ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 165: วิธีไต่สวนมูลฟ้องและฐานะของจำเลย
ตัวบทกฎหมาย
ในคดีซึ่งพนักงานอัยการเป็นโจทก์ ในวันไต่สวนมูลฟ้องให้จำเลยมาหรือคุมตัวมาศาล
ให้ศาลส่งสำเนาฟ้องแก่จำเลยรายตัวไป เมื่อศาลเชื่อว่าเป็นจำเลยจริงแล้ว
ให้อ่านและอธิบายฟ้องให้ฟัง และถามว่าได้กระทำผิดจริงหรือไม่
จะให้การต่อสู้อย่างไรบ้าง คำให้การของจำเลยให้จดไว้
ถ้าจำเลยไม่ยอมให้การก็ให้ศาลจดรายงานไว้ และดำเนินการต่อไป
จำเลยไม่มีอำนาจนำพยานมาสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแต่ทั้งนี้ไม่เป็นการตัดสิทธิในการที่จำเลยจะมีทนายมาช่วยเหลือ
ในคดีราษฎรเป็นโจทก์
ศาลมีอำนาจไต่สวนมูลฟ้องลับหลังจำเลย ให้ศาลส่งสำเนาฟ้องแก่จำเลยรายตัวไป
กับแจ้งวันนัดไต่สวนให้จำเลยทราบ จำเลยจะมาฟังการไต่สวนมูลฟ้อง
โดยตั้งทนายให้ซักค้านพยานโจทก์ด้วยหรือไม่ก็ได้หรือจำเลยจะไม่มา
แต่ตั้งทนายมาซักค้านพยานโจทก์ก็ได้ ห้ามมิให้ศาลถามคำให้การจำเลย
และก่อนที่ศาลประทับฟ้องมิให้ถือว่าจำเลยอยู่ในฐานะเช่นนั้น
คำแปลภาษาอังกฤษ
ในคดีซึ่งพนักงานอัยการเป็นโจทก์ ในวันไต่สวนมูลฟ้องให้จำเลยมาหรือคุมตัวมาศาล ให้ศาลส่งสำเนาฟ้องแก่จำเลยรายตัวไป เมื่อศาลเชื่อว่าเป็นจำเลยจริงแล้ว ให้อ่านและอธิบายฟ้องให้ฟัง และถามว่าได้กระทำผิดจริงหรือไม่ จะให้การต่อสู้อย่างไรบ้าง คำให้การของจำเลยให้จดไว้ ถ้าจำเลยไม่ยอมให้การก็ให้ศาลจดรายงานไว้ และดำเนินการต่อไป จำเลยไม่มีอำนาจนำพยานมาสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแต่ทั้งนี้ไม่เป็นการตัดสิทธิในการที่จำเลยจะมีทนายมาช่วยเหลือ ในคดีราษฎรเป็นโจทก์ ศาลมีอำนาจไต่สวนมูลฟ้องลับหลังจำเลย ให้ศาลส่งสำเนาฟ้องแก่จำเลยรายตัวไป กับแจ้งวันนัดไต่สวนให้จำเลยทราบ จำเลยจะมาฟังการไต่สวนมูลฟ้อง โดยตั้งทนายให้ซักค้านพยานโจทก์ด้วยหรือไม่ก็ได้หรือจำเลยจะไม่มา แต่ตั้งทนายมาซักค้านพยานโจทก์ก็ได้ ห้ามมิให้ศาลถามคำให้การจำเลย และก่อนที่ศาลประทับฟ้องมิให้ถือว่าจำเลยอยู่ในฐานะเช่นนั้น
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรานี้กำหนดวิธีการไต่สวนมูลฟ้องตามมาตรา 162 ซึ่งแตกต่างกันชัดเจนระหว่างคดีที่อัยการเป็นโจทก์กับคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ ในคดีที่อัยการเป็นโจทก์ จำเลยต้องมาศาล ได้รับสำเนาฟ้องและมีการอธิบายฟ้อง และถูกถามคำให้การ แต่ยังนำพยานเข้าสืบไม่ได้ ทั้งนี้มีทนายช่วยเหลือได้ ในคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ ศาลไต่สวนลับหลังจำเลยได้ ศาลไม่ถามคำให้การ และที่สำคัญ ยังไม่ถือว่าเป็นจำเลยจนกว่าศาลจะประทับฟ้อง ประเด็นฐานะนี้เชื่อมกับนิยามคู่ความในมาตรา 2 (15) และกระทบสิทธิในกระบวนพิจารณาอื่น เช่น ผู้ที่ต้องอยู่เมื่อมีการอ่านคำสั่ง
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
ประเด็นที่ใช้ได้จริงที่สุดสำหรับผู้ถูกระบุชื่อในคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์คือ จนกว่าศาลจะประทับฟ้อง ท่านยังไม่เป็นจำเลย จึงไม่ถูกบังคับให้ให้การ และเลือกได้ว่าจะมาศาลเองหรือเพียงส่งทนายมาซักค้านพยานโจทก์ ในทางตรงข้าม คดีที่อัยการเป็นโจทก์ ท่านต้องมาศาลและจะมีการอ่านและอธิบายฟ้องให้ฟัง แต่ยังนำพยานของตนเข้าสืบในชั้นนี้ไม่ได้ ไม่ว่ากรณีใด การมีทนายในชั้นไต่สวนมูลฟ้องช่วยปกป้องฐานะของท่านก่อนคดีจะถูกประทับฟ้องอย่างเป็นทางการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3292/2566 (2023)
ตามมาตรา 165 วรรคสาม ในคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ ศาลไต่สวนมูลฟ้องลับหลังจำเลยได้ ห้ามถามคำให้การ และก่อนประทับฟ้องไม่ถือว่าบุคคลนั้นอยู่ในฐานะจำเลย บุคคลนั้นจึงยังไม่เป็นคู่ความตามมาตรา 2 (15) จนกว่าศาลชั้นต้นจะสั่งประทับฟ้อง
ในการพิจารณาว่าใครเป็นคู่ความเมื่อมีการอ่านคำสั่ง ศาลอาศัยมาตรา 165 วรรคสาม วินิจฉัยว่าในคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ ผู้ถูกฟ้องยังไม่เป็นจำเลย จึงยังไม่เป็นคู่ความตามมาตรา 2 (15) จนกว่าศาลชั้นต้นจะประทับฟ้อง
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1930/2560 (2017)
เมื่อศาลชั้นต้นสั่งให้ราษฎรผู้เป็นโจทก์ทำฟ้องที่ฟุ่มเฟือยมายื่นใหม่ แล้วนัดไต่สวนมูลฟ้องตามมาตรา 165 วรรคสาม กรณีนี้ไม่ใช่ศาลอนุญาตให้แก้หรือเพิ่มเติมฟ้องตามมาตรา 163 แต่เป็นเพียงโจทก์ทำฟ้องมายื่นใหม่ตามคำสั่งศาล ซึ่งไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบ
ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์ทำฟ้องที่ฟุ่มเฟือยมายื่นใหม่แล้วนัดไต่สวนมูลฟ้องตามมาตรา 165 วรรคสาม ศาลวินิจฉัยว่าไม่ใช่การอนุญาตให้แก้ฟ้องตามมาตรา 163 แต่เป็นเพียงการทำฟ้องมายื่นใหม่ตามคำสั่งศาล ซึ่งไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบ
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 41 คดี (พ.ศ. 2493 ถึง 2566)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1930/2560 (2017)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6017/2559 (2016)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 10569/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7737/2552 (2009)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2151/2548 (2005)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1455/2545 (2002)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4030/2532 (1989)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 371/2530 (1987)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- ป.อ. มาตรา 91 11
- ป.อ. มาตรา 177 9
- ป.อ. มาตรา 83 9
- มาตรา 158 5
- ป.อ. มาตรา 90 5
- มาตรา 15 4
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ต้องมาศาลในการไต่สวนมูลฟ้องคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์หรือไม่
ไม่ต้อง ตามมาตรา 165 ศาลไต่สวนมูลฟ้องลับหลังจำเลยได้ในคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์ ท่านจะมาเอง ตั้งทนายมาซักค้านพยานโจทก์ หรือไม่ทำทั้งสองอย่างก็ได้
บุคคลกลายเป็นจำเลยในคดีที่ราษฎรเป็นโจทก์เมื่อใด
ตามมาตรา 165 บุคคลยังไม่ถือว่าเป็นจำเลยจนกว่าศาลจะประทับฟ้อง ก่อนนั้นศาลจะถามคำให้การไม่ได้ และบุคคลนั้นยังไม่เป็นคู่ความในคดี
จำเลยนำพยานเข้าสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้องได้หรือไม่
ไม่ได้ ตามมาตรา 165 จำเลยไม่มีอำนาจนำพยานเข้าสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้อง แต่ยังมีทนายมาช่วยเหลือได้
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 165 -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 165. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-165/ (accessed 12 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 165 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-165/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-165/"><p>ในคดีซึ่งพนักงานอัยการเป็นโจทก์ ในวันไต่สวนมูลฟ้องให้จำเลยมาหรือคุมตัวมาศาล ให้ศาลส่งสำเนาฟ้องแก่จำเลยรายตัวไป เมื่อศาลเชื่อว่าเป็นจำเลยจริงแล้ว ให้อ่านและอธิบายฟ้องให้ฟัง และถามว่าได้กระทำผิดจริงหรือไม่ จะให้การต่อสู้อย่างไรบ้าง คำให้การของจำเลยให้จดไว้ ถ้าจำเลยไม่ยอมให้การก็ให้ศาลจดรายงานไว้ และดำเนินการต่อไป จำเลยไม่มีอำนาจนำพยานมาสืบในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแต่ทั้งนี้ไม่เป็นการตัดสิทธิในการที่จำเลยจะมีทนายมาช่วยเหลือ ในคดีราษฎรเป็นโจทก์ ศาลมีอำนาจไต่สวนมูลฟ้องลับหลังจำเลย ให้ศาลส่งสำเนาฟ้องแก่จำเลยรายตัวไป กับแจ้งวันนัดไต่สวนให้จำเลยทราบ จำเลยจะมาฟังการไต่สวนมูลฟ้อง โดยตั้งทนายให้ซักค้านพยานโจทก์ด้วยหรือไม่ก็ได้หรือจำเลยจะไม่มา แต่ตั้งทนายมาซักค้านพยานโจทก์ก็ได้ ห้ามมิให้ศาลถามคำให้การจำเลย และก่อนที่ศาลประทับฟ้องมิให้ถือว่าจำเลยอยู่ในฐานะเช่นนั้น</p><footer>ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 165 <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-165/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา