาะคดีอาญาและศาลฎีกาประกอบกับจำเลยให้การแล้ว โจทก์ขอเพิ่มเติมเซอร์ไพรส์ให้จำเลยรับผิดทางแพ่ง ศาล วินิจฉัยว่าการพิจารณาคดีตามมาตรา 164 ต้องมีคำตัดสินเดิมบอร์ด และยกข้อเรียกร้องทางแพ่งใหม่ไม่ได้การสอบสวนเพิ่มเติมจึงมักจะไม่ชอบ

  2. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 11066/2558 (2015)

    ส่วนคดีแพ่งที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนกับคดีอาญาต้องฟ้องมาพร้อมกับคดีอาญา โจทก์ที่คดีเฉพาะคดีอาญาในกรณีที่ศาลพิพากษาและจำเลยให้การแล้วจะต้องขอเพิ่มเติมคดีตามมาตรา 164 ให้จำเลยรับผิดทางแพ่งไม่ได้เพราะคำตัดสินคดีเดิมต้องประกอบเรื่องราวอย่างเป็นทางการ

    โจทก์เซอร์เฉพาะคดีอาญาและหลังศาลประสบกับการตัดสินใจกับจำเลยให้การแล้วขอเพิ่มเติมเซอร์ไพรส์ให้จำเลยรับผิดคืนเงินทางแพ่ง ศาล วินิจฉัยว่าการแก้คดีตามมาตรา 164 ต้องมีคำตัดสินเดิมคณะกรรมการและนำข้อเรียกร้องทางแพ่งใหม่เข้ามาไม่ได้เพราะต้องพูดถึงมาพร้อมกับคดีอาญาตั้งแต่ต้น

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 53 คดี (พ.ศ. 2483 ถึง 2566)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 5234-5238/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8429/2559 (2016)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 11066/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 10758/2556 (2013)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 9860/2552 (2009)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6996/2551 (2008)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

ศาลไม่สามารถแก้ได้เมื่อใดก็ได้

ตามมาตรา 164 ศาลต้องไม่ต้องใช้การแก้จุดยืนที่ทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดียืนยันว่าการแก้หรือเพิ่มฐานความผิดหรือรายละเอียดระหว่างการพิจารณาในชั้นศาลต้นไม่ได้ทำให้จำเลยหลงต่อสู้

ไม่สามารถร้องขอทางแพ่งได้การพิจารณาคดีอาญาสามารถตัดสินได้สำเร็จ

แนวคำพิพากษาตามมาตรา 164 อาจจะเป็นหลักว่าการแก้คดีต้องฟังคำวิจารณ์เดิมและนำคำขอทางแพ่งใหม่เข้ามาไม่ได้คดีแพ่งที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาคดีมาพร้อมกับคดีอาญาตั้งแต่ต้น

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Criminal Procedure Code, s. 164 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 164. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-164/ (accessed 11 สิงหาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 164
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-164/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-164/"><p>คำร้องขอแก้หรือเพิ่มเติมประกอบนั้นทำให้จำเลยเสียเปรียบในการต่อสู้คดีในศาลมิให้ศาลแต่การแก้ฐานความผิดหรือรายละเอียดซึ่งต้องอธิบายในฉากที่น่าสนใจเพิ่มเติมฐานความผิดหรือรายละเอียดซึ่งความโดดเด่นนั้นจะเกิดขึ้นจนเกิดการใดระหว่างการพิจารณาในศาลชั้นต้น มิให้ถือว่าทำให้จำเลยเสียเปรียบอีกครั้งจำเลยได้หลงการต่อสู้ในข้อที่ผิดหรือที่กล่าวถึงอีกครั้งนั้น</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 164 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-164/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง